ทำงานประจำ เลี้ยงไก่ต๊อกเป็นอาชีพเสริม เลี้ยงง่าย ไข่ดก กว่า 200 ฟอง ต่อปี

เกษตรกรยุคใหม่

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ผู้เขียนบุญมา ภูผาหมอกเผยแพร่วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2560

ไก่สวยงามอื่นๆ ก็มี

ถนนสายพิษณุโลก-สุโขทัย มีระยะทางราว 60 กิโลเมตร

ไปจากพิษณุโลก ก่อนถึงตัวเมืองสุโขทัย คือพื้นที่ของอำเภอกงไกรลาศ อำเภอนี้มีชื่อเสียงทางด้านปลาร้า นาข้าว กล้วยทอดกรอบ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านไปทำสารคดีมาแล้ว

ครอบครัว “สังข์จันทร์” อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 14 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เดิมทีทำนาอย่างเดียว กระทั่งลูกชายไปเรียนเกษตร ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย และไปจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กิจกรรมทางการเกษตรจึงหลากหลายมากขึ้น

ลูกชายของครอบครัวคือ คุณสุธน สังข์จันทร์

หลังเรียนจบคุณสุธนไปทำงานกับบริษัทเอกชนที่ในเมือง เขาไปพบไก่ดำอินโดนีเซีย มีความสวยงามมาก ตามประสาคนที่เรียนจบมาทางด้านการเกษตร เขาอยากเลี้ยง แต่มีจำนวนน้อย อีกทั้งสนนราคาค่อนข้างแพง

เมื่อเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง เขาจึงสั่งซื้อพันธุ์ไก่ดำอินโดนีเซียมาเลี้ยงที่บ้าน เป็นที่น่ายินดีว่า คุณพ่อคุณแม่ของคุณสุธนให้การสนับสนุน ตั้งแต่ช่วยทำคอก โดยไปตัดไม้ไผ่ริมนามาช่วยปลูกสร้าง เมื่อคุณสุธนติดงาน ก็เป็นธุระเรื่องการให้อาหาร การฟักไข่ ยามให้วัคซีนก็ลงแรงกันทั้งบ้าน

ใช้เวลาไม่นานนัก งานเลี้ยงไก่ดำอินโดนีเซียและไก่สวยงามอื่นๆ ก็ลงตัว ปริมาณไก่เพิ่มขึ้น มีคนสนใจซื้อหาไปเลี้ยงต่อ จึงมีเงินทุนหมุนเวียน ซื้ออาหารไก่ และไก่ประเภทใหม่ๆ เข้ามาเลี้ยง ขณะที่คุณสุธนก็ยังทำงานประจำได้อยู่

ไก่ต๊อก ไข่ดก อร่อยมาก

เมื่อกลางปี 2558 ทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านไปเขียนสารคดีไก่ดำอินโดนีเซียของคุณสุธน ในวันนั้นเห็นไก่ต๊อกอยู่ 7-8 ตัว แต่ไม่ได้สนใจมากนัก ก่อนกลับ คุณสุธนฝากข้าวสารและไข่ไก่กลับกรุงเทพฯ

“ไข่ไก่ต๊อก เอาไปชิมดูอร่อยมาก นี่เป็นข้าวสารจากนาเราเอง” คุณสุธน บอก

ถึงกรุงเทพฯ แบ่งไข่ไก่ให้กับทีมงานและผู้สนใจ เหลือไว้ไม่มากนัก มีอยู่วันหนึ่ง เสบียงในครัวไม่เหลืออะไร ขณะที่หุงข้าวหย่อนไข่ไก่ต๊อกลงไป ข้าวสุก นำไข่ไก่ต๊อกมาปอก ปรากฏว่า เปลือกแข็งกว่าไข่ธรรมดา แต่ที่อัศจรรย์ใจยิ่งนัก ไข่มีรสชาติมัน แตกต่างจากไข่ไก่และไข่เป็ดอย่างมีนัยยะ จึงนึกย้อนไปถึงคำพูดของคุณสุธนอีกครั้งหนึ่ง “ไก่ต๊อกไข่ดก รสมัน ทำไข่เค็มดีมาก”

เพื่อความเด่นชัดของเรื่องราว มาดูกันว่า ไก่ต๊อกมีลักษณะอย่างไร

ไก่ต๊อก (อังกฤษ : Guineafowl, Guineahen) เป็นวงศ์ของสัตว์ปีกจำพวกไก่วงศ์หนึ่ง

ใช้ชื่อวงศ์ว่า Numididae

ลักษณะโดยทั่วไปของไก่ต๊อกคือ มีจะงอยปากสั้นและหนา สีน้ำตาลหรือแดงอมส้ม มีเหนียงสีเทาอมดำห้อยอยู่ที่จะงอยปากล่างแผ่ไปทั้ง 2 ข้างของคาง มีเหนียงสีขาวประแดงบริเวณใต้ขากรรไกรทั้ง 2 ข้างด้วย หัวถึงสันคอมีขนเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

ลำตัวป้อม ขนหางมี 14-16 เส้น หางสั้น ปลายชี้ลง ขาแข็งแรง ส่วนนิ้วตีนเหมือนไก่ในวงศ์ Phasianidaeตัวผู้มีเดือยหรือไม่มีแล้วแต่ชนิด

มีพฤติกรรมการจับคู่เพียงคู่เดียวตลอดชีวิต อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง บางครั้งอาจมีสมาชิกได้ถึง 100 ตัว แพร่กระจายพันธุ์ทั่วไปในทวีปแอฟริกา หากินตามพื้นดินมากกว่าจะขึ้นต้นไม้ จะบินหรือขึ้นต้นไม้ต่อเมื่อจำเป็น เช่น หนีศัตรู มักอาศัยอยู่ตามป่าโปร่งและทุ่งหญ้าสะวันนา ในธรรมชาติมักตกเป็นอาหารของสัตว์กินเนื้อชนิดต่างๆ เช่น ลิงบาบูน เสือชีตาห์ ไฮยีน่า หมาจิ้งจอก เสือดาว และนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามและบริโภคเนื้อและไข่เป็นอาหารสำหรับมนุษย์

มีการนำไก่ต๊อกจากธรรมชาติมาเลี้ยงอยู่ใกล้กับมนุษย์นานมาแล้ว จึงมีการปรับตัวได้ดี รวมทั้งสีสันก็มีแปลกใหม่เพิ่มขึ้น เช่น สีขาว และสีอื่นๆ

เลี้ยงไม่ยาก

คุณสุธน พูดถึงไก่ต๊อกว่า ไก่ตัวผู้น้ำหนักโตเต็มที่ 1 กิโลกรัม ตัวเมีย 8 ขีด

คอกไก่หรือเล้าไก่ สร้างเหมือนไก่บ้าน ไก่พื้นเมืองทั่วไป

อาหารไก่ต๊อก ไก่เล็กๆ ใช้อาหารเม็ด เมื่อโตแล้วใช้ข้าวเปลือกให้ตอนเช้าหรือตอนเย็น แต่สิ่งที่ไก่ต๊อกชอบและถือว่าเป็นอาหารหลักของเขาคือ หญ้า

ระหว่างวัน ไก่ต๊อกจะใช้เวลาส่วนใหญ่กินหญ้า

ถามถึงการสุขาภิบาลไก่ต๊อก

“สำหรับไก่ต๊อกไม่จำเป็นต้องให้วัคซีน เพราะว่ามีความแข็งแรง สายเลือดมาจากไก่ป่า ที่ผมเลี้ยงอยู่ไม่เคยเป็นโรคอหิวาต์แต่อย่างใด” คุณสุธน ยืนยัน

เมื่อไก่ต๊อกตัวเมียอายุได้ 1 ปี จะเริ่มไข่ ส่วนใหญ่แล้วไก่ต๊อกเริ่มให้ไข่ตั้งแต่เดือนเมษายน ไปจนถึงปลายปี

ไก่ต๊อก 1 ตัว ให้ไข่กับเจ้าของได้ไม่ต่ำกว่า 200 ฟอง ต่อตัว ต่อปี ถือว่าไข่ดก แต่ขนาดของไข่ไก่ต๊อก เปรียบเทียบกับไข่ที่ขายตามตลาดแล้ว ขนาดอาจจะเล็กกว่า

สำหรับอายุของไก่ต๊อก มีตั้งแต่ 3 ปี หากดูแลดี อยู่ได้ถึง 10 ปี

“ไข่ไก่ต๊อกอร่อย มัน ทำไข่เค็มได้ดีมาก ช่วงที่ฟักไข่ หากเป็นไก่ธรรมดาใช้เวลา 21 วัน แต่หากเป็นไก่ต๊อกใช้เวลา 26-28 วัน เท่ากับเป็ด นิสัยที่ต้องเข้าใจสำหรับไก่ต๊อกคือ เขามักตกใจง่ายและร้อง โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงฟ้าผ่า ฟ้าร้อง อีกอย่างหนึ่งคือชอบบิน…แต่ที่ผมเลี้ยงอยู่พยายามฝึกเขาให้อยู่ใกล้ๆ คน ไก่ต๊อกสามารถปรับตัวได้ดี ลดการร้องลงเมื่อมีเสียงดัง เมื่อให้อาหารบ่อยๆ การบินก็น้อยลง” คุณสุธน บอก

ไก่ตีนโต สะสมเพื่อความหลากหลาย

ไก่อีกชนิดหนึ่งที่คุณสุธนมีอยู่ในความครอบครองคือ ไก่ตีนโต ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเวียดนาม

คุณสุธน อธิบายเรื่องของไก่ตีนโตว่า ไก่ตีนโตตัวผู้ น้ำหนักเต็มที่ 6 กิโลกรัม ตัวเมีย 5 กิโลกรัม เขาเลี้ยงเพื่อความแปลกใหม่ จุดเด่นนอกจากเป็นไก่ตัวใหญ่แล้ว ตีนไก่ที่บางตัวมีขนาดเท่าข้อมือ ยังมีรสชาติอร่อย เนื้อก็อร่อยเช่นกันเพราะมีไขมันแทรก

“ไก่ตีนโตพันธุ์แท้ ขามีสีส้มอมแดง การเลี้ยงไม่ยุ่งยาก ไก่ตีนโตชอบกินข้าวโพดและธัญพืชอื่นๆ ที่เวียดนามมีการเลี้ยงสำหรับทำอาหาร แต่เป็นอาหารที่มีราคาแพง ส่วนใหญ่แล้วเศรษฐีเวียดนามนิยมกินกัน” คุณสุธน บอก

กิจกรรมงานเลี้ยงไก่ของคุณสุธน ถือว่าน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็นไก่ดำ ไก่ตีนโต โดยเฉพาะไก่ต๊อก ผู้สนใจอาจจะเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ผลพลอยได้คือไข่ ที่ไข่ดก ความทรหดอดทนของไก่ต๊อกก็ถือเป็นคุณสมบัติพิเศษ เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ไม่มีเวลาเรื่องของวัคซีน

สนใจไก่สวยงามและไก่พื้นเมือง สอบถามได้ที่ คุณสุธน สังข์จันทร์ ตามที่อยู่ หรือโทรศัพท์ (082) 392-5656 หรือเฟซบุ๊ก ก็ใช้ชื่อ “สุธน สังข์จันทร์”

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_4484

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …