เพาะถั่วงอกปลอดสาร ทำเงินวันละ 2 หมื่น รายได้เดือนละเฉียดล้าน

เกษตรกรยุคใหม่

เผยแพร่วันพฤหัสที่ 1 กันยายน พ.ศ.2559

ติดทำเนียบผักขายดี ร้านก๋วยเตี๋ยวทุกร้านจำเป็นต้องใช้ทุกวัน สำหรับ “ถั่วงอก” พืชราคาไม่สูงมากแต่อุดมด้วยไปคุณค่าทางโภชนาการ แถมปลูกง่าย โตไวทำเงินดี ไม่ต้องเป็นเกษตรกรก็สามารถปลูกได้

เฮียเอี่ยม หรือคุณวันทัสน์ รติขจรพันธุ์ ชายหนุ่มวัย 59 ปี ยึดอาชีพเพาะถั่วงอกขายมาตลอดทั้งชีวิตปัจจุบันเพาะถั่วงอกปลอดสารบนเนื้อที่ 400 ตารางวา ย่านคลอง 13 หนองจอก กรุงเทพมหานคร เก็บผลผลิตส่งขายตลาดทุกวันราว 2 – 3 ตัน มีรายได้วันละ 20, 000 บาท โดยเฉลี่ยยังไม่หักต้นทุน จะมีรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

เฮียเอี่ยม เท้าความกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวคนจีนที่มีอาชีพเพาะถั่วงอกขาย เดิมรุ่นพ่อแม่เพาะถั่วงอกอยู่ที่ย่านดินแดงนาน 20 ปี จนกระทั่งกรมทรัพยากรน้ำสั่งห้ามใช้น้ำบาดาลเลยย้ายมาอยู่ย่านคลอง 13 หนองจอก เนื่องจากมีน้ำให้ใช้ตลอดทั้งปี

“ตอนเพาะถั่วงอกอยู่ที่ดินแดงใช้น้ำบาดาล ประกอบกับท่อน้ำบาดาลแตก กรมทรัพยากรน้ำ สั่งห้ามใช้น้ำบาดาล เลยย้ายมาอยู่คลอง 13 ย่านหนองจอก เนื่องจากมีน้ำให้ใช้ตลอดทั้งปี เป็นน้ำคลองชลประทานที่ไหลมาจากเขื่อนจังหวัดชัยนาท ก่อนนำมาใช้รดถั่วงอกต้องสูบขึ้นมาพักในบ่อพักน้ำสูง 3 เมตร นาน 1 วัน เพื่อกรองตะกอนก่อน”

สำหรับจุดเด่นของถั่วงอกเฮียเอี่ยม เป็นถั่วงอกไฮโดรโปนิกส์ ลักษณะต้นเรียว ยาว ขนาดกำลังดี มีเปลือกติดที่หัว มี 2 ใบเลี้ยงงอกออกมา สีเหลืองธรรมชาติ หากถูกแดดจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน ต่างจากถั่วงอกทั่วไปที่มีต้นขาว อวบ อ้วน ถูกแดดก็ยังเป็นสีขาวไม่เปลี่ยนสี

การเพาะถั่วงอกของเฮียเอี่ยม เฮียบอกเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ใช้ถั่วเขียวผิวดำ หรือถั่วแขก (ถั่วพม่า) เนื่องจากแข็งแรง ทนทาน ไม่ค่อยช้ำ แต่ข้อเสีย คือ โตช้า ปกติถั่วเขียวทั่วไปเพาะเป็นถั่วงอกใช้เวลา 72 ชั่วโมง แต่ถั่วแขกใช้เวลา 80 ชั่วโมงกว่าจะงอก ซึ่งถั่วแขก 1 กิโลกรัม จะเพาะถั่วงอกได้ราว 7 กิโลกรัม

ปัจจุบันเฮียเอี่ยมจะเพาะถั่วงอกทุกวัน เฉลี่ยวันละ 3,100 กิโลกรัม ส่งขายตลาดคลองเตย ตลาดห้วยขวาง พระขโนง ประตูน้ำ ตลาดวรจักร ตลาดย่านศรีนครินทร์ ราคากิโลกรัมละ 13 – 16 บาท

“ต้นทุนถั่วแขก กิโลกรัมละ 70 บาท เพาะเป็นถั่วงอกได้ 7 กิโลกรัม แต่ละวันผมใช้ถั่วแขก 500 กิโลกรัมเพาะถั่วงอกได้ 3,100 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 13 -16 บาท ส่งขายทุกวัน ตกแล้วมีรายได้วันละ 20,000 บาท”

สำหรับกระบวนการเพาะถั่วงอก เฮียเผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า

1.นำถั่วเขียวผิวดำ ที่นำเข้าจากพม่า มาล้างทำความสะอาดให้เกลี้ยง ร่อนเพื่อนำวัตถุแปลกปลอมออกให้หมด หลังจากนั้นแช่น้ำทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง

2.นำเม็ดถั่วที่ผ่านการร่อน และล้างสะอาดแล้ว เพาะลงถังที่เจาะร่องไว้เพื่อระบายน้ำ ใช้ถังขนาด 200 ลิตรตัดครึ่ง ใส่ถั่วเขียวผิวดำลงไปในถังประมาณ 7 กิโลกรัม นำตาข่ายมาบังไว้เพื่อไม่ให้น้ำกระแทกถูกเมล็ดแรงเกินไป

3.รดน้ำผ่านตาข่ายทุกวัน โดยใช้ฝักบัว เพื่อให้น้ำกระจายทั่วถึง รดน้ำเทุกๆ 2 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 วัน (เฉลี่ยรดน้ำวันละ 12 ครั้ง) เมล็ดถั่วแขกจะงอกเป็นถั่วงอกสีขาว อวบอ้วน น่ารับประทาน นำไปขายส่งในตลาดสด

เฮียเอี่ยม บอกเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า การเพาะถั่งงอกที่สำคัญคือใช้น้ำเยอะมากต้องรดน้ำทั้งวันทั้งคืน ถั่วงอกที่ดีต้องมีกลิ่นเหม็นเขียวเล็กน้อย เพราะแสดงถึงความสดใหม่ เวลาโดนลม โดนแสงแดดมีสีคล้ำบ้าง

 “ถั่วงอก” นับเป็นพืชที่ปลูกง่าย และน่าอัศจรรย์ เพราะปราศจากดินและปุ๋ยใช้เพียงน้ำเท่านั้น

########

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_2433

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …