อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา ช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิต ลดต้นทุน และสามารถต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2560

ผลงานวิจัยของนักเรียนอาชีวะ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ของแต่ละสถาบันที่ประกวดคัดเลือกกันมา มีทั้งผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ หากช่วยกันนำมาเผยแพร่ให้นำไปพัฒนาใช้กันอย่างกว้างขวาง จะช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิต ลดต้นทุน และสามารถต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้ด้วย

ที่สำคัญมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียว ช่วยรักษาสภาวะสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานด้วย ดังเช่น “อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา” โครงงานวิจัยของนักศึกษา ระดับ ปวส. ปีที่ 2 ของวิทยาลัยเทคนิคตราด ที่คว้ารางวัลระดับดีของกรมอาชีวศึกษา และระดับเหรียญเงินในประเทศจีน และประกาศนียบัตรจากรัสเซีย เมื่อปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมานี้

 

คิดอุปกรณ์ใหม่ตัดอิฐมวลเบา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

อาจารย์วรพจน์ ตรีรัตน์ฤดี ครูชำนาญการพิเศษ แผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคตราด ที่ปรึกษาโครงการวิจัย “อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา” เล่าว่า โครงการนี้มีคณะอาจารย์ที่ปรึกษา 5 คน จากสาขาช่างก่อสร้าง ช่างยนต์และบัญชี คือ อาจารย์ธนิต อาภรณ์รัตน์ อาจารย์ภพพนธ์ ศรนคร อาจารย์จันทร วิจิตรสุข และ อาจารย์กาญจนา ตรีรัตน์ฤดี ส่วนทีมนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีที่