ทำพืชเชิงซ้อน “ปลูกไผ่ร่วมยาง” ช่วยเพิ่มคุณภาพปริมาณน้ำยาง สร้างรายได้งามสองทาง

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนอัสวิน ภัฆวรรณเผยแพร่วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560

คุณขวัญใจ กลับสุกใส เจ้าของสวนไผ่ขวัญใจ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ได้ลงทุนทำสวนไผ่ มาเป็นปีที่ 10 จำนวน 15 ไร่ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขณะนี้ ยังมีรายได้ที่มั่นคง มีเสถียรภาพ และมีผู้สนใจมาซื้อพันธุ์ไผ่นำไปปลูก ขยายตัวไปยังหลายจังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง และจังหวัดกระบี่ สำหรับภาคใต้แล้ว จังหวัดพัทลุง ถือว่าเป็นต้นแบบในการปลูกไผ่

คุณขวัญใจ กลับสุกใส กล่าวอีกว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา ทางการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มีนโยบายให้ชาวสวนยางทำสวนเชิงซ้อนถ้ามีความประสงค์ ทำให้มีเกษตรกรสวนยางพาราจากหลายจังหวัดในภาคใต้ เดินทางเข้ามาอบรมดูแลที่สวนไผ่ขวัญใจแล้ว 7 รุ่น รุ่นละ 50 คน เพื่อนำความรู้กลับไปลงทุนปลูกไผ่ร่วมยาง โดยปลูกยาง 1 แถว ปลูกไผ่ 1 แถว

“การปลูกไผ่ร่วมยาง จะทำให้ต้นยางมีคุณภาพ และทำให้หน้ายางเกิดสีชมพู ให้ปริมาณน้ำยางที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก่อนนั้นเกษตรกรได้ดำเนินการปลูกไปก่อนแล้ว จำนวนหลายราย ต่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะที่จังหวัดกระบี่ แต่ที่สงขลา ยังเป็นของใหม่”

คุณขวัญใจ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับสวนไผ่ขวัญใจ ปลูกสายพันธุ์ไผ่ตงลืมแล้ง และสายพันธุ์ซางหม่น ต้นไผ่เป็นทั้งอาหาร แปรรูปเป็นเครื่องนุ่งห่ม ทำอาคารบ้านเรือน ฟาร์มไก่ รั้ว นั่งร้าน ฯลฯ ปัจจุบัน สวนไผ่ขวัญใจ ยังมีตลาดใหม่ มีการสั่งจองไผ่ วันละ 1,000 กระบอก เพื่อไปเป็นภาชนะสำหรับใส่น้ำดื่มผลไม้ เช่น น้ำสับปะรด น้ำอัญชัน ฯลฯ จำหน่ายกระบอกละ 20 บาท

“กระบอกไม้ไผ่ เป็นจอกไม้ไผ่ ดำเนินการมาแล้วประมาณ 1 ปี ตลอดมามีการสั่งเข้าถึงโรงแรมใหญ่ๆ ด้วย น้ำผลไม้ในกระบอกไม้ไผ่ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยจำหน่าย กระบอกละ 8 บาท ล็อตละ 1,000 กระบอก ไม้ไผ่ 1 ต้น มี 30 ข้อ เท่ากับ 30 กระบอก ต้นไผ่ 1 ต้น มีรายได้ ประมาณ 240 บาท ในส่วนตรงนี้จะมีรายได้ ประมาณกว่า 40,000 บาท ต่อเดือน”

คุณขวัญใจ กลับสุกใส กล่าวอีกว่า ไผ่ที่ขายเป็นต้น จะขายเป็นเมตร เมตรละ 30 บาท ต้นสูงขนาด 15 เมตร ประมาณ 450 บาท ต่อต้น ส่วนหน่อไม้ ยังมีเปลือก ราคา 50 บาท ต่อกิโลกรัม สำหรับหน่อไม้ปลอดสารพิษ โดยภาพรวมราคาไม้ไผ่เฉลี่ยแล้วมีเสถียรภาพ การปลูกไผ่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นตามลำดับ และมีแนวโน้มการลงทุนปลูกสวนไผ่ขนาดใหญ่ พร้อมลงทุนสร้างรีสอร์ตในสวนไผ่

cr. : https://www.sentangsedtee.com/career-channel/article_23571

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …