เพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด เน้นที่ตลาดต้องการ สร้างรายได้ ใช้เวลาไม่นาน

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนสุรเดช สดคมขำเผยแพร่วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ.2560

จากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลง ไม่เอื้ออำนวยต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของปลา และสัตว์น้ำจืดตามธรรมชาติ ประกอบกับการหาปลาที่เกินกำลังผลิตของสัตว์น้ำ ตลอดจนภัยธรรมชาติ ส่งผลกระทบเสียหายอย่างรุนแรงต่อชนิดและปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ กล่าวคือ พันธุ์ปลาน้ำจืดของไทยบางชนิดได้สูญพันธุ์ไป นอกจากนี้ พันธุ์ปลาน้ำจืดของไทยอีกหลายชนิดมีปริมาณลดลง

การเลี้ยงปลาชนิดต่างๆ จึงเป็นที่สนใจของหลายๆ คน เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งบางคนหารายได้เสริม จากการเลี้ยงปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ จนสามารถสร้างรายได้มากกว่างานประจำที่ทำเหมือนเช่น คุณธีระกิจ เมณร์กูล อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ที่ละทิ้งงานบริษัทสู่อาชีพเกษตรกรรม

คุณธีระกิจ เมณร์กูล (ซ้าย) คุณกริชเพชร อัฐวงศ์ (ขวา)

 

จากพนักงานบริษัท ผันชีวิตเกษตรกรเพาะพันธุ์ปลา

คุณธีระกิจ คลื่นลูกใหม่ไฟแรงวัย 28 ปี เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวทำสวนส้มอยู่ที่หมู่บ้านสุเม่น ตำบลแม่สิน ซึ่งคนในหมู่บ้านสุเม่นทำสวนส้มกันส่วนใหญ่ เมื่อทำไปนานๆ การทำสวนส้มไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เกิดการขาดทุน ทำให้เป็นหนี้สินมากขึ้น ด้านคุณธีระกิจหลังเรียนจบจึงสมัครงานเป็นพนักงานบริษัท แต่รายได้ที่มีไม่เพียงพอต่อรายจ่ายของครอบครัว จึงหันมามองหาอาชีพใหม่ คือการเพาะพันธุ์ปลาขาย เพราะสมัยศึกษาเล่าเรียน คุณธีระกิจหารายได้เสริมจากการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามขายในระหว่างนั้น ทำให้มีความรู้ด้านนี้พอสมควร จึงตัดสินใจชวนน้องชาย คือ คุณกริชเพชร อัฐวงศ์ มาชวนกันประกอบอาชีพ

ลูกปลาดุกรัสเชีย

“สมัยก่อนผมเป็นพนักงานบริษัท เมื่อทำไปนานๆ ผมรู้สึกไม่ชอบ จึงปรึกษากันในครอบครัว ว่าเราจะทำยังไงให้เราอยู่ได้ โดยต้องหารายได้หลักก่อน เพื่อให้เรามีเงินใช้จ่ายทุกวัน จึงมองธุรกิจขายปลา เพราะพื้นฐานเดิมสมัยเรียน ผมเพาะปลาสวยงามขาย จึงเริ่มธุรกิจแรก คือขายปลาสวยงามตามตลาดนัด” คุณธีระกิจ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของชีวิตในการทำงาน

เมื่อมาขายปลาสวยงาม คุณธีระกิจ เล่าว่า รายได้ที่ได้รับสามารถอยู่ได้ แต่ไม่ถึงกับทำเงินได้เท่าที่ควร มีท้อแท้บ้างในบางครั้ง แต่ไม่ท้อถอย สู้ทำในสิ่งที่รัก เมื่อขายปลาสวยงามได้สักระยะ มีลูกค้ามาถามหาซื้อปลาเนื้อ ซึ่งช่วงแรกๆ คุณธีระกิจยังไม่มีปลาเนื้อขาย จึงได้ลองไปรับลูกปลาเนื้อจากที่อื่นมาขาย ทำให้ผลตอบรับดี มีรายได้มากว่าการขายปลาสวยงาม

“ลองรับปลาเนื้อจากฟาร์มอื่นมาขาย ผลตอบรับดี จึงใช้พื้นที่ที่บ้านเป็นบ่อปูน ขังลูกปลาเพื่อขายตามตลาด พอขายดีขึ้นเรื่อยๆ ผมก็คิดที่จะเพาะลูกปลาขายเอง เพราะผมเองก็มีความรู้อยู่บ้าง จึงมาหาแหล่งทำเล ที่อยู่ติดกับถนน ที่ตำบลหนองอ้อ ก็ทดลองเพาะอนุบาลปลาเรื่อยๆ ลองผิดลองถูก โดยอาศัยซื้อพ่อแม่พันธุ์จากชาวบ้าน ที่เลี้ยงดี คัดมาทำพ่อแม่พันธุ์ ผมเลยจับตลาด การขายปลาเนื้อจากนั้นมาเลย ตั้งชื่อฟาร์มว่า สุเม่นฟาร์ม” คุณธีระกิจ เล่าด้วยรอยยิ้ม ถึงการเลือกจับธุรกิจการขายปลาเนื้อที่ตรงตามความต้องการของตลาด

 

เพาะพันธุ์ใช้เวลาไม่นาน

คุณธีระกิจ เล่าว่า ลูกปลาที่เพาะขายจะเน้นที่ตลาดต้องการ คือ ปลาหมอแปลงเพศ ปลาสลิด ปลากดเหลือง และปลาดุกรัสเซีย แต่ก็มีปลาชนิดอื่นบ้างที่รับมาอนุบาลที่บ่อแล้วขาย

พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลาหมอ

ในขั้นตอนแรกของการเพาะพันธุ์ปลา คุณธีระกิจ อธิบายว่า คัดพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่มีไข่สมบูรณ์มาผสมเทียมในบ่อปูน ขนาด 3×4 เมตร ความลึก 80 เซนติเมตร ช่วงที่รอปลาออกจากไข่ ก็จะเตรียมบ่อดินด้วยการทำความสะอาด จากนั้นโรยพื้นบ่อด้วยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อ แล้วจึงใส่น้ำในบ่อดินที่มีขนาด 15×25 เมตร

เมื่อลูกปลาที่เพาะออกจากไข่ได้ประมาณ 2-3 วัน จะย้ายลูกปลาลงไปอนุบาลในบ่อดินที่เตรียมไว้ ลูกปลาที่ปล่อยในบ่อดินจะมีประมาณ 200,000 ตัว ต่อบ่อ คุณธีระกิจ บอกว่า เมื่อลูกปลาได้อายุประมาณ 1 เดือน ปลาจะรอดตาย เหลือเพียงประมาณ 40,000-50,000 ตัว

การให้อาหาร จะให้เป็นรำละเอียดสำหรับลูกปลาที่กินพืช ส่วนลูกปลากินเนื้อจะให้ปลาป่น และอาหารเม็ด โดยให้ 3 มื้อ คือ เช้า กลางวัน และเย็น

จากนั้น เมื่อลูกปลาอายุได้ประมาณ 20 วัน หลังจากปล่อยลูกปลาลงบ่อดิน จะเติมน้ำเข้าไปภายในบ่อ การอนุบาลลูกปลาใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ลูกปลาจะมีขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตร จากนั้นจับลูกปลาขึ้นจากบ่อดินด้วยวิธีลากอวน นำมาคัดในกระชัง ขนาด 2×4 เมตร จำนวน 5,000 ตัว ประมาณ 2-3 วัน เพื่อเตรียมขายระหว่างที่ลูกปลาอยู่ในกระชัง

ซึ่ง คุณธีระกิจ บอกเคล็ดลับว่า ช่วงนี้จะให้ลูกปลากินอาหารอย่างเต็มที่ เมื่อลูกค้าซื้อไปเลี้ยงต่ออัตราการรอดตายจะสูง และเจริญเติบโตได้ดี

การดูแล และป้องกันศัตรู ของลูกปลาที่เพาะพันธุ์

คุณธีระกิจ บอกว่า เนื่องจากลูกปลาที่อยู่ในระยะเม็ดข้าวสาร คือหลังออกจากไข่ได้ประมาณ 2-3 วัน จะมีขนาดที่เล็กมาก การมองอาจจะต้องใช้การสังเกตค่อนข้างมาก ศัตรูที่ต้องระวังมากที่สุดของระยะนี้คือ แมลงน้ำ กบ และเขียด ป้องกันด้วยการขึงตาข่าย

ราคาอยู่ที่ไซซ์ขนาด

เนื่องจากคุณธีระกิจขายปลาสวยงามมาก่อน ดังนั้น จึงเป็นที่รู้จักของลูกค้าเดิมอยู่แล้ว บวกกับลูกปลาที่ขายมีความแข็งแรงได้คุณภาพ ทำให้ลูกค้าบอกกันไปปากต่อปาก ข้ามจังหวัดกันไปเลยทีเดียว

ไข่ที่ผสมแล้ว

“พอมีฟาร์มเป็นของตัวเอง ผมมาสร้างติดถนนไว้ ก็จะเน้นขายที่หน้าฟาร์มเป็นหลัก แต่ก็จะมีไปส่งบ้างตามต่างจังหวัด ที่ไปไกลสุดก็ราชบุรี คือราคาที่ขายหน้าฟาร์ม กับราคาที่ไปส่งก็จะต่างกัน ส่วนการตลาดอีกวิธีที่ผมทำ ก็ขายทางเฟซบุ๊ก ผลตอบรับก็ค่อนข้างดีครับ” คุณธีระกิจ เล่าด้วยสีหน้าที่ภูมิใจ ถึงการตลาดที่ประสบผลสำเร็จไปในทิศทางที่ดี

ราคาที่ขายจะแตกต่างกันตามขนาด ซึ่งปลาแต่ละชนิดจะมีราคาที่ไม่เท่ากัน ปลาหมอ ขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตร ราคาอยู่ที่ 70-90 สตางค์ ส่วนขนาด 3-5 เซนติเมตร ราคาอยู่ที่ 1.2-1.5 บาท ปลาสลิด ขนาด 2-3 เซนติเมตร ราคาอยู่ที่ 40 สตางค์ และขนาด 3-5 เซนติเมตร ราคาอยู่ที่ 60-80 สตางค์ ถ้าเป็นปลากดเหลือง จะขายตามขนาดความยาว ถ้าลูกปลากดเหลือง ยาวประมาณ 1 นิ้ว ราคาจะอยู่ที่ 1 บาท ส่วนปลาดุกรัสเชีย จะขายที่ขนาด 1 นิ้วขึ้นไป จะอยู่ที่ราคา 40 สตางค์ ถึง 1 บาท

จากความจริงใจที่มีให้ลูกค้าตลอดเวลา ทำให้ลูกปลาที่ผลิตออกจากสุเม่นฟาร์มของคุณธีระกิจ ต้องต่อคิวสั่งจองตามรอบที่จะเพาะพันธุ์ เพราะจะไม่มีการนำไปตระเวนขายตามตลาดนัดเหมือนแต่ก่อน บวกกับชี้แนะวิธีการเลี้ยงกับลูกค้าที่มาซื้อลูกปลาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

“ผมไม่เคยหวงความรู้นะครับ ลูกค้าที่ซื้อไปผมจะแนะนำหมด เพราะบางทีลูกค้าที่ซื้อไปอาจจะเลี้ยงไม่ถูกวิธี เลี้ยงด้วยอาหารผิดประเภท ผมก็ตามไปดูนะ ไปแก้ไขให้ทุกอย่าง อย่างเช่น บ่อปูน ไม่เหมาะกับเลี้ยงปลาหมอ ควรที่จะเลี้ยงสลิดแทน ผมก็แนะนำไป เพื่อไม่อยากให้ลูกค้าเขาเสียเงินเปล่าๆ จากการลงทุน” คุณธีระกิจ เล่าด้วยความใส่ใจ ถึงความห่วงใยที่มีให้ลูกค้าที่มาซื้อลูกปลาที่ฟาร์ม

สำหรับท่านใด ที่สนใจต้องการทำอาชีพด้านการเกษตร คุณธีระกิจ ฝากบอกว่า “การทำการเกษตรก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่ต้องเลือกทำสิ่งที่เราถนัด และที่สำคัญที่สุด คือเป็นสิ่งที่ตลาดต้องการ เราต้องมีความอดทน ซื่อสัตย์ ในอาชีพของเรา” คุณธีระกิจ กล่าวด้วยหน้าตาที่มีรอยยิ้ม

จะเห็นได้ว่าการประกอบสัมมาอาชีพ ถ้าเป็นสิ่งที่เรารัก และถนัดในสิ่งนั้น จะทำให้เราทำออกมาได้ดี และประสบผลสำเร็จ เหมือนคุณธีระกิจที่ฝ่าฟันอุปสรรค แม้จะมีท้อบ้างแต่ไม่ถอย กลับสู้ทน เพราะไม่มีอะไรที่คุณธีระกิจทำแล้ว จะมีความสุขได้เท่านี้อีกแล้ว จึงทำให้สุเม่นฟาร์ม สามารถผลิตลูกพันธุ์ปลาที่ดี มีคุณภาพ เป็นที่ติดใจของลูกค้ามาจนทุกวันนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณธีระกิจ เมณร์กูล หมายเลขโทรศัพท์ (087) 929-5359, (082) 225-5698

 

 

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_3449

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …