แนะจะประสบความสำเร็จในอาชีพทำสวนได้ ต้องจดบันทึก ทำฐานข้อมูล และต้องมีกลุ่ม

พัฒนาตัวเอง

เผยแพร่วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2560

ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 ให้วันพระราชพิธีพืชมงคลเป็น “วันเกษตรกร” เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการทำเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงมีการจัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตลอดมา โดยในปี 2560 เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นประเภทต่าง ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณพร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติต่อไป 

นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ 1 ใน 16 เกษตรกรที่ได้ผ่านการคัดเลือกได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2560 ในสาขาอาชีพทำสวน เตรียมเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2560 วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2560 ณ พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจมาก เป็นเกียรติประวัติในชีวิตและครอบครัว ตนเป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่ทำด้วยใจจริงๆ เป้าหมายไม่ได้หวังอะไรมากนัก หวังแค่ได้ให้ความรู้กับเกษตรกรในฐานะที่เราเป็นเกษตรกรต้นแบบ เป็นเกษตรกรที่มีความรู้เพราะได้เรียนทางด้านเกษตรมาโดยตรงจบการศึกษาจากรั้ววิทยาลัยเกษตรกรรมชุมพร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้เผยแพร่ความรู้ที่มีจากการศึกษาและจากประสบการณ์ชีวิตจริงให้พี่น้องเกษตรกรได้รับทราบและปฏิบัติตาม การได้ถ่ายทอดแนวคิดแล้วก็นำแนวคิดนั้นไปประยุกต์ใช้แค่นั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องสุดยอดของชีวิตแล้ว แต่เมื่อมีโอกาสได้รับรางวัลเพราะหน่วยงานราชการได้เข้ามาเห็นสิ่งที่ได้ทำก็ถือเป็นเรื่องสุดยอดครั้งสำคัญของชีวิต และด้วยที่บ้านเป็นศูนย์เรียนรู้ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันชุมชน มีพื้นที่ทำสวน 250 กว่าไร่ หลักๆจะปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพารา พืชสวนครัวที่คนในครอบครัวทาน เลี้ยงไก่ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ได้มีส่วนร่วมทั้งส่วนราชการและเอกชนที่เป้าหมายคือเกษตรกร คนใกล้ตัวทุกคนที่อยากมาเรียนรู้ได้เข้ามาศึกษาเพื่อกลับไปทำสวนของตัวเองได้ จัดการองค์ความรู้ที่ตนมีเผยแพร่ให้กับผู้ที่สนใจเรียกได้ว่าเป็นเกษตรกร 100%

แนวคิดในวิถีเกษตรนั้นมองว่าการจะทำอาชีพทำสวนเกษตรให้ประสบความสำเร็จได้จะต้องมีวิธีการมีการวางแผนให้ถูกต้อง สิ่งที่ต้องทำคือทุกอย่างต้องมีคุณภาพ สินค้า. ผลิตผลที่ผลิตออกไปต้องทำให้มีคุณภาพที่สุดตามมาตรฐาน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือถ้าเราจะทำตรงนี้ได้ต้องมีการจดบันทึกต่างๆเพื่อเป็นฐานข้อมูล ได้แก่ ต้นทุนในการผลิต ค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นต้น เมื่อมีข้อมูลแล้วต้องวางแผนเป็นขั้นตอน ทำอย่างไร ปัญหามีอะไรบ้างจดบันทึกไว้ สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอีกเรื่องคือต้องใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลเอามาเป็นตัวช่วยเพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มมูลค่าผลผลิตในคราวเดียวกัน สิ่งที่ลืมไม่ได้ในอาชีพการทำสวนคืออย่าทำอย่างโดดเดี่ยว ต้องมีกลุ่มต้องมีส่วนร่วม มีความรู้อย่างไรต้องแบ่งปันเพื่อแลกเปลี่ยนเราทำได้เขาอาจทำไม่ได้เพราะอะไรจะได้ช่วยกันแก้ปัญหา นั่นเป็นเป้าหมาย ส่วนในอนาคตมองว่าด้านการทำเกษตรนั้นถ้าทำจริงจังมีฐานข้อมูล ต้นทุน การผลิต ปัญหาไม่ได้มีมากมายนัก ประชากรที่เพิ่มขึ้นทุกวันทุกคนต้องบริโภค ด้านการเกษตรต้องทำให้มีคุณภาพ ปลอดภัยก็จะได้ราคาดีตามมา

 

ที่มา เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_32202

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

พัฒนาตัวเอง
“สินค้าไม่ได้มาตรฐาน”ปัญหาธุรกิจสำคัญของทุกชุมชน แนะใช้ “ธรรมศาสตร์โมเดล” ลองแก้ดู

ผู้เขียนวัชรี ภูรักษาเผยแพร่วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2560 “ธรรมศาสตร์โมเดล” เป็นโครงการธุรกิจเพื่อชุมชน ส่วนหนึ่งของหลักสูตรบริหารควบปริญญาตรี-โท ทางบัญชีและบริหารธุรกิจของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กำหนดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 ทุกคนต้องเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนต่างๆ พร้อมใช้ความรู้ที่เรียนมาช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับวิสาหกิจชุมชนต่างๆ พร้อมไปกับการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการแบ่งปันและเปลี่ยนความรู้เป็นการปฏิบัติจริง เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญาการศึกษาของมหาวิทยาลัย เมื่อมีความรู้ต้องแบ่งปันและทำประโยชน์ให้สังคมและใช้เครื่องมือเพื่อนำความคิดสร้างสรรค์ไปสู่การเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ เดินหน้าได้ตามแนวทางรัฐสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 รองศาสตราจารย์ ดร.พิภพ อุดร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กล่าวว่า “ธรรมศาสตร์โมเดล” เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดและความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษา ที่จะทำหน้าที่ลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ เพื่อลงไปวิเคราะห์ปัญหา และหาทางออก ช่วยกันแก้ไขให้ชุมชนนั้นสามารถพัฒนาสินค้าหรือแบรนด์ จนสามารถต่อยอดได้อย่างยั่งยืนภายในระยะเวลา 4 เดือน (1 ภาคการเรียนการสอน) ร่วมกับคนในชุมชน ที่จะทำงานไปด้วยกัน, ภาคเอกชน ที่เข้ามาสนับสนุนเรื่องเงินทุน และความร่วมมือแบบพันธมิตรธุรกิจ และภาคราชการ ทั้งในระดับส่วนกลางและภูมิภาคที่เข้ามาช่วยดูแลและผลักดันคนในชุมชน สร้างความร่วมมือภายในชุมชน ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินมา 10 ปีแล้ว นักศึกษาลงพื้นที่ไปทำงานกับชุมชนหลากหลายจังหวัดและทำงานกันอย่างต่อเนื่องมาตลอดในหลายพื้นที่ …

พัฒนาตัวเอง
ชีวิตนี้ใช้ยังไงให้คุ้มค่า บัตรเครดิต…ก็เช่นกัน!! แนะเทคนิคใช้ยังไงให้คุ้ม

ผู้เขียนป้านะยะเผยแพร่วันพฤหัสที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2560 กลายเป็นปกติไปแล้ว เมื่อไปทานอาหารที่ร้านเสร็จ แล้วเรียกพนักงานเพื่อเก็บเงิน พร้อมกับคำถามแบบไม่ต้องเหนียมอายใครว่า มีบัตรอะไรได้ส่วนลดบ้าง และหากบัตรเครดิตใบไหนให้ส่วนลด พฤติกรรมโดยทั่วไปเราก็จะหยิบบัตรใบนั้นขึ้นมาใช้รูดชำระเงินทันที แต่ถ้าไม่มีก็จะต้องถามหาจากเพื่อนร่วมโต๊ะว่าใครมีบัตรใบดังกล่าวบ้าง แหม! ก็ส่วนลดที่ได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ คำนวณดูแล้วก็มิใช่น้อย เพื่อนที่มีบัตรเครดิตใบนั้นก็น่าจะยินดีที่จะให้รูด (ถ้าเพื่อนๆ ที่ไปทานข้าวกันพอไว้ใจกันได้และวงเงินไม่เต็มไปเสียก่อน) เพราะเมื่อเพื่อนๆ จ่ายเงินสดคืนให้เราแล้ว คนรูดยังได้คะแนนสะสมเข้าบัตรไปอีกเต็มๆ แบบไม่ต้องแบ่งใคร จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย คนไทยมีค่าเฉลี่ยในการถือบัตรเครดิตประมาณคนละ 2-3 ใบ นี่คือค่าเฉลี่ย บางคนมีมากถึง 10 ใบ ดังนั้น ก็ใช้วนไปค่ะ บัตรไหนให้ส่วนลดก็หยิบบัตรนั้นขึ้นมาใช้บ่อยหน่อย ตรงนี้เองก็ขึ้นอยู่กับแผนการตลาดของธนาคารแต่ละค่ายที่ใครจะเก่งกว่าในการเกี่ยวยอดใช้จ่ายผ่านด้วยการมีโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดกว่า มุกโปรโมชั่นที่ง่ายที่สุด ก็เห็นจะเป็นส่วนลดที่ได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ลูกค้าน่าจะชอบที่สุด แต่การแบกรับส่วนลดที่ว่านั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันระหว่างร้านค้ากับธนาคารผู้ออกบัตรว่า ใครจะช่วยกันรับไปอย่างไร แต่ปัจจุบันความคิดสร้างสรรค์ในการสรรหาโปรโมชั่นมีความซับซ้อนขึ้น ส่วนลดที่ได้อาจต้องใช้คะแนนสะสมที่มีอยู่ในบัตรด้วย ตรงนี้เองลูกค้าต้องใช้ความรู้ความสามารถด้านคณิตศาสตร์เบื้องต้นมาคิดคำนวณกันนิดหน่อย เช่น ทุก 1,000 …

พัฒนาตัวเอง
แนะรู้จักคน 4 กลุ่ม ทำความรู้จัก เพื่อแยกแยะ “ใครคือลูกค้าของเรา”

ผู้เขียนพลชัย เพชรปลอดเผยแพร่วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 คนที่ทำธุรกิจขนาดย่อมมาระยะหนึ่งแล้ว ถ้าถูกถามว่าใครคือลูกค้าของคุณ คำตอบพรั่งพรูครับ “เยอะแยะ…ใครก็ได้ที่ซื้อ” บางทีก็ตามมาด้วยชื่อคนโน้นคนนี้ ถ้าถามคนที่กำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจว่า เล็งไว้หรือยังว่าใครคือลูกค้า “คนที่มีกำลังซื้อ…คนระดับกลางถึงบน…วัยรุ่น…” ถ้าคำตอบแบบนี้อาจจะกว้างเกินไป สำหรับคำถามว่าใครคือลูกค้า เวลาพูดถึงเรื่องของลูกค้า นักการตลาดมีการแบ่งยิบย่อย เกี่ยวกับนิยามของความเป็นลูกค้าไว้หลายอย่าง แต่ผมอยากกล่าวถึงสัก 4 อย่าง ให้เราเก็บเอาไว้พิจารณาเวลาทำธุรกิจ อย่างแรก “ลูกค้าเป้าหมาย” เวลาถูกถามตอนที่เริ่มทำธุรกิจ หรือกำลังจะทำธุรกิจ คนถามมักถามถึงสิ่งนี้ครับ “ลูกค้าเป้าหมาย” ชื่อชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วว่า เป็นเพียงแค่ “เป้าหมาย” ยังไม่ใช่ของจริง ลูกค้าเป้าหมาย คือ คนที่เราคิดว่าอยากจะคบค้าด้วย อยากขายของให้เขา อยากให้เขามาซื้อของเรา อยากให้เขาเป็นลูกค้าประจำกันไปแสนนาน แต่ในชีวิตจริง…บางที เขาไม่เคยชายตาแลซะด้วยซ้ำ…ช้ำจริงๆ ลูกค้าเป้าหมาย มาจากการประมวลความคิด ความเหมาะสมทั้งหมดทั้งมวลว่า ทั้งสินค้า ทั้งราคา ทั้งวิธีหาช่องทางเข้าถึง ทั้งวิธีกระตุ้นการซื้อของเรา เหมาะสมกับพวกเขาอย่างแน่นอน เหมือนกับการยิงปืนครับ กระสุนพุ่งตรงไปได้จุดเดียว …