กระแสแรงไม่หยุด!!“กล้วยน้ำว้าปากช่อง” เห็นราคาแล้วยิ้มได้ มีเท่าไหร่ แม่ค้ารับหมด (คลิป)

เกษตรกรยุคใหม่

เผยแพร่วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2559

กล้วยน้ำว้าจัดเป็นกล้วยพื้นเมืองที่พบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย โดยนิยมปลูกเพื่อรับประทานผลสุก ส่วนผลดิบจะนำมาแปรรูป และส่วนต่างๆนำมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะใบตองจะห่ออาหาร ปลีกล้วยและหยวกกล้วย ยังนำมาปรุงเป็นอาหารได้อีกด้วย

คุณอิทธิกร จันทร์น้อย หรือคุณนุ เจ้าของสวนกล้วยน้ำว้าพื้นที่กว่า 30 ไร่ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บอกว่า เหตุที่มาสนใจปลูกกล้วยเนื่องจาก มองว่า กล้วยน้ำว้า คือวัฒนธรรมของคนไทย ตั้งแต่เกิดจนตาย มีกล้วยน้ำว้าเข้ามาเกี่ยวข้องตลอดเวลา และที่สำคัญกล้วยน้ำว้าปลูกไม่ยาก ถ้ารู้วิธีจัดการ แถมปลูกครั้งหนึ่ง เก็บเกี่ยวได้ 4-5 ปี

และเหตุที่เลือก กล้วยน้ำว้าสายพันธุ์ ปากช่อง 50 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการวิจัย มาจากสถานีวิจัยปากช่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน คือมีความโดดเด่นในเรื่องการให้ผลผลิต จำนวนหวีมากกว่า และผลใหญ่กว่า สายพันธุ์อื่น

การปลูกกล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 สิ่งที่ต้องใส่ใจคือ การดูแลรักษา เนื่องจากกล้วยเป็นไม้ผลที่ตอบสนอง กับสภาพอากาศ ดิน และปุ๋ยเป็นอย่างมาก หากการดูแลรักษาไม่ดี ขาดน้ำ ขาดปุ๋ย หรือสภาพพื้นที่แห้งแล้งเกินไป ผลผลิตก็จะลดลง

“จริงๆ กล้วยน้ำว้าพันธุ์นี้ ปลูกได้ ปลูกได้ทุกที่ ทุกสภาพอากสาศ แต่การเจริญจะแตกต่างกัน อยู่ที่ดิน น้ำอากาศ

กล้วยพันธุ์นี้ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี ชอบร้อน ไม่ชอบหนาว ถ้าหนาวจะชะงักการเจริญเติบโต น้ำคือปัจัยหลัก เพราะในกล้วย 1 ต้น มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 70-80 เปอร์เซ็นต์เข้าไปแล้ว”

สำหรับการปลูก ขุดกว้าง คูณยาว 50 คูณ 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้นและระหว่างแถว 4 คูณ 4 เมตร เลือกหน่อที่มีใบดาบคือ ใบยังไม่คลี่ออกเต็มที่

กล้วยน้ำว้าปากช่อง50 ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้ 4-5 ปี พื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ 100 ต้น โดย 1 กอ จะปล่อยหน่อที่สมบูรณ์ไว้ประมาณ 5 หน่อต่อกอต่อปี

ส่วนการให้น้ำ และให้ปุ๋ย ถ้าเป็นช่วงหน้าฝน ก็ไม่ต้องให้ แต่ถ้าเป็นหน้าแล้ง ต้องให้ทุกวัน ถ้าดินชื้นดี ก็ทุกสัปดาห์ ส่วนปุ๋ให้ทุกเดือนเดือนละครั้งให้น้อยแต่ให้บ่อย

มาถึงต้นทุนการผลิต ใน พื้นที่ 1 ไร่ ต้นทุน ค่าต้นพันธุ์ 5000 บาท ค่าเตรียมดิน 2000-3000 บาท ค่าระบบน้ำ 3000 บาท รวมแล้ว ค่าลงทุน ถ้าเป็นเลขกลมๆ ก็ราวๆ 10,000 บาทต่อไร่

คุณนุ บอกว่า ถ้าเราปลูกน้อย เราจะไม่มีข้อต่อรองกับแม่ค้า ถ้าปลูกเยอะจะมีพลังในการต่อรอง

สำหรับการเก็บเกี่ยวผลผลิต หลังจากที่ต้นกล้วยแทงปลีแล้ว 120 วัน ผลกล้วยจะแก่กำลังดี โดย 1 เครือ น้ำหนักเฉลี่ย 20 – 30 กิโลกรัม เครือละ 12-14 หวี ให้ผลต่อหวีประมาณ 16-18 ผล

คุณนุ บอกว่า “ผลผลิตต่อปี ในหนึ่ง 1 กอ (5 ต้น) จะได้ 5 เครือ 1 เครือได้ 20 กก. ๆ ละ 17 บาท ราคานี้ยิ้มเลย”

ส่วนใบกล้วย คุณนุ ไม่ได้ขาย โดยให้เหตุผลว่า ถ้าขายใบ แม่ค้าจะตัดใบจนโกร๋น ทำให้ต้นไม่สมบูรณ์ ไม่มีใบสังเคราะห์แสง แต่ก็ต้องตกแต่งใบออกทุกเดือน

“เราขายหน่อโดยเน้นให้ เกษตรกรมาดูที่สวนโดยตรง ให้มาดูการจัดการของเรา และเรารับประกันว่า หน่อกล้วยของเราจะไม่มีโรคติดไป”

เนื่องจากปัจจุบันกระแสกล้วยกำลังมาแรงและเป็นที่นิยมจึงมีคำถามว่าถ้าปลูกแล้วจะขายที่ไหนหรือทำตลาดอย่างไร

คุณนุ บอกว่า “การทำการตลาด ทุกวันนี้ง่าย มีโลกโซเชียลในเมือ มีเพจคนรักกล้วย ซึ่งมีทั้งแม่ค้าและเกษตรกร รวมตัวกันอยู่เป็นหมื่นคน อีกทั้งเราต้องไปสอบถามในตลาดใหญ่ๆ อย่างตลาดไท ตลาดปากช่อง อะไรพวกนี้ แต่บอกเลยช่วงนี้ ขอให้มีเถอะ ขายได้หมด”

คุณนุ แนะนำสำหรับคนที่สนใจ ว่า “นอกจากเงินทุนแล้ว ต้องมีเวลา และสภาพดินดี ถ้าดินไม่ดี น้ำไม่มี อย่าปลูกเลยเสียเวลา ส่วนใครที่ทำงานออฟฟิศก็ปลูกได้ เสาร์อาทิตย์ก็ไปดูแล ปลูกกล้วย นี่ไม่กล้วยสมชื่อนะครับ ต้องดูแลเค้า”

หมายเหตุ // ติดตาม รายการวีคเอ็นด์ฟาร์มได้ ในช่วง มติชนวีคเอ็นด์ ทุกวันเสาร์ เวลา 21.00-22.00 น. ทางช่องวอยส์ TV21

ขอบคุณภาพนิ่ง … นายอภิวัฒน์ คำสิงห์ ผู้สื่อข่าวมติชนทีวี

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_10359

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …