จบ ม.6 ผันตัวเลี้ยง “วัว” จนได้ดี อนาคตสดใส ขายนมพาสพาสเจอร์ไรส์ รายได้เดือนละ 4 แสน

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนดวงกมล โลหศรีสกุลเผยแพร่วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2560

หลังจากที่คุณพ่อเสียชีวิต เด็กหนุ่มผิวคล้ำชาวชุมพร อายุเพียง 14 ปี จากเด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ต้องกลายมาเป็นเสาหลักหารายได้เลี้ยงครอบครัว เขาเลือกเลี้ยงวัวรีดนมขายจนได้ดี เมื่อปีที่แล้วทุ่มงบ 6 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตนมพาสเจอร์ไรส์เกรดฮอกไกโด มีรสชาติต่างๆ อาทิ นมรสตะไคร้ รสจืด รสชาเขียว ทำการตลาดเอง ขายเอง ไม่ผ่านยี่ปั๊ว ล่าสุดเปิดฟาร์มเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 4 แสนบาท อนาคตเล็งขยายพื้นที่ให้กลายเป็นศูนย์กลางนมภาคใต้ นับเป็นเรื่องราวดีๆ ของหนุ่มใต้อนาคตไกล

คุณปฏิวัติ อินทร์แปลง หรือ น้องเบสท์ ปัจจุบันอายุ 25 ปี เจ้าของฟาร์มวัวนมมอินทร์แปลง เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า

เริ่มเลี้ยงวัวตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.2 หรือราวอายุ 14 ปี สาเหตุที่ต้องมาเลี้ยงวัวนม เพราะคุณพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ส่วนคุณแม่มีอาชีพรับจ้าง รายได้แต่ละวัน 100-200 บาท ในฐานะลูกชายคนเดียวคิดแต่เพียงว่าอยากช่วยแบ่งเบาภาระ ประกอบกับ ณ เวลานั้น คุณตาให้วัวนมมา 1 ตัว พร้อมถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงและวิธีรีดนมวัว เพื่อใช้หารายได้

เมื่อเด็กหนุ่มไฝ่ดีในวัยเพียง 14ปี ต้องมาสูญเสียคนที่รัก และยังเป็นหัวหน้าครอบครัว เขาทนเห็นแม่เหนื่อยไม่ได้ เลยนำวัวนมที่คุณตาให้มาสร้างรายได้ด้วยการรีดนมขาย จนกลายเป็นอาชีพในที่สุด

“หลังจากที่สูญเสียคุณพ่อ ไม่นานนักคุณแม่ประสบอุบัติเหตุกระดูกแขนหัก ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ผมตัดสินใจไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย จบเพียง ม.6 หันมาเลี้ยงวัว และเลือกที่จะเอาดีด้านนี้”

น้องเบสท์ เล่าว่า 11 สิงหาคม 2548 เป็นวันแรกที่รีดนมด้วยมือขายได้ 8 ลิตร เป็นเงิน 412 บาท เริ่มมีกำลังใจ ตื่นนอนตี 4 ลุกขึ้นมารีดนมขายตามร้านกาแฟ ร้านเบอเกอร์รี่ทุกวัน หลังจากนั้นเก็บเงินซื้อวัวตัวที่ 2 และตัวต่อๆ มา กระทั่งปัจจุบันมีวัวนมราว 60 ตัว

เพื่อให้มีตลาดรับซื้อนมที่แน่นอน เจ้าของฟาร์มไปสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ฟาร์มโคนม จังหวัดชุมพร เพื่อขยายตลาด นอกจากนั้นยังสร้างโรงงานผลิตนม พาสเจอร์ไรส์ แบรนด์ ‘In milk’ คุณภาพเทียบเท่านมฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

ทว่าการเลี้ยงวัวเพื่อรีดนมส่งสหกรณ์ เพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยง คือ ไม่สามารถจะกำหนดราคาขายได้เอง หากจะยั่งยืน ควรที่จะสร้างตลาดขายนมสดได้ด้วยตัวเอง ควบคู่กับแปรรูปนมเพื่อเพิ่มมูลค่า

“ปี 2556 ผมเลิกส่งนมให้สหกรณ์ แล้วหันมายกระดับทำฟาร์มให้ได้น้ำนมคุณภาพดี และแปรรูปน้ำนมเป็นรสชาติต่างๆ เช่น รสตะไคร้ รสจืด รสชาเขียว รสช็อกโกแลต และรสกาแฟ ส่งขายภายใน จ.ชุมพร และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เช่น สุราษฎร์ธานี ระนอง ภูเก็ต และเกาะสมุย”

สำหรับกระบวนการเลี้ยงวัวเพื่อให้ได้น้ำนมคุณภาพดี น้องเบสท์ เดินทางไปดูงานที่เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นกลับมาปรับใช้ โดยเริ่มต้นที่อาหาร ปรับเป็นชีวภาพทั้งหมด “หญ้า” ก็ปลูกเอง “อาหารข้น” ใช้วัตถุดิบจากแหล่งออแกนิกค์ ไม่มีใส่สารเคมี เปิดเพลงให้วัวฟัง 24 ชั่วโมง และให้อาหารวัววันละ 8 ครั้ง ข้อดีของการให้อาหารบ่อย วัวจะได้กินอาหารสดใหม่เสมอ และกินได้มากกว่าปกติ เมื่อวัวอารมณ์ดีได้อาหารถึง น้ำนมที่ออกมาคุณภาพจะดีตามไปด้วย

ปัจจุบันฟาร์มอินแปลงได้รับมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) หรือมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีจากกรมปศุสัตว์ และยังเป็นที่เดียวใน จ.ชุมพร ที่มีการแปรรูปน้ำนมสด ทำนมสดพาสเจอร์ไรส์ โยเกิร์ต ชีส อีกทั้งรีดนมวัวด้วยท่อสแตนเลสโดยไม่ผ่านอากาศ ข้อดี คือ สะอาด สะดวก และที่สำคัญรวดเร็ว ควบคุมการทำงานได้เบ็ดเสร็จในจุดเดียว ระบบนี้เรียกว่า ระบบ “ไปป์ ไลน์” (PIPE LINE)

ปัจจุบันปริมาณนมสดจากฟาร์มอินแปลง แต่ละวันราว 600 ลิตร 50 เปอร์เซ็นต์ส่งนมดิบเข้าโรงแรม 5 ดาว อีก 30 เปอร์เซ็นต์ แปรรูปเป็นนมสดพาสเจอร์ไรส์ ประมาณ 1,000 ขวดต่อวัน ที่เหลืออีก 20 เปอร์เซ็นต์แปรรูปเป็นโยเกิร์ต และชีส ส่งตามร้านอาหารต่างๆ และนอกจากนี้ยังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่สนใจเลี้ยงวัว เฉลี่ยรายได้ต่อเดือนราว 400,000 บาทต่อเดือน

cr. : https://www.sentangsedtee.com/career-channel/article_28457

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …