อดีตนักส่งเสริมการเกษตร ปลูกองุ่นได้ 2 ตันต่อไร่ ทำได้แล้วที่วังน้ำเขียว

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนเทคโนโลยีชาวบ้านเผยแพร่วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560

วันนี้เดินทางช่วงวันหยุดยาว ไปที่วังน้ำเขียว โคราช การต้อนรับอย่างดียิ่งกับบรรยากาศที่หนาวเย็น ครับ

“ลุงเสริฐ” หรือนายประเสริฐศรี ไชยขันธ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 324 ม.11 บ้านน้ำซับ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา 30370 โทร.093-5286383 หาง่ายๆครับ เข้าที่ว่าการอำเภอวังน้ำเขียว เลี้ยวผ่านหน้าสำนักงานสาธารณสุขอำเภอวังน้ำเขียว ตรงไปตามถนนลาดยาง ประมาณ 1 กิโลเมตร จากถนนสายหลัก 304 ประมาณ 3 กิโลเมตร

ลุงเสริฐ เล่าให้ให้ฟังว่า พื้นที่ 10 ไร่ แบ่งปลูกองุ่น 6 ไร่ บ่อน้ำ 2 บ่อ ผักพื้นบ้าน ไม้ผลอื่น 2 ไร่ เช่น ชะอม พืชผักปลอดสารพิษ

เริ่มปลูกองุ่นปี 2556 เป็นพื้นที่แปลงเก่า ปัจจุบันรื้อทิ้งหมดแล้ว เหลือแปลงใหม่ แบบปลอดสารพิษกางมุ้ง กว้าง 5 เมตร ความยาวตามพื้นที่ จำนวน 22 โครง 5×28 เมตร เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการปลูกองุ่น ให้น้ำระบบน้ำสปริงเกอร์

เมื่ออายุ 100 วันจากออกช่อ สามารถเก็บผลผลิตได้ ที่นี่ใช้พันธุ์แบลคโอปอร์ ไร้เมล็ด อร่อยที่สุด

ระยะปลูกระหว่างต้นระหว่างแถว 1.5X6 เมตร จำนวน 100 ต้น เสาคอนกรีตอัดแรง ขนาด 2×2 นิ้ว ความยาว 2.50 เมตร จำนวน 80 ต้น ฝังหลักลึก 60-70 ซ.ม.

การดูแลรักษา ให้น้ำ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 จำนวน 1 กำมือ ทุก 7 วัน 7-8 เดือนเริ่มสะสมตาดอก เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยเกร็ดสูตร 0-52-54 ฉีดพ่นทางใน 3-4 วัน ประมาณ 5 ครั้ง

ลุงเสริฐ บอกว่า แปลงใหม่ การใส่ปุ๋ยจากสูตรเสมอหรือ 15-15-15 เป็น 13-13-21 จำนวน 1 กำมือ/ต้น 7 วัน/ครั้ง และฉีดพ่นให้ปุ๋ยทางใบด้วย 7-8 เดือน จากนั้นตัดแต่งกิ่งไม่มีใบเลย โกร๋นให้มีแต่ตา ฉีดพ่นสารกระตุ้นตาดอกทั่วทั้งแปลง 1 ครั้ง ปล่อยไว้ 10-12 วัน ตาดอกจะโผล่ หากอากาศร้อนชื้นพ่นยากันเชื้อรา ให้น้ำให้ปุ๋ย 7 วัน/ครั้งตามปกติ ความชื้นต้องสม่ำเสมอ ข้อสังเกตุเมื่อใบงอกออกมาจะมีช่อดอกออกมาด้วย หรืออายุ 15-20 วันหลังตัดแต่งกิ่ง

ลักษณะช่อดอกเป็นกรวยคว่ำหรือทรงเจดีย์ ทำการยืดช่อดอกโดยการพ่นฮอร์โมน  อัตรา 5-10 ซีซี/น้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว 7-10 วันฉีดพ่นอีกครั้ง 2-3 ครั้ง จะดีมากๆ ช่อองุ่นจะยืดออกยาว ช่อจะเริ่มบาน ป้องกันกำจัดโรครา แมลงศัตรู ทุกระยะ องุ่นเจริญเติบโตไปจนถึง 60-70 วันหลังตัดแต่งกิ่ง ผลองุ่นจะเริ่มใส เปลี่ยนเป็นสีดำ หากเกิดความหนาแน่นมากเกินไปต้องมีการตัดแต่งกิ่ง 1 ช่อ หรือ 1 พวงองุ่น ประมาณ 1-2 ก.ก.

ลุงเสริฐ บอกว่า ระยะนี้งดการใช้สารเคมี แต่ปุ๋ยให้ทุกระยะ 7 วันเช่นเดิม น้ำห้ามขาด ผลโตขึ้น อายุ 90-100 วัน พ่อค้าแม่ค้า จะเริ่มมาจับจอง เดิน ดม ชม ชิม รสชาติหวาน กรอบ ราคาหน้าสวน 130 บาท/ก.ก. ผลผลิตต่อไร่ 2,000 กิโลกรัม ส่วนมืออาชีพ 5,000 ก.ก./ไร่ ที่สวนลุงเสริฐ สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ครับ มีเรือนรับรอง สำหรับผู้เดินทางมาเป็นคณะ แบบโฮมเสตย์ 50-100 คน กางเต็นท์นอนดูดาวที่วังน้ำเขียว บริการอาหารพร้อมนะครับ หรือต้องการกิจกรรมการแสดงของนักเรียน มีบริการให้

ลุงประเสริฐศรี ไชยขันธ์ เป็นอดีตนักส่งเสริมการเกษตร มืออาชีพ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แวะเวียนผ่านวังน้ำเขียว ก่อนเดินทางท่องเที่ยวต่อไป แวะเยี่ยมลุงเสริฐ หรือพักค้างที่นั่นก่อนครับ

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_24821

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …