แนะเคล็ดลับ สร้างแบรนด์ ในยุคออนไลน์ ง่ายๆ แค่ทำวิดีโอ อาชีพเสริมเพิ่มรายได้

การตลาด

ผู้เขียนวัชรี ภูรักษาเผยแพร่วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ.2560

ปัจจุบันขีดความสามารถในการพัฒนาและเข้าถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับ ระบบอินเตอร์เน็ต และสมาร์ตโฟน ของคนในสังคมเพิ่มสูงมากขึ้น แทบจะเรียกได้ว่า ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก หรืออยู่บนพื้นที่ก็แล้วแต่ ขอเพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตเข้าถึงในพื้นที่นั้น ก็สามารถเข้าถึงเรื่องราวบนโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดาย

คุณเสกสรร เทิดสิริภัทร หรือ ฉายา เสกสรร ปั้น Youtube เจ้าของไอเดียเด็ดที่สร้างช่องทางการสื่อสารและตัวตนผ่านทางยูทูบ เล่าให้ฟังว่า ก่อนนั้นเป็นครู มีอยู่วันหนึ่ง เจ้านาย บอกว่า อยากทำวิดีโอโปรโมตโรงเรียน โดยให้เราเป็นคนดูแลรับผิดชอบ จึงตัดสินใจไปซื้อกล้องที่ถ่ายวิดีโอได้ ก็เริ่มศึกษาว่าจะทำวิดีโอทำกันอย่างไร ก็เริ่มต้นทำ ทำมาเรื่อยๆ พบว่าตนเองสนใจและชอบเรื่องนี้ไม่น้อย จึงทำต่อไปเรื่อยๆ โดยอัพวิดีโอที่ทำเอง ไม่ว่าจถ่ายวิดีโอ ตัดต่อ หรือการเรียงลำดับเนื้อหา ซึ่งได้จากการลองผิดลองถูก และศึกษา โดยอัพขึ้นไปบนช่องทางยูทูบ

จนกระทั่งได้กลายเป็นการสร้างแบรนด์ให้กับตัวเอง และมีชื่อที่รู้จักกันบนยูทูบ ว่า “เสกสรร ปั้น Youtube” มีคนเข้ามาติดตามช่องยูทูบของเรา เริ่มมีคนให้ความสนใจเนื้อหาที่นำเสนอออกไปเพิ่มขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเนื้อหาที่นำเสนอจะต้องเป็นเนื้อหาที่ให้ประโยชน์กับคนดูด้วย”

ในช่วงปี 2553 จึงได้เริ่มทำเป็นอาชีพเสริม โดยการสร้างแบรนด์ ขายความเป็น เสกสรร ปั้น Youtube เน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก เพราะตอนนั้นว่ากันตามจริง การทำวิดีโอเพื่ออัพลงบนยูทูบ และการมีช่องเป็นของตนเองนั้นเป็นเรื่องใหม่ และดูค่อนข้างไกลตัว อย่างมากสำหรับทุกคน มีคนเข้ามาดูแค่ประมาณ 200 คนก็ดีใจมากแล้ว คุณเสกสรร บอก และพูดต่อว่า ในปัจจุบัน มีคนเข้ามากดติดตาม หรือ Subscribe ช่องของ เสกสรร ปั้น Youtube ประมาณ 100,000 Subscribe

คุณเสกสรร บอกหลักการที่จะทำเงินบนยูทูบ เอาไว้ว่า “อาศัยหลักการ 3 ส คือ ส สาระ ทำให้มีสาระ มีความรู้ หรือทำให้วิดีโอนั้นสอนเทคนิคเกี่ยวกับงานต่างๆ ส สนุก คือ ต้องมีมุกตลกแทรกบ้าง มีการใส่เสียง ทำให้คนดู อยากดูจบจน และอีก ส คือ สม่ำเสมอ ในสัปดาห์หนึ่งควรทำ 1-2 ชิ้นงานลงบนยูทูบเพื่อสร้างความสม่ำเสมอให้กับคนติดตามที่อยากเข้ามาดูวิดีโอของเราด้วย

โดยส่วนใหญ่แล้ว คนที่ทำวิดีโอลงบนยูทูบมีเป้าหมายใหญ่ๆ 3 ข้อคือ 1. การหารายได้จากยูทูบจะเป็นรายได้เสริมหรือทำเป็นงานหลักก็ได้ 2. เพื่อการโปรโมตสินค้าและบริการของตนเอง และ 3. คือคนแบบผม คือไม่มีสินค้าหรือบริการ สินค้าเป็นอากาศ ซึ่งเราอยากขายแบรนดิ้ง สร้างฐานแฟนคนที่ติดตามก่อน แล้วค่อยขายของ”

ในยุคปัจจุบัน คุณเสกสรร มองว่า ไม่มียุคไหนที่ทำการโปรโมตสินค้าได้ง่ายเท่ายุคสมัยนี้อีกแล้ว เพราะมีหลายช่องทางบนสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสินค้า/บริการ หรือลูกค้าจะเข้าไม่ถึง จากที่มีอาชีพเป็นครู ซึ่งคืองานหลัก และมีงานอดิเรกเป็นนักปั้น Youtube ปัจจุบันได้ลาออกจากอาชีพครูแล้ว 2 ปี และสามารถทำรายได้จากการทำงานด้านการให้ความรู้ เปิดคอร์สเรียน การทำการตลาดบนยูทูบ ค่าสินค้าที่มาโฆษณาและ E-book

หากใครที่สนใจอยากได้ความรู้เรื่องการทำวิดีโอบนยูทูบ หรือทำการตลาดบนยูทูบ สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ช่องทางยูทูบ และเฟซบุ๊กเพจ เสกสรร ปั้น Youtube

cr. : https://www.sentangsedtee.com/featured/article_22411

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

การตลาด
เรียนรู้กลยุทธ์! ทำร้านกาแฟ ให้อยู่ยาว…ยอดขายวันเป็นร้อยแก้ว (ชมคลิป)

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2560 ร้านกาแฟ กิจการในฝัน อันดับต้นของใครหลายคน การเปิดร้านกาแฟสักแห่งนั้นอาจไม่ยาก แต่ถ้าอยากให้อยู่รอดไปยาว อาจไม่ง่ายนัก เพราะนอกจากสินค้าหลัก ต้องถูกปากแล้ว บรรยากาศในร้าน การบริการ หน้าตาของอาหารเมนูอื่น ก็ต้องมีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน อย่าง “มานี มีกาแฟ” ร้านดัง ขวัญใจวัยรุ่น-วัยทำงาน ที่เมืองพิษณุโลก ยามนี้ เขาชู “จุดขาย”ที่การตกแต่งร้านอบอวลไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค สไตล์ “แฟนฉัน” ทำให้ลูกค้าเพลินตาเพลินใจ ที่มีโอกาสได้รำลึกหวนถึงอดีต นอกจากนั้นแล้ว การบริการยังต้องพิถีพิถัน ทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การแต่งกายของบริกรของร้านรวมทั้งอัธยาศัยที่ยิ้มแย้มจริงใจด้วย ร้าน “มานี มีกาแฟ” กรณีที่ยกมาเป็นตัวอย่างนี้ ว่ากันว่าลูกค้าเข้ามาอุดหนุนต่อเนื่องนับปีแล้ว ยอดขายเฉพาะเครื่องดื่มนั้น ชงกันมือเป็นระวิงวันละนับร้อยแก้วเลยทีเดียว ท่านใดสนใจอยากแลกเปลี่ยนประสบกาณ์ หรือสอบถามเคล็ดลับความสำเร็จของร้านกาแฟเล็กๆแต่ยอดขายไม่ธรรมดาแห่งนี้ ติดต่อสอบถามได้ที่ คุณออส –กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ โทรศัพท์ 081-688-8855 cr. : …

การตลาด
ท่องไว้ “อยากขายดี…พี่ต้องขายตัว” คาถาประจำใจ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว”

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2560 คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้งบริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบกว่า พื้นเพเป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ที่หลายคนคงพอจะทราบประวัติของเขามาแล้วบ้างว่า “ล้มลุกคลุกคลาน” มานักต่อนัก กว่าจะผงาดเป็นเจ้าของอาณาจักร “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” มีร้านสาขาแฟรนไชส์กระจายอยู่ทั่วประเทศหลายพันแห่ง มูลค่าธุรกิจรวมแล้วหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว คุณพันธ์รบ กับคู่ชีวิต ย้อนประวัติให้รู้จักกันคร่าวๆ เจ้าพ่อ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” ผู้นี้ จบการศึกษาชั้นม.6 จากหลักสูตรกศน. ตอนอายุได้ 41 ปี เหตุเพราะทางบ้านฐานะค่อนข้างยากจน ต้องช่วยพ่อแม่ทำนาตั้งแต่จำความได้ พอเริ่มโตเป็นหนุ่มก็ออกทำงานรับจ้างมาแล้วสารพัด ทั้งทำงานบ้าน รับจ้างขึ้นต้นหมาก-มะพร้าว รับจ้างเก็บพริก เป็นรปภ. เป็นพ่อค้าขายไอติม กระทั่งพ.ศ.2535 จึงตั้งต้นอาชีพขายบะหมี่เกี๊ยว ย่านลำลูกกา ปทุมธานี และขายดิบขายดี มาจนถึงทุกวันนี้ “อยากขายดี…พี่ต้องขายตัว เป็นสำนวนชวนให้คิด ที่ชายสี่ฯนำมาปรับใช้กับการค้าขาย เราต้องขายตัวเองก่อนก่อนจะขายสินค้าอื่น …

การตลาด
แนะเทคนิค สร้างการตลาดแบบเติม “ความสุข” กลยุทธ์ออกแบบได้

ผู้เขียนพลชัย เพชรปลอดเผยแพร่วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2560 เรื่องโดย : พลชัย เพชรปลอด ในสมัยก่อน เรามีความเชื่อกันว่า การขายสินค้า แปลว่ามี “สินค้า” เป็นของสำคัญหลักที่จะขาย ถ้ามีบริการตามมาด้วย ถือเป็นส่วนเสริมคนยุคนี้โหยหาความสุขมากขึ้น แต่กลับค้นพบได้น้อยลง ดังนั้น ใครสามารถมอบความสุขให้ได้ เขาผู้นั้นจะกลายเป็นผู้สร้างผลิตภัณฑ์อันโดนใจ แต่ปัจจุบัน นักการตลาดเริ่มมองว่าทุกสรรพสิ่งที่ค้าขายกัน ทุกอย่างเป็น “บริการ” คือมีสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่ลูกค้าต้องการ เป็นของสำคัญหลักที่เสนอขาย ขณะที่สินค้าที่จับต้องได้กลายเป็นส่วนเสริม ฟังแล้วออกจะงงๆ หน่อยนะครับ เพราะฟังดูเป็นนามธรรมเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น การซื้ออาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลาย เราไม่ได้ซื้อ “อาหาร” ซึ่งเป็นสินค้าที่จับต้องได้ แต่เราซื้อ “ความเร่งด่วน” สิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่ลูกค้าต้องการ (มาก) การที่นักการตลาดจำนวนหนึ่งเชื่อแนวคิดนี้ จึงทำให้การหา “จุดขาย” เชิงนามธรรม เชิงอารมณ์ เชิงความต้องการแฝง กลายเป็นสิ่งที่คนขายต้องพยายามสร้างให้เกิดขึ้น เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าทั้งหลายอยากเลือกซื้อสินค้าของเรา สังเกตจากสินค้าในชีวิตประจำวัน อย่าง …