อดีตครูผันตัวเป็นเกษตรกร เพาะพันธุ์เพกาแคระขาย รายได้เดือนละกว่า 50,000 บาท

เกษตรกรยุคใหม่

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2560

อดีตข้าราชการครู ผันตัวเป็นเกษตรกร เพาะพันธุ์ต้นเพกาพันธุ์เตี้ย หรือต้นลิ้นฟ้า ขายส่งขายทั่วประเทศ สร้างรายได้ต่อเดือนกว่า 50,000 บาท เผยฝักสดและยอดอ่อนมีคุณค่าทางอาหารสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย

นายประสาน คำมาตย์ ชาวบ้านคลองเกษตร ตำบลหนองไฮ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เล่าว่า อดีตตนเคยรับราชการเป็นครู ต่อมาตนรู้สึกอยากหาความท้าทายใหม่ประกอบกับเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ จึงเลือกลาออกจากราชการแล้วผันตัวมาเป็นเกษตรกร เพาะต้นเพกาพันธุ์เตี้ย หรือต้นลิ้นฟ้า ซึ่งชาวอีสานนิยมนำผลมารับประทาน ซึ่งต้นเพกาพันธุ์เตี้ยนั้นปลูกง่ายมีราคาดี และได้ส่งขายไปทั่วประเทศ โดย เมื่อปี พ.ศ.2556 ได้ต้นเพกาพันธุ์เตี้ยมาจากจังหวัดมุกดาหาร จากนั้นจึงทดลองใช้พื้นที่หลังบ้านปลูกเพียงไม่กี่ต้นเพื่อรับประทานเอง ต่อมาเพกาเริ่มโตให้ผลดกจึงถ่ายรูปแล้วอัพขึ้นเฟซบุ๊ก จนเพื่อนและคนรู้จักเห็นและถามถึงการซื้อพันธุ์มาอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงลองขยายพันธุ์โดยการตัดรากมาปักชำแล้วส่งขายทางไปรษณีย์ จนสร้างรายได้ดีเกินคาด จึงขยายพื้นที่พร้อมสร้างสวนเครือข่ายขายต้นเพกาพันธุ์เตี้ยสร้างรายได้อย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ต้นเพกาพันธุ์เตี้ยเพราะมีลักษณะเด่น คือ ต้นโตเต็มที่สูงเพียง 4 เมตร เก็บฝักอ่อนได้ง่าย ฝักมีขนาดใหญ่และยาวมาก มีดอกและติดฝักได้เร็ว ปลูกแค่ 6-8 เดือนก็เริ่มเก็บผลได้ โดยวิธีการขยายพันธุ์เริ่มจากการขุดรากขึ้นมาปักชำ โดยจะตัดรากให้ได้ขนาดประมาณ 3-5 ซม. ขึ้นมาปักในถุงดำที่มีดินผสมแกลบดำ หลังปักชำราว 10 วัน รากเพกาจะแตกและแทงยอดอ่อน จากนั้นอนุบาลต้นต่อไปอีก 15 วันก็พร้อมขาย โดยขายในราคาต้นละ 30 บาท ส่วนผักแก่จะแกะเมล็ดขายราคาเม็ดละ 2 บาท ผลผลิตไม่ต้องหอบไปขายที่ไหนไกล เพราะตนเน้นขายลูกค้าทางโลกออนไลน์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก “เพกาเตี้ย มหาสารคาม” และทางไลน์ “เพกาเตี้ย สารคาม” ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งซื้อรากเพกาเตี้ยและรากที่ปักชำแล้วให้แพ็คส่งทางไปรษณีย์ และมีลูกค้าเจ้าประจำรายใหญ่จากทั่วประเทศจะเดินทางมามารับซื้อต้นเพกาถึงที่เพื่อนำส่งไปขายยังต่างประเทศอีกต่อ ทำให้ทุกวันนี้มีรายได้จากการขายต้นเพกาพันธุ์เตี้ย เมล็ดพันธุ์ ถึงเดือนเกือบละ 50,000 บาท

สำหรับผลสดต้นเพกาจะกรอบ มีรสชาติขมนำและหวานตาม ชาวบ้านนิยมนำมารับประทานกับแจ่วปลาแดกบอง (น้ำพริกปลาร้าสับ) หรือนำไปเผาไฟให้สุกและอ่อน แล้วลอกปลอกเบาๆ ด้วยน้ำเปล่า เพื่อเอาไปทำเมนูยำหรือลาบ ซึ่งฝักอ่อนและยอดต้นเพกาถือเป็นสมุนไพรที่เชื่อว่าช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและช่วยชะลอวัย ช่วยบำรุงร่างกาย ลดการอักเสบช่วยขับของเสียในร่างกาย และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพกาพันธุ์เตี้ย ถือเป็นพืชเศรษฐกิจของอีสาน ที่ดูแลไม่ยุ่งยาก ทนแล้งได้ดี ศัตรูพืชน้อย บำรุงและใส่ปุ๋ยตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องฉีดยาฆ่าแมลง สำหรับผู้สนใจอยากศึกษาวิธีการปลูกหรือซื้อกิ่งพันธุ์เพกาพันธุ์เตี้ย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 86 หมู่ 12 ต.หนองไฮ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม หรือโทร 08-4954-5616 ทางเฟซบุ๊ก “เพกาเตี้ย มหาสารคาม” และทางไลน์ “เพกาเตี้ย สารคาม”

 

 

cr. : https://www.sentangsedtee.com/featured/article_38655

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
เกษตรกรใต้โค่นปาล์ม แห่ปลูกมะพร้าว เป็นพืชแซมในสวน  ต้นพันธุ์ขาดตลาด จองนาน 4 เดือน

ผู้เขียนเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้านเผยแพร่วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2560   อย่างที่ทราบกันว่า ตอนนี้มะพร้าวเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในการปลูกมาก เนื่องจากปัจจัยหลายประการ ทั้งราคาดี มีการส่งออกสูง ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ นิยมรับประทาน ด้วยว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง ดังนั้น ช่วงนี้ จึงเป็นช่วงที่ต้นพันธุ์มะพร้าวขายดี จนขาดตลาดเลยทีเดียว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อัพเดต สถานการณ์การปลูกมะพร้าวน้ำหอม กับ คุณวีรวุธ พรชัยสิทธิ์ ผู้ปลูกมะพร้าวขายผลสดและต้นพันธุ์ที่ ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา คุณวีรวุธ ให้ข้อมูลมาว่า ตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมา มีผู้ต้องการปลูกมะพร้าวค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นพืชราคาดี และมีอนาคตสดใส ดังนั้น จำนวนต้นพันธุ์ จึงออกไปเป็นจำนวนหลายพันต้น ในช่วง 7- 8 เดือนที่ผ่านมานี้ โดยลูกค้าส่วนใหญ่มาจากทางภาคใต้ ทั้งจังหวัดกระบี่ ภูเก็ต นครศรีธรรมราช สตูล พังงา และรายเล็กรายน้อยทั่วประเทศ …

เกษตรกรยุคใหม่
อดีตพนักงานบริษัท หันเพาะไก่สวยงามแนะเทคนิคการเลี้ยง การตลาด

ผู้เขียนสุจิต เมืองสุขเผยแพร่วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2560 พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร จัดเป็นอีกพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อความสวยงามไว้จำนวนมาก ส่วนใหญ่ทำเป็นฟาร์มขนาดย่อม เลี้ยงเพื่อขายส่งตลาดนัดจตุจักร แหล่งค้าสัตว์ปีกทั้งเพื่อการบริโภคและเพื่อความสวยงามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นอกเหนือจากนั้นก็เป็นตลาดค้าส่งรองลงมา เช่น ตลาดนัดสนามหลวง 2 ย่านทวีวัฒนา หรือ ตลาดนัดจตุจักร 2 มีนบุรี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครเท่าใดนัก อึดใจเดียวก็ถึง ที่ต้องพามาถึงสถานที่แห่งนี้ก็เพราะเป็นที่ตั้งของฟาร์มไก่สวยงามเล็กๆ ฟาร์มหนึ่ง แต่มากด้วยคุณภาพของไก่สวยงามและมากชนิดให้เลือกซื้อ ประสิทธิ์ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่บ้านคลอง 19 ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีคุณประสิทธิ์ พัดเย็นใจ เป็นเจ้าของ ครั้งแรกที่พบคุณประสิทธิ์ไม่ต้องการให้เรียกสถานที่เพาะเลี้ยงไก่สวยงามว่า ฟาร์ม เพราะระยะเวลาที่ดำเนินการเพาะเลี้ยงไก่สวยงามเพียง 6 ปี และสถานที่เพาะเลี้ยงไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่เพราะคุณภาพของไก่สวยงามที่ออกสู่ท้องตลาด และ ระบบการจัดการในเรื่องของการคัดคุณภาพไก่ก่อนส่งจำหน่ายให้กับปลายทางเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้เราต้องชื่นชมและให้เกียรติเรียกว่า “ฟาร์ม” คุณประสิทธิ์ พัดเย็นใจ 6 ปีก่อน …

เกษตรกรยุคใหม่
ใช้ขี้วัวเลี้ยงไส้เดือน เทคนิคพิเศษของรัตนชัยฟาร์ม เดินหน้าส่งขาย มาเลเซีย

ผู้เขียนภาวิณีย์ เจริญยิ่งเผยแพร่วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2560 หากติดตามข่าวคราวในแวดวงการเกษตรบ้านเรา เป็นที่น่ายินดีว่ามีคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งหันมาทำการเกษตรอย่างจริงจัง โดยเริ่มค่อยๆ ศึกษาหาความรู้ ตั้งต้นจากการทำเป็นอาชีพเสริมก่อน จนเมื่อทุกอย่างลงตัวจึงตัดสินใจทำเป็นอาชีพหลัก   มูลไส้เดือน ประโยชน์มาก อย่าง คุณไพฑูรย์ ไชยรักษ์ อายุ 32 ปี เจ้าของ รัตนชัยฟาร์มไส้เดือน จังหวัดสตูล ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 7 ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล ซึ่งหนุ่มคนนี้ยังคงทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทางโทรศัพท์ แต่ได้ใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และเวลาว่างทำฟาร์มไส้เดือน ตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยให้พ่อแม่คอยช่วยดูแล ก่อนที่เขาวางแผนจะมาทำเต็มตัวในอีกไม่ช้า เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวเต็มที่ คุณไพฑูรย์ ไชยรักษ์ กับไส้เดือนที่เตรียมนำไปเลี้ยง คุณไพฑูรย์ มีดีกรีปริญญาตรี สาขาการจัดการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พูดถึงแรงบันดาลใจของการเลี้ยงไส้เดือนว่า มีที่มาที่ไปจากการที่อยากจะกลับมาอยู่ดูแลพ่อแม่ที่จังหวัดสตูล บวกกับความตั้งใจที่จะเดินหาช่องทางความเป็นไปได้เรื่องปุ๋ยในเส้นทางเกษตรแบบยั่งยืน และสามารถผลิตปุ๋ยใช้เองได้ จึงพยายามหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเรื่องปุ๋ยที่สามารถผลิตเองได้และมีคุณภาพสูง กระทั่งได้มาพบเจอกับมูลไส้เดือนที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากกว่าปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก …