หอยแครง สัตว์เศรษฐกิจ 100 ล้าน!! เลี้ยงง่ายราคาดี กำไร 3 เท่าของเงินทุน

อาชีพ 100 ล้าน

หอยแครง” เป็นอาหารทะเลที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย สามารถประกอบอาหารได้หลายประเภท อีกทั้งเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและโภชนาการ อาชีพ “เลี้ยงหอยแครง” เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ดีไม่แพ้อาชีพอื่นๆ หอยแครงเป็นหอยที่มีราคาขายค่อนข้างดี ในประเทศไทยได้มีการเลี้ยงขายมาเป็นเวลาร่วม 100 ปี

สำหรับประเทศพบไทย พบว่ามีการเลี้ยงหอยครั้งแรกที่ ต.บางพูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ในเนื้อที่ 5-10 ไร่ ต่อมาได้ขยายพื้นที่การเลี้ยงไปยังพื้นที่ใกล้เคียงและจังหวัดต่างๆ หนึ่งในบริเวณที่ชุกชุมมากคือชายฝั่งทะเล “จังหวัดสมุทรสงคราม” ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงหอยแครงที่สร้างมูลค่าหลายร้อยล้านบาทต่อปี การเลี้ยงหอยแครงเป็นการดำเนินธุรกิจอย่างง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องดูแลและให้อาหาร จึงสามารถทำกำไรได้ 3-4 เท่าของเงินลงทุน

ปัจจุบันพื้นที่การเลี้ยงหอยแครงในจังหวัดสมุทรสงคราม เข้าสู่การเลี้ยงระบบพัฒนา เป็นการเลี้ยงหอยแครงแบบธุรกิจขนาดใหญ่ ในเนื้อที่ประมาณ 200-1,000 ไร่ต่อราย มีแนวกั้นแบ่งเขตของผู้ประกอบการแต่ละราย โดยจะใช้ไม้เสาปักเพื่อบ่งบอกอาณาเขตห่างกันประมาณ 2 เมตรต่อ1 ต้น เพื่อล้อมรอบแปลงหอยแครงซึ่งจะชอบอยู่ในบริเวณน้ำกร่อยตามชายทะเล มีดินโคลนที่ไม่เหลวมากในระดับความลึกประมาณ 3 เมตร

คุณมนัส แพทย์จะเกร็ง รองนายก อบต. ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม หนึ่งในเจ้าของฟาร์มเลี้ยงหอยแครงรายใหญ่ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงหอยแครงมากว่า 50 ปี นับตั้งแต่รุ่นพ่อ-แม่ กล่าวถึงอาชีพต้นตระกูลว่า พื้นที่แถบนี้เป็นน้ำทะเลซึ่งอยู่ในอ่าว ก.ไก่ หรือ อ่าวแม่กลอง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่งและอาชีพเลี้ยงหอยแครงเป็นหลัก

ปัจจุบันที่นี่มีผู้ที่ทำอาชีพเลี้ยงหายแครงประมาณ 100 กว่าราย พื้นที่การเลี้ยงถูกกำหนดขอบเขตมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ โดยแบ่งเป็นล็อคๆ ด้วยการใช้ไม้เสาปักเพื่อสร้างการรับรู้ ตั้งแต่ดั้งเดิมรัฐบาลได้กำหนดให้แบ่งเขตการเลี้ยงหอยแครงคนละ 12 ไร่ จนมาถึงปัจจุบันบางรายก็ได้มีการขายสิทธิ์พื้นที่การเลี้ยงต่อให้กับผู้อื่น ส่วนฟาร์มของคุณมนัสมีพื้นที่เลี้ยงประมาณ 500 ไร่ ทั้งนี้การจับจองพื้นที่นั้นเจ้าของที่จะต้องจ่ายค่าน้ำ (เสียภาษีในเรื่องค่าเช่าพื้นที่) ให้กับรัฐบาลเดือนละ 80 บาทต่อไร่

