เกษตรกรชาวนาข้าวและเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง ปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษ ส่งออกญี่ปุ่น สัปดาห์ละ 100 ตัน

เกษตรกรยุคใหม่

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านผู้เขียนอัศวิน ภักฆวรรณเผยแพร่วันพฤหัสที่ 5 มกราคม พ.ศ.2560

คุณจิระวัฒน์ ภักดี ประธานกลุ่มพืชผักปลอดสารพิษ หมู่ที่ 6 ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ได้รวบรวมสมาชิกเกษตรกรชาวนาข้าวและเกษตรกรชาวนากุ้ง ประมาณ 35 คน ทำโครงการปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก โดยได้มีการทำสัญญารองรับกับ บริษัท แพน แปซิฟิค ฟู้ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะลงมือปลูกเอง สร้างความมั่นใจ และมีตลาดรองรับ

“จะมีออเดอร์รับซื้อกล้วยหอมทอง 100 ตัน/สัปดาห์ ทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความมั่นใจ เนื่องจากมีตลาดรองรับที่แน่อน ผลผลิตที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะเป็นกล้วยเกรดเอทั้งหมด บริษัทรับซื้อกล้วยหอมทองจากประเทศญี่ปุ่นมีความพึงพอใจ รับไม่จำกัดจำนวน”

สำหรับโครงการปลูกกล้วยหอมทอง หมู่ที่ 1 ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โดยการสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีอาชีพเสริม หารายได้ที่ขาดหายไปในช่วงเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยสนับสนุนหน่อพันธุ์กล้วยหอมทอง เกษตรกรจำนวน 35 ราย รายละ 2 ไร่ ไร่ละ 400 หน่อ จำนวน 14,000 หน่อ เป็นเงิน 238,000 บาท เพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกล้วยหอมทองเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลสวย รสชาติดี และตลาดในประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการสูง

ส่งเสริมอาชีพ พืชเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัด

สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ให้ข้อมูลว่า สำหรับจังหวัดพัทลุง การปลูกกล้วยยังมีการขยายตัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวม ในปี 2558 มีประมาณ 8,000 ไร่ และในปี 2559 ได้ขยายตัวเติบโตขึ้นประมาณกว่า 10,000 ไร่ การปลูกกล้วย ส่วนใหญ่จะเป็นไร่ผสมผสาน ไม่ใช่พืชเชิงเดี่ยว โดยพืชเชิงเดี่ยวยังมีปริมาณจำนวนน้อย สำหรับกล้วยหอมทอง ดำเนินเป็นเครือข่ายไปยังจังหวัดชุมพร จังหวัดสงขลา เพื่อส่งไปยังต่างประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น และเป็นกล้วยเกรดเอคุณภาพตามความต้องการที่กำหนดไว้

สำหรับ กล้วยน้ำว้า ขณะนี้ นอกจากขายผลสด ก็ยังมีส่วนหนึ่งนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แล้ว ส่วนกล้วยไข่ได้เข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เต็มรูปแบบ ส่วนกล้วยหอม ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 17-18 บาท/กิโลกรัม ทั้งนี้ เกษตรกรมีการตื่นตัวในการยกระดับการพัฒนา ปรับปรุง เพื่อประสิทธิภาพ คุณภาพกันมาก เพื่อรองรับป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เช่น เรื่องของแหล่งน้ำ เป็นต้น และประการสำคัญคือการกล้าลงทุนในการดำเนินการปลูกกล้วย โดยหลังจากนี้ประมาณ 4 เดือน จะเห็นผลผลิต

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_20463

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …