คนรุ่นใหม่สร้างรายได้เสริม เพาะเห็ดในท่อซีเมนต์ ประหยัดพื้นที่ ใช้งบน้อย มี 200 บาท ก็ทำได้

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนธาวิดา ศิริสัมพันธ์เผยแพร่วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ.2560

ปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ที่รักสุขภาพจำนวนไม่น้อยสนใจอยากที่จะปลูกผักเพื่อสุขภาพไว้รับประทานเองที่บ้าน แต่ต้องประสบปัญหาในเรื่องของพื้นที่ ที่มีอย่างจำกัด ครั้งนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ เกษตรกรโครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ได้แนะนำวิธีการเพาะเห็ดที่แสนง่าย มีเงินลงทุนเพียงหลักร้อย ใช้พื้นที่ข้างบ้านก็สามารถเพาะเห็ดได้ ส่วนวิธีการเพาะ การดูแล ก็ทำได้ไม่ยาก งานนี้ได้ทั้งสุขภาพและราคาที่ดีต่อใจ

คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ หรือ คุณเขม อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 10 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด รู้จักกันในนาม “บ้านสวนเห็ดคุณยาย” โดยก่อนหน้าที่จะมาเพาะเห็ด คุณเขม เล่าให้ฟังว่า ตนได้ผ่านมาหลายอาชีพ ตั้งแต่ทำงานเสริมความงามที่กรุงเทพฯ แต่มีเหตุที่ต้องกลับต่างจังหวัด เพราะแม่ไม่สบาย พอกลับมาอยู่กับแม่ก็เริ่มมองหาอาชีพเพื่อเลี้ยงตัวเอง ตอนนั้นมองว่าอาชีพขายหมูปิ้งนมสดน่าจะดี จึงลองทำดู ช่วงแรกๆ ก็ขายดี อยู่ไปสักพักเหมือนคนตกงานใครก็อยากมาขายหมูปิ้ง เราจึงหยุดการขายหมูปิ้ง หลังจากเลิกขายหมูปิ้งก็ยังไม่หยุดความพยายามแค่นี้ คุณเขมมองเห็นว่าคนในตลาดใครเดินผ่านไปผ่านมา ก็มีถุงเห็ดอยู่ในมือ จึงเกิดไอเดียเพาะเห็ดขายเป็นอาชีพเสริม

คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ

ด้วยความคิดว่ากลุ่มคนต้องการบริโภคเห็ดยังเยอะ ตนจึงไปรับก้อนเห็ดเอามาขายในหมู่บ้าน โดยเห็ดที่เริ่มเพาะอย่างแรกคือ เห็ดขอน รับมารอบแรกได้กำไร รอบที่ 2 เกิดปัญหาเห็ดติดเชื้อ ไรไข่ป่า ไรไข่ป่าก็คือตัวที่กินเชื้อเห็ดมันจะขยายได้เร็วมาก ถ้าโดนอากาศร้อนๆ ก็ขาดทุนหมดเลย จึงตัดสินใจไปเรียนที่โครงการลูกพระดาบส ใช้เวลาเรียนเพียง 7 วัน ได้ทั้งการแปรรูป และการอบรมหลักสูตรในการทำเห็ด

อุปกรณ์เพาะเห็ดในท่อซีเมนต์

ท่อซีเมนต์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เซนติเมตร ราคา 60 บาท ซาแรน หรือผ้ากระสอบป่าน ไว้คลุมก้อนเห็ด ก้อนเห็ด 11 ก้อน ราคา ก้อนละ 9 บาท ไม้ไผ่ ทำเป็นที่วางก้อนเห็ด

ขั้นตอนการเพาะเห็ดในท่อซีเมนต์

วางท่อซีเมนต์พิงกำแพง ผนัง ในลักษณะตะแคง เพื่อให้เก็บความชื้นได้ดี วางไม้กระดานที่ด้านในท่อซีเมนต์ นำก้อนเชื้อเห็ดวางเรียงในวงบ่อเป็นแนวนอนให้เต็มท่อ เปิดจุกฝาเห็ดออก แล้วรดน้ำ ใช้ซาแรนหรือผ้ากระสอบป่านคลุม เพื่อไม่ให้มีลมเข้า ทำให้เห็ดแห้ง รดน้ำเช้า-เย็น แต่ถ้าทำเยอะๆ ต้องการกักเก็บความชื้น ให้รดน้ำ เช้า-กลางวัน-เย็น

จากนั้น 7-10 วัน ดอกจะออกครั้งแรก ในส่วนของผลผลิต เห็ด 11 ก้อน จะให้ผลผลิตประมาณครึ่งกิโลกรัม

การให้ผลผลิตของเห็ดในกรณีที่เพาะน้อยๆ แบบนี้ คุณเขม บอกว่าเราสามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 6 เดือน

เห็ดแต่ละชนิดจะออกอยู่ที่ความชื้น ก้อนหนึ่งถ้าหน้าแล้งเขาจะเลื่อนเวลาออกไปนิดหนึ่ง เห็ดต้องการความชื้น เห็ดที่เหมาะกับการเพาะในท่อซีเมนต์ คือเห็ดกลุ่มนางฟ้า กลุ่มนางรม แต่ถ้าเห็ดขอนจะชอบความร้อน

 ข้อดีของการเพาะเห็ดในท่อซีเมนต์

คือเพาะง่าย ประหยัดพื้นที่ ซึ่งถ้าท่านใดมีปัญหาเรื่องพื้นที่ แค่มีชุดเพาะเห็ดเซ็ตนี้จะหมดปัญหาไปเลย ประหยัดเงิน ต้นทุนต่ำ สำหรับท่านใดอยากที่จะเพาะเห็ดไว้รับประทานเอง ชุดเพาะเห็ดในท่อซีเมนต์เหมาะมาก ใช้เงินลงทุนเพียง 200 บาท เรื่องเชื้อราหมดห่วงได้เลย เพราะเป็นการเพาะเห็ดในปริมาณน้อย อีกอย่างท่อซีเมนต์สามารถเคลื่อนที่ได้ จากปลูกตรงนี้ แล้วย้ายไปปลูกตรงนั้น การสะสมของเชื้อโรคก็จะไม่มี แต่ถ้าเราทำประจำ การหมักหมมของเชื้อโรคก็จะเยอะตามมา

ซาแรนคลุมเห็ด

การตลาด

ที่ฟาร์มเห็ดของคุณเขม ไม่ได้ขายแค่เฉพาะเซ็ตเพาะเห็ดต้นทุนต่ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการผลิตและจำหน่ายก้อนเชื้อเห็ดเอง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกประเภท ทั้งกลุ่มอยากเพาะเพื่อประกอบอาชีพ หรืออยากเพาะไว้รับประทานเอง ที่นี่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทั้งหมด ราคาก้อนเห็ดทุกชนิด ขายเพียง ก้อนละ 9 บาท ยกเว้นเห็ดเป๋าฮื้อ จำหน่ายในราคาก้อนละ 15 บาท และยังมีเทคนิคการขายจับกลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ เน้นเห็ด 3 อย่าง หรือ 5 อย่าง

ผลผลิตเห็ดนางรมทองและเห็ดนางนวลชมพู

เก็บผลผลิต

บ่มก้อนเห็ด ให้เชื้อเดินเต็มก้อน

แนะนำสำหรับท่านที่สนใจ

ถ้าลูกค้าหรือท่านใดสนใจอยากเพาะเห็ดเพื่อการค้า หรือเพาะไว้รับประทานเอง คุณเขมจะแนะนำวิธีการปลูกให้ลูกค้า และยังมีตัวอย่างการเพาะเห็ดในท่อซีเมนต์ที่หน้าฟาร์มให้ดู คุณเขม บอกว่า ซื้อก้อนเห็ดจากฟาร์มของคุณเขมไม่ต้องห่วง ไม่มีความรู้มาก่อนก็สามารถทำได้ ทางเจ้าของจะสอนวิธีการดูแล การเปิดหน้าก้อนว่าต้องดูแลยังไง รดน้ำวันละกี่ครั้ง เพราะทุกวันนี้จะมีกลุ่มอาจารย์ หรือผู้ที่ต้องการศึกษาการเพาะเห็ดเข้ามาศึกษาที่ฟาร์มของคุณเขมอยู่เป็นประจำ

เปิดดอก โดยใช้การแขวน

 

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากเพาะเห็ดเพื่อเป็นอาชีพ หรือเพาะเห็ดไว้เพื่อรับประทานเอง ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 10 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด โทรศัพท์ (085) 751-4837 ยินดีให้คำปรึกษา

ที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_28924

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …