มะขามเทศ พืชที่คนมองข้าม ปลูกเสริมเล่นๆ 20-30 ต้น ฟัน 6-7 หมื่นบาทต่อปี

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้านเผยแพร่วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2560

มะขามเทศ พืชที่พบได้ทั่วไปตามหัวไร่ปลายนา หรือกระทั่งริมถนน ขึ้นเอง งอกงาม แทบไม่ต้องดูแล จนกล่าวได้ว่าเป็นพืชพื้นบ้าน พืชท้องถิ่น ที่เห็นจนชินตา แต่ผลผลิตที่ออกสู่ท้องตลาด กลับไม่แพร่หลาย ทั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะว่า ไม่ได้จัดอยู่ในพืชเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบัน ใครที่มีมะขามเทศ มีผลผลิต กลับนำออกมาขายได้ราคาดี เฉลี่ยกิโลกรัมละ 140-150 บาท เรียกว่า เป็นพืชที่สามารถสร้างเงินได้แบบเงียบๆ เลยทีเดียว

เช่นเดียวกับ คุณวรรณภา เหลืองธุวปราณีต บ้านอยู่ที่อ.บางเลน จ.นครปฐม มีมะขามเทศ ปลูกรอบๆสวน แค่ 1 ไร่ 2 งาน เท่านั้นเอง มีผลผลิตเท่าไหร่ขายได้หมด แถมได้ราคาด้วย เธอจึงเริ่มขยายพื้นที่ปลูก และหันมาจริงจังกับพืชตัวนี้มากขึ้น

คุณวรรณภา เล่าว่า เริ่มต้นไปเห็นแม่ค้าขายที่ตลาด ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ขายแค่ชั่วโมงเดีย ได้เงินแล้ว 4-5 พันบาท นั่นเป็นแรงบันดาลใจให้เธอ หากิ่งพันธุ์มาปลูก โดยซื้อมา กิ่งละ 50 บาท เป็นมะขามเทศสีชมพู ปลูกไว้ 20 กิ่ง ผ่านน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาก็ไม่ตาย ตอนนั้นเธอว่า ถ้าปลูกได้ผล ขายได้ ก็ดี แต่ถ้าขายไม่ได้ ก็เอาไว้กันดินพัง

มาถึงวันนี้ ผลผลิต เริ่มทยอยออกมา แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ มีเท่าไหร่ ก็มีคนมาสั่งจองจนหมด ไม่ต้องนำไปวางขายที่ไหนเลย คุณวรรณภาว่า มะขาม 20-30 ต้น นี่ขายได้เงินราว 6-7 หมื่นบาทต่อปี ดังนั้น พื้นที่ปลูกที่ขยายออกไปอีก คิดเป็นจำนวนต้นราว 100 ต้น ที่เริ่มทยอยออกมาในปีนี้ รายได้น่าจะอยู่ที่หลักแสนบาท

ราคามะขามเทศที่วางขายตามตลาดทั่วไป ราคา 140-150 บาท แต่คุณวรรณภา ขายแค่ 50-60 บาทเท่านั้น เพราะไม่ได้ไปวางขายที่ไหน ไม่ต้องออกนอกบ้าน แต่ปากต่อปาก ก็มีคิวซื้อมายาวเหยียด

ส่วนการดูแล เธอว่า ขอเรียกว่าเป็นมะขามปลอดภัย เพราะจะฉีดสารฆ่าแมลง เฉพาะช่วงออกดอกเท่านั้น จากนั้น ก็งดการใช้สาร ไปจนกระทั่งเก็บฝัก ในขณะที่มะขามเทศนี่เป็นพืชอีกตัวหนึ่งที่ ใช้สารเคมีค่อนข้างมาก

“มะขามเทศนี่เก็บได้ทั้งปีค่ะ ทยอยออก แต่ถ้าถูกฝน ฝักจะลีบดำ เป็นพืชชอบร้อน แล้ง มีลูกค้าจากกรุงเทพ ก็เยอะมาซื้อไปเป็นของฝากกัน ไม่คิดว่า จะมีคนชอบขนาดนี้ เรียกว่า ผลตอบรับท่วมท้น ตอนแรกคิดว่า จะปลูกไว้เล่นๆ เป็นอาชีพเสริม แต่ถ้าได้ราคานี้ คนชอบขนาดนี้ ก็กะว่าจะยึดเป็นอาชีพหลักค่ะ”

สำหรับแรงงานในสวน คุณวรรณภา ว่า ตอนนี้ใช้แรงงานในครอบครัว สอยกันเอง แล้วมีคนแก่ๆ ในบ้าน นั่งเช็ดฝุ่น ตัดขั้ว เลือกแต่ฝักสวยๆ ให้ลูกค้า ซึ่งใครที่ซื้อไปกินก็ติดใจ เพราะเนื้อนิ่ม และราคาถูกกว่าที่อื่น

คุณวรรณภา อยู่บ้านเลขที่ 33 /2 หมู่ 1 ต.บางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม 73130 โทร.092-9051740

cr. : https://www.sentangsedtee.com/featured/article_27622

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …