ไก่โปแลนด์ไก่ซิลกี้ฮิตติดลมบน เลี้ยงขายในบ้านชิลล์ชิลล์รายได้ดือนละแสน

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนดวงกมล โลหศรีสกุลเผยแพร่วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2560

จัดว่ากำลังฮิตในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์สวยงาม สำหรับ “ไก่โปแลนด์” หรือ ไก่หัวจุก เพราะมีขนขึ้นบนหัว มีทั้งขนแบบเรียบและขนกลับ มีหลายสี อาทิ สีขาว สีกระ สีดำ อีกตัวคือ “ไก่ซิลกี้” หรือ ไก่ผ้าไหมจีน ไก่ที่มีขนนุ่มเป็นพิเศษ ดุจราวเส้นไหม มีสีสวยงามและมีหลากหลายสีสัน ซึ่งไก่ทั้ง 2 สายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดมาจากทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกา

คุณศักดา บรรพจุลจินดา หรือคุณนิ้ง อายุ 48 ปี อดีตผู้ช่วยผู้จัดการส่งเสริมการตลาด ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ที่ผันตัวเข้าสู่ธุรกิจสัตว์เลี้ยงสวยงามมานาน 10 กว่าปี ปัจจุบันเป็นเจ้าของฟาร์ม Doxxa House ตั้งอยู่ใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สถานที่แห่งนี้เป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ซิลค์กี้ และไก่โปแลนด์

คุณนิ๊ง เล่าว่า ในอดีตเคยทำงานประจำ ตำแหน่งสุดท้าย คือ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาดห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ หน้าที่การงานดี มั่นคง แต่ทว่ารายได้ไม่ขยับ หนที่สุดตัดสินใจลาออก เบื้องต้นทำฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขพันธุ์ชิวาวา รายได้ดี แต่ขณะเดียวกันตลาดก็แข่งขันสูง เลยหันมาเลี้ยงไก่สวยงาม นั่นคือ ไก่โปแลนด์ และไก่ซิลกี้

“ผมเริ่มเลี้ยงไก่ 2 สายพันธุ์นี้ เมื่อปี 57 โดยสั่งลูกไก่มาจากจังหวัดพะเยา 6 ตัว คละสี ราคาตัวละ 600 บาท ในช่วงแรกเลี้ยงไว้ดูเล่น เลี้ยงๆ ไป รู้สึกชอบ ประกอบกับมีคนรู้จักมาเห็นและขอซื้อ เลยศึกษาเพิ่มเติม และทำเป็นธุรกิจจริงจัง สร้างรายได้ให้ครอบครัวไม่ต่ำกว่าเดือนละแสนบาท”

สำหรับการขยายพันธุ์ไก่ คุณนิ้ง บอกว่า เลือกที่จะนำเข้า ‘ไข่ไก่’ เพื่อมาฝักเป็นลูกเจี๊ยบ การนำเข้าไข่ไก่ความเสียหายน้อยกว่าการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ ที่จะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย อาทิ ต้องขอใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ ต้องผ่านด่านตรวจโรค กว่าจะถึงมือผู้ซื้อ ไก่อาจได้รับความเสียหายและไม่สมบูรณ์

“ผมเลือกนำเข้าไข่ไก่จากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนำมาฟักต่อด้วยเครื่องอบ ช่วงเดือนที่ซื้อไข่ไก่ เป็นช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. โดยหลังจะได้ไข่ไก่มาแล้วก็นำเข้าตู้อบซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 20-21 วัน ก็จะออกมาเป็นลูกเจี๊ยบ”

สำหรับสถานที่เลี้ยงไก่ คุณนิ้ง ใช้พื้นที่ประมาณ 100 ตารางวา ทำกรง แยกเป็นสัดส่วน มีประตูปิดมิดชิด ใช้แกลบรองพื้นไว้เพื่อดูดกลิ่นจากมูลไก่ สัดส่วนการเลี้ยง เฉลี่ยตัวผู้ 1 ตัว ต่อตัวเมีย 3 ตัว ปัจจุบันผลิตลูกไก่ได้เดือนละ 170 – 200 ตัว

ด้านอาหารไก่ เจ้าของบอกว่า มีรำข้าว ปลาป่น ข้าวโพด หากจะให้ขนไก่ดีและสวยงามก็เน้นอาหารจำพวกโปรตีน ซึ่งทางฟาร์มจะเสริมด้วยหนอนนก พ่อพันธุ์แม่พันธุ์อายุ 8 เดือนก็เริ่มมีการผสมพันธุ์ไดแล้ว

สำหรับจุดเด่นของ ไก่ซิลค์กี้ อยู่ที่เส้นขน จะคล้ายกับเส้นไหม ขนปุกปุยตัวกลม ฟรุ๊งฟริ๊ง น่ารัก ที่ฟาร์มของคุณนิ้งจะมีหลายสี อาทิ สีดำ สีขาว สีเทา สีครีม เด็กๆ และผู้หญิงค่อนข้างชื่นชอบ ส่วนไก่โปแลนด์ จะมีจุกบนหัว เท่ๆ คล้ายจิ๊กโก๋ มีหลากหลายสี ทั้งสีกระ สีดำ ขนแบบเรียบ และแบบขนกลับ

ด้านราคาการซื้อขาย เจ้าของฟาร์ม บอกว่า หากเป็นลูกไก่ซิลกี้ ช่วงอายุ 1 เดือน ราคาอยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนลูกไก่โปแลนด์ ราคาอยู่ 500-2,000 บาท ไก่รุ่นหรือไก่อายุ 3-4 เดือน ราคาจะอยู่ประมาณ 2,500 -3,000 บาท และไก่พร้อมผสมจะขายเป็นคู่ คู่ละ 10,000 บาท รายได้จากการจำหน่ายไก่สวยงามแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท

 

cr. : https://www.sentangsedtee.com/career-channel/article_30080

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …