หนุ่มใต้สะพายเป้ขึ้นรถไฟเข้ากรุงเทพฯ ขับรถยกนานหลายปี จับทางถูก ผันตัวเลี้ยงปลาหมอสี รายได้สุดรุ่ง

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนอาจินต์ ศิริวรรณเผยแพร่วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2560

เด็กต่างจังหวัดแทบทุกคน มีความใฝ่ฝันที่จะเข้ากรุงเทพฯ บ้างมาเพื่อการศึกษา บ้างเข้ามาเพื่อหางานทำ เพราะต่างคิดว่า กรุงเทพฯ อาจจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้ บางคนประสบผลสำเร็จ แต่กับบางชีวิตยังจะต้องต่อสู้ดิ้นรน ต้องเหนื่อยหนักกว่าชีวิตบ้านนอกที่เขาจากมา

คุณป้อม หรือ คุณเรืองศักดิ์ เกตุเจริญ เด็กหนุ่มจาก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหวังเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ดีกว่าเก่า

ด้วยการชักชวนของเพื่อนๆ ที่เข้ามากรุงเทพฯ ก่อนหน้า เขาสะพายเป้ขึ้นรถไฟชั้นสาม เข้ากรุงเทพฯ โดยที่ยังมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองว่าข้างหน้านั้นจะเป็นอย่างไร

คุณเรืองศักดิ์ เกตุเจริญ

จากวันนั้นจนถึงวันนี้หลายปีผ่าน คุณป้อม ผ่านงานผ่านคนมาหลากหลาย จากเด็กอู่ จนกระทั่งขับรถยก ซึ่งคุณป้อมขับรถยก ลากรถ มาเกือบทั่วประเทศไทย จนกระทั่งวันหนึ่งงานขับรถยกที่ต้องใช้แรงกายหนักหนา เริ่มถดถอย คุณป้อมเริ่มมองหาอาชีพใหม่

คุณป้อม เล่าว่า เริ่มแรกเลยทำอาชีพขับรถยก แต่ชีวิตได้พลิกผันมาเลี้ยงปลาก็เพราะเพื่อนบ้านให้ตู้ปลามาฟรีๆ 1 ใบ เพื่อนบ้านคนนั้นมีอาชีพเป็นช่างกระจกและอะลูมิเนียม แล้วไปติดตั้งกระจกให้กับลูกค้า ลูกค้าบอกให้ตู้ปลาเก่าที่ยังใช้งานได้ดีอยู่มา 2 ใบ เพื่อนบ้านคนนั้นจึงขนกลับมา มาถึงถามคุณป้อมว่า พี่จะเอาตู้ปลาหรือเปล่า ผมเป็นคนชอบเลี้ยงปลาอยู่แล้ว ผมจึงรับตู้ปลาใบนั้นมาด้วยความดีใจ ผมเคยเลี้ยงปลาหมอสีมาก่อนหน้านี้เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ก็เลยตัดสินใจว่าจะเลี้ยงปลาหมอสี กะว่าจะเลี้ยงไว้ดูเล่นสักตัวสองตัว แต่ตู้ที่ได้มามันใหญ่ เป็นตู้ขนาด 60x20x20 ผมเลยตัดกระจกมากั้นเป็นสองช่อง ทีนี้ก็ต้องหาปลามาลงตู้ละครับ

คุณป้อม เล่าไปยิ้มไป บอกด้วยว่า ข้อดีของสมัยนี้คือโซเชียล มีเรื่องปลาให้ค้นหาได้หลากหลายสายทาง ปลาหมอสีบางตัว มีราคาตั้งแต่ 500 ไปจนถึง 10,000 บาท เลยทีเดียว ค้นไปค้นมา ก็เจอพ่อค้าเจ้าหนึ่ง เป็นคนทำให้ผมตัดสินใจซื้อ มันเป็นลูกปลาหมอสีตัวเล็กๆ ซื้อมาในราคาตัวละ 800 บาท ผมเป็นคนชอบเลี้ยงปลาตั้งแต่ตัวยังเล็ก เพราะจะได้เห็นการพัฒนาการเจริญเติบโตของปลา เมื่อเห็นปลาสมัยนี้ เทียบกับ 10 ปีที่แล้ว มันแตกต่างกันมาก มีการพัฒนาสายพันธุ์ได้สวย คือครบมุข ต่างกับเมื่อก่อนที่มีแต่หัวเล็กๆ และสีสันก็ไม่สวยอย่างทุกวันนี้

 

เริ่มเลี้ยงอย่างจริงจัง

คุณป้อม เล่าต่อว่า เมื่อเริ่มเลี้ยงก็เริ่มสนใจเพิ่มขึ้น ด้วยพ่อค้าคนที่ซื้อปลามา 2 ตัวแรก หลอกแนะนำมาผิดๆ เกิดความเจ็บใจ จึงคิดว่าจะต้องทำปลาเอง เพาะพันธุ์เอง ก็เริ่มหาซื้อปลาโตที่พร้อมจะขยายพันธุ์ได้ ตอนนั้นซื้อมา 2,000 บาท แต่ต้องลุ้นกันอย่างหนัก เพราะปลาโตที่ซื้อมา ผ่านการกินอาหารเร่งสีมาเยอะ จะทำให้ปลาเป็นหมันได้ ต้องเสี่ยงครับ คุณป้อมบอก ถ้าซื้อพ่อพันธุ์มาเลย มันจะแพงมาก ตัวละ 4,000-5,000 บาท เลยทีเดียว และอีกอย่าง การหาพ่อพันธุ์ เราต้องเก่ง ต้องเลือกสายพันธุ์ดีๆ เปอร์เซ็นต์ดีๆ แรกๆ ไม่เป็นเลยครับ ไม่รู้จักสายพันธุ์ด้วยซ้ำ เห็นสวยก็ซื้อ ด้วยการด้อยประสบการณ์ ครอกแรกติดแต่ไม่สวย

ก็ศึกษาค้นคว้ามาเรื่อยครับ คุณป้อมบอก ผมอ่านข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตบ้าง จากหนังสือบ้าง ด้วยการเฝ้าดูลูกปลาจากครอกแรก ทำให้เข้าใจมากขึ้น จริงๆ แล้ว การเพาะปลาไม่ยากครับถ้าเราเข้าใจ คุณป้อมเล่าต่อ

เตรียมตัวเมียที่ผ่านการไข่มาแล้วนะครับ ส่วนใหญ่จะใช้ไข่รอบที่ 3 ขึ้นไป เพราะไข่รอบที่ 1 และที่ 2 จะไม่สมบูรณ์

เมื่อมีปลาตัวเมียตัวผู้พร้อมแล้ว ก็เอามาวางเทียบกันเหมือนปลากัด เตรียมถาดไว้ให้ตัวเมียไข่ จะสังเกตเห็นว่าท่อเพศของตัวเมียยื่นยาวออกมากว่าปกติ สีบนลำตัวจะเข้มขึ้น นั่นคือสัญญาณบอกว่าพร้อมที่จะไข่ เราก็ปล่อยให้ปลาเข้าหากัน ตอนแรกๆ ปลาตัวผู้กับตัวเมียจะคลอเคลียกันสัก 10 นาที ถึง 20 นาที

หลังจากปลาตัวเมียไข่เสร็จแล้ว 12 ชั่วโมง ยกถาดที่มีไข่ออกมาใส่ตู้ฟัก ภายใน 3 วัน ไข่ก็จะฟักเป็นตัว หลังจากเป็นตัว อีก 3 ถึง 4 วัน ปลาจะบินน้ำ หรือว่ายน้ำนั่นเองครับ คุณป้อมบอก ให้ไส้เดือนตัวเล็กๆ หรือไรแดงน้ำจืด เป็นอาหารช่วงอนุบาล 3 เดือน ลูกปลาจะโตพร้อมขาย

 

การเลี้ยง

คุณป้อม บอกว่า การเลี้ยงปลาสกุลปลาหมอสี เลี้ยงไม่ยากครับ แต่ต้องเอาใจใส่เขาหน่อย อาหารปลาควรมีทั้งอาหารสดและอาหารเม็ด ซึ่งต้องให้สลับกัน อาหารสด เช่น หนอนแดง ไรทะเล ส่วนอาหารเม็ด เป็นอาหารเม็ดปลาหมอสี ที่มีขายตามร้านขายปลาทั่วๆ ไป

ถ้าเราจะเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์เอง บอกเลยครับอย่าให้อาหารเร่งสีโดยเด็ดขาด ราคาก็แพง และจะทำให้ปลาเป็นหมัน ส่วนการดูแลรักษาก็ไม่ยาก คอยถ่ายน้ำอาทิตย์ละครั้ง เพราะจะทำให้น้ำสะอาด หากน้ำไม่สะอาด ก็จะเกิดพวกปรสิตและเกิดโรคได้ ช่วงที่น่าเป็นห่วงคือช่วงหน้าฝนและหนาว ปลาหมอสีเป็นปลาที่ชอบอากาศร้อน มีอุณหภูมินิ่งๆ ไม่ชอบน้ำเย็น และไม่ควรเลี้ยงปลาให้ห้องแอร์ครับ คุณป้อมบอกต่อ หากแต่จะเลี้ยงในห้องแอร์ควรมีฮีตเตอร์ทำความร้อน ปลาจะอ่อนแอช่วงที่มีอากาศเปลี่ยน น้ำที่ใช้ไม่ควรใช้น้ำประปา 100% ในการถ่ายน้ำควรพักน้ำไว้อย่างน้อย 1 วัน หากจำเป็น ควรใส่เกล็ดคลอรีน

ปลาหมอสีจะอ่อนแอกว่าปลาในธรรมชาติ จึงควรมียารักษาภายนอกติดบ้านไว้ครับ คุณป้อมบอกต่อ ปลาที่เลี้ยงไว้จะสมบูรณ์ สีสวยงาม มีหัววุ้นที่โต

ถามถึงราคาตอนนี้ คุณป้อมบอกว่า ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และความสวยงามของปลา ตามท้องตลาดทุกวันนี้ ถ้าสวยเต็มที่ จะมีราคา 50,000 บาท หรืออาจมากกว่านั้น ตามคนชอบ

 

โรคของปลา

คุณป้อม บอกว่า โรคของปลาที่น่ากลัวคือ โรคขี้ขาว ซึ่งเกิดจากการให้อาหารหรือจากปรสิต เป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะของปลาอักเสบ ปลาจะถ่ายออกมาขาวๆ เป็นวุ้น บางทีปลาจะไม่ถ่ายเลย ถ้าเห็นปลามีอาการแบบนี้ ให้รีบย้ายปลาลงตู้เล็กเพราะสามารถดูและเปลี่ยนน้ำได้ง่าย และควรงดอาหาร เปลี่ยนน้ำ 50% ทุกวัน จนกว่าปลาจะหาย อีกโรคคือ โรคจุดขาว โรคจุดขาวจะมาช่วงที่อากาศเปลี่ยน เช่น หน้าฝนและหน้าหนาว เป็นโรคของปลาที่ไม่น่ากลัวเท่าไร แต่ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ ไม่หมั่นดูแล มาเห็นอีกทีตอนที่ปลาเป็นโรคนี้เยอะแล้ว อันนี้สิน่ากลัว ถ้าไม่รีบรักษา ปลาจะค่อยๆ มีสีดำ มีจุดขาวๆ เล็กๆ ไปทั้งตัวจนปลาอาจต้องตายในที่สุด

การดูแลรักษา โรคจุดขาวไม่ยากต่อการรักษามากนัก แค่เปลี่ยนน้ำ เอาอุปกรณ์ในตู้ออกมาให้หมด ใส่เกลือลงในน้ำ ใส่ยารักษาที่มีขายทั่วไป 4 ถึง 5 วัน ก็หาย โรคนี้ไม่น่ากลัวหากหมั่นสังเกตปลาอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าเลี้ยงแบบปล่อยปละละเลย ร้อยทั้งร้อย ปลาตาย คุณป้อมเล่า อย่างผู้มีประสบการณ์

หากสนใจและพูดคุยแลกเปลี่ยน ติดต่อได้ที่ คุณเรืองศักดิ์ เกตุเจริญ เลขที่ 33/298 หมู่บ้านพฤกษา 3 ตำบลพิมลราช อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โทรศัพท์ (089) 221-5787 หรือจะพูดคุยผ่านเฟซบุ๊ก ได้ที่ ป้อมรถยก ทั่วราชอาณาจักร คุณป้อมบอกว่า ยินดีรับทุกสายเบอร์

cr. : https://www.sentangsedtee.com/career-channel/article_41504

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …