อาชีพขายน้ำสมุนไพร ลงทุนไม่มาก วัตถุดิบหาง่าย พื้นที่ข้างบ้านทำขายได้

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยาเผยแพร่วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2560

น้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ เป็นเครื่องดื่มดับกระหายและตอบโจทย์อากาศร้อนในบ้านเราได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นยังสอดคล้องกับกระแสรักสุขภาพที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมให้อาชีพผลิตสมุนไพรแห้งและผลไม้สดเกิดการขับเคลื่อนต่อยอดมีรายได้อีกทางหนึ่งด้วย

การผลิตน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ จัดเป็นอาชีพอิสระที่หลายคนทำกันอย่างแพร่หลาย อาจเป็นเพราะใช้เงินทุนไม่มาก วัตถุดิบหาง่าย สามารถผลิตในพื้นที่เล็กๆ อย่างในบริเวณบ้าน แต่สิ่งเหล่านี้หาใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปซะทุกคน

คุณดวงเดือน ทองญวน หรือ ป้าตา อยู่บ้านเลขที่ 74/2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ใช้เวลาว่างจากงานแม่บ้านต้มน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้แช่เย็นขาย กระทั่งล่วงเข้าปีที่ 3 อาชีพอิสระของเธอกลับสร้างรายได้หลักให้แก่ครอบครัวด้วยการผลิตน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้อย่างมีคุณภาพ สะอาด รสเข้มข้น จำนวนกว่า 20 ชนิด พร้อมกับตั้งชื่อให้คนเรียกกันง่ายๆ ว่า “น้ำสมุนไพรป้าตา”

ป้าตาไม่ได้ตั้งใจจะต้มน้ำสมุนไพรขายเป็นอาชีพ ทว่าความบังเอิญที่นำผลฟักข้าวซึ่งปลูกไว้ในบริเวณบ้านไปขายที่ตลาด แล้วคนซื้อบ่นว่าอยากดื่มน้ำฟักข้าวด้วยเพราะชี้ว่ามีสรรพคุณต้านมะเร็ง แต่ลูกค้าไม่สะดวกทำเอง แล้วขอร้องให้ป้าตาต้มน้ำฟักข้าวมาขายให้ ด้วยความเกรงใจเธอจึงได้ทำตาม ปรากฏว่าเป็นที่ถูกใจของลูกค้า กลายมาเป็นที่ชื่นชอบติดใจกันจนต้องเพิ่มจำนวนในคราวละมากๆ พร้อมไปกับถูกรบเร้าจากลูกค้าให้ต้มสมุนไพรชนิดอื่นมาขายด้วย

“คราวที่ต้มแช่เย็นนำออกขายครั้งแรกยังไม่ค่อยเชื่อมั่นเท่าไร แต่จะเฝ้าสังเกตเพื่อรอดูท่าทีของลูกค้าที่ซื้อไปดื่มว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธ จนกระทั่งไม่นานมีลูกค้ากลับมาถามหากันอีกหลายคน เลยคิดว่ามาถูกทางแล้ว”

น้ำฟักข้าวแช่เย็น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพป้าตา จนทำให้เธอตัดสินใจนำสมุนไพรชนิดอื่นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นดอกอัญชัน กระเจี๊ยบ มะตูม กับสมุนไพรเด่นๆ อีกหลายชนิดมาต้มแช่เย็นขายในเวลาต่อมา

สมุนไพรแต่ละชนิดที่ป้าตานำมาต้มแช่เย็นขายจะถูกเลือกด้วยการศึกษาถึงคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพตามข้อมูลทางวิชาการที่ได้หารายละเอียดมา

“น้ำสมุนไพรตัวแรกที่ต้มแช่เย็นขายคือฟักข้าว เพราะเห็นว่ามีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ทางด้านการป้องกันโรค จากนั้นต้มมะตูมเพราะเห็นว่าช่วยในเรื่องลำไส้ หรือน้ำใบเตยที่ช่วยบำรุงหัวใจ ฯลฯ ทั้งนี้ถ้าผลิตสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริงแล้ว ผู้บริโภคต้องสนใจซื้อแน่นอน เพราะอย่างน้อยก็ได้รับความไว้ใจในเรื่องคุณภาพแล้ว”

คุณดวงเดือนเผยถึงความยุ่งยากของการต้มน้ำสมุนไพรแต่ละชนิดว่า ก่อนอื่นควรรู้จักความเป็นธรรมชาติของพืชสมุนไพรให้กระจ่างเสียก่อนว่ามีกลิ่น สี หรือรส ที่แท้จริงเป็นอย่างไร ซึ่งภายหลังที่ผ่านกระบวนการต้มแล้วต้องพยายามรักษารสชาติและคุณสมบัติเหล่านั้นให้ใกล้เคียงที่สุด

ด้วยเหตุนี้ทำให้เธอออกตระเวนชิมน้ำสมุนไพรที่วางขายทุกแห่ง เพื่อนำมาเปรียบเทียบ จนเมื่อได้ลงมือทดลองต้มเองจะให้คนใกล้ชิดช่วยกันชิมก่อนแล้วค่อยๆ ปรับรสชาติให้เหมาะสมจนได้สูตรที่ลงตัว ทั้งนี้น้ำสมุนไพรของป้าตามีจุดเด่นตรงความเข้มข้นของการใส่สมุนไพร รวมถึงเน้นกลิ่น รสชาติ และความหวานจากธรรมชาติมากกว่าการใส่น้ำตาล แล้วแต่งกลิ่น เพราะตระหนักถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพลูกค้าเป็นสำคัญ

พร้อมกับระบุว่าวัตถุดิบแต่ละชนิดที่นำมาต้มบางส่วนปลูกไว้ในบ้าน เพราะเป็นพืชสมุนไพรใกล้ตัวที่ปลูกและเจริญเติบโตง่าย แต่บางส่วนจำเป็นต้องไปหาซื้อจากแหล่งปลูกที่เชื่อถือได้เนื่องจากเป็นของแท้ จะไม่ซื้อตามที่วางขายทั่วไปเพราะไม่มั่นใจเรื่องความสะอาด

“อย่างผลเสาวรส ต้องหาซื้อมาจากเพชรบูรณ์ ลำไยสั่งมาจากเชียงใหม่ หรืออย่างตะไคร้จะต้องเลือกพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพ แล้วซื้อลูกสำรองมาจากจันทบุรี แม้แต่ว่านหางจระเข้ต้องซื้อมาจากกำแพงแสน ฯลฯ”

ภายหลังประสบความสำเร็จจากการต้มน้ำสมุนไพรแช่เย็นขาย ป้าตา มองว่ายังมีลูกค้าอีกกลุ่มที่ชื่นชอบผลไม้ แต่ไม่สะดวกในการหาซื้อบริโภค ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเพิ่มผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้แช่เย็นทั้งในฤดูและนอกฤดูอีกหลายชนิดเพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าอีกด้วย

ฉะนั้น ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์น้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ที่ใช้ชื่อ “ป้าตา” จึงมีด้วยกันกว่า 20 ชนิด ได้แก่ น้ำฟักข้าว สำรอง เก๊กฮวย มะตูม ตะไคร้ เตยหอม เฉาก๊วย ลิ้นจี่ ลำไย ฝรั่ง เสาวรส ใบบัวบก มะม่วงหาว อัญชัน+เบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่แบบเน้นเนื้อ กระเจี๊ยบใส่พุทราจีน ว่านหางจระเข้ ฯลฯ เป็นต้น

จำนวนและประเภทของการต้มน้ำสมุนไพร และน้ำผลไม้แต่ละชนิดควรใช้หลักเกณฑ์อะไรมาพิจารณาถึงความเหมาะสม เรื่องนี้ป้าตา บอกว่า ต้องดูจากยอดขายน้ำแต่ละชนิดเมื่อผ่านช่วงเวลาหนึ่งก่อนว่าลูกค้ามักชอบซื้ออะไรมากที่สุด และรองลงมา

“คราวนี้เมื่อถึงเวลาต้องการต้มเพิ่มจะใช้ข้อมูลที่เก็บไว้มาใช้ ปกติจะต้มทุก 1-2 วัน เฉลี่ยต้มครั้งละ 30 กว่าขวดแล้วแช่ใส่ตู้เย็นไว้ ส่วนในฤดูร้อนต้องต้มทุกวันและเพิ่มจำนวนมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่น้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ขายดีมาก แต่อย่างไรก็ตาม จะไม่ต้มเผื่อไว้จำนวนมากเกินจริง เนื่องจากเสี่ยงว่าน้ำอาจเสียได้เนื่องจากไม่ได้ใส่สารกันบูด แต่น้ำที่ขายดีที่สุดจะเป็นกลุ่มน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เพราะลูกค้าจะเลือกซื้อเฉพาะที่คิดว่ามีประโยชน์กับสุขภาพตัวเอง”

ตลอดเวลากว่า 3 ปี น้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ของป้าตาผลิตออกขายได้อย่างดีเยี่ยม ยอดการผลิตไม่เคยลดลง ทั้งนี้เป็นผลมาจากการแนะนำของลูกค้าปากต่อปาก รวมถึงหลายคนติดใจรสชาติที่เข้มข้น ไม่หวานติดปาก มีความสะอาด แล้วยังขายไม่แพง สรุปคือป้าตาต้มน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้แช่เย็นได้อร่อย

น้ำสมุนไพรป้าตา มีขายทั้งแบบปลีกและส่ง มีขนาดเดียวคือ 500 มิลลิลิตร ถ้าขายปลีกขวดละ 20 บาท ขายส่งขวดละ 15 บาท แต่ถ้าซื้อเป็นชุด ขายจำนวน 6 ขวด ราคา 100 บาท

สถานที่ขายคือตลาดสดวัดเทียนดัด อยู่ที่สามพราน เพราะใกล้บ้าน จะขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น มีลูกค้ามาอุดหนุนมากมาย นอกจากนั้นยังนำไปวางขายอีกหลายแห่งในละแวกไม่ไกลบ้านพัก ส่วนลูกค้าที่มารับไปขายจะต้องมารับเองที่บ้าน แต่จะต้องโทรศัพท์มาสอบถามล่วงหน้าก่อน มิเช่นนั้นจะไม่ได้น้ำที่ต้องการตามจำนวน

อากาศร้อนอย่างนี้ ถ้าได้ดื่มน้ำสมุนไพรหรือน้ำผลไม้ที่แช่แบบเย็นเจี๊ยบสุดขั้วสักขวด เห็นทีคงช่วยดับกระหาย คลายร้อนได้เป็นแน่…แล้วถ้าท่านมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวแถวสามพราน นครปฐม อย่าลืมแวะไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์น้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ของป้าตา เพราะเธอรับประกันว่าน้ำทุกชนิด ทุกขวด ปลอดภัย สะอาด เกินราคาที่จ่าย

สนใจต้องการชิมน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ของป้าตา แวะมาที่ตลาดนัดวัดเทียนดัด ไร่ขิง สามพราน ในทุกเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ หรือชิมแล้วติดใจต้องการเป็นตัวแทนขาย ลองคุยกับป้าตาได้ที่ โทรศัพท์ (081) 403-7954

cr. : https://www.sentangsedtee.com/featured/article_36171

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
สื่อนอกตีข่าวทั่วโลก! “เจ๊ไฝ” ไข่เจียวปู 800 สตรีทฟู้ดไทยแลนด์ขึ้นแท่น “มิชลินสตาร์”

ผู้เขียนข่าวสดออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2560 จากกรณี มิชลิน เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ ยังมีร้านอาหารริมทางได้รางวัล 1 ดาวมิชลินอยู่ 1 ร้านด้วย นั่นคือ ร้าน เจ๊ไฝ ที่เชฟเจ้าของร้านปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนและโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง AFP PHOTO / Lillian SUWANRUMPHA ล่าสุด สำนักข่าวระดับโลกอย่าง เอเอฟพี …

ชี้ทางรวย
กว่าจะมาเป็น PET MASTER บ้าน “หลังสุดท้าย” ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2560 ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย  PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น!  โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พอมันตายมักฝังในบริเวณบ้าน แต่ลองนึกถึงคนเลี้ยงกลุ่มอื่นซึ่งเขาอาจไม่มีพื้นที่ให้ฝัง การทิ้งร่างของสัตว์เลี้ยงลงถังขยะบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ …

ชี้ทางรวย
“เจ๊กตู้” สินค้าจิปาถะดีลิเวอรี่ สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร   “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์ทรงเลือกซื้อ รัชกาลที่ ๙ เคยมีพระราชดำรัสเล่าพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ว่า …