สำหรับลูกหอยแครงที่นำมาเลี้ยงจะใช้หอยแครงขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่วเขียว ผู้ประกอบการนิยมนำเข้าพันธุ์หอยแครงมาจากประเทศมาเลเซีย ราคาอยู่ที่ 100-200 บาทต่อกิโลกรัม พันธุ์หอยแครงน้ำหนัก 1 กิโลกรัมสามารถเพาะเลี้ยงหอยแครงได้ประมาณ 1 หมื่นตัว ระยะเวลาในการเลี้ยงหอยแครงเพื่อจำหน่ายมี 2 ระยะเวลา คือ หอยแครงที่เลี้ยงได้อายุประมาณ 7-8 เดือน ก็จะถูกย้ายแหล่งเลี้ยงไปอยู่ในวังกุ้งอีกประมาณ 7-8 เดือน จึงจะนำออกมาจำหน่าย
ทั้งนี้ การย้ายแหล่งเลี้ยงมีผลดีในเรื่องความสมบูรณ์ของอาหารในการเลี้ยงหอยแครงเพื่อให้หอยแครงโตเต็มที่

“เราจะจับหอยแครงขายทุกวัน วันละประมาณ 300 กิโลกรัมถึง 1 ตัน ถ้าเป็นหอยแครงขนาดใหญ่ ส่งราคา 50 -70 บาทต่อกิโลกรัม ถ้าเป็นไซส์ขนาด 300 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาส่งอยู่ที่ 40 บาท รายได้จากการเลี้ยงหอยแครงจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับธรรมชาติสภาพแวดล้อมด้วย เช่น บางปีฟาร์มเลี้ยงหอยแครงมีน้ำจืดไหลลงทะเลมากเกินไป สูญเสียรายได้หลักสิบล้านไปเลยทีเดียว ถ้าปีไหนที่สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยต่อการเลี้ยง ปัจจุบันปริมาณการเลี้ยงหอยแครงไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด การลงทุนใช้เงินประมาณ 6 ล้านบาทต่อปี จะมีรายรับกลับคืนมาประมาณ 10-15 ล้านบาท” คุณมนัส กล่าวถึงรายได้

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

อาชีพ 100 ล้าน
อดีตเด็กเกเรกลับตัวได้ หลังแม่เสียชีวิต ทะยานสู่ เจ้าของกิจการ “กันรั่ว กันซึม กันร้าว” ร้อยล้าน

ผู้เขียนดวงกมล โลหศรีสกุลเผยแพร่วันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2560 หลังแม่เสียชีวิต “มนัสนันท์ พจน์จิรานุกูล” หรือ หน่อย น้องคนเล็กในจำนวนพี่น้อง 4คน ที่ใช้นามสกุล “พจน์จิรานุกูล” ก็กลับตัวกลับใจเป็นคนดีของครอบครัว เลือกเส้นทางชีวิตด้วยการทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ไม่พึ่งเงินกงสี และใฝ่ดีจนกระทั่งปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง “โปร-แอ็ค มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ปส์” จำหน่ายสินค้ากันรั่ว กันซึม กันร้าว พื้นไร้รอยต่อครบวงจร ปีนี้ตั้งเป้าโกยรายได้ 150 ล้านบาท ไม่เกิน 3 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ คุณมนัสนันท์ เผยเรื่องราวชีวิตกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันอายุ 47 ปี เกิดและเติบโตมาในครอบครัวคนจีน ทำธุรกิจผลิตเครื่องเทศ แบรนด์ วีไทยแลนด์ โรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ส่วนคุณแม่เสียชีวิต ขณะกำลังศึกษา ม.รามคำแหง ปี 2 หลังขาดเสาหลักของครอบครัว หญิงสาวไม่พึ่งเงินกงสี เธอเลือกที่จะเข้ามากรุงเทพฯ …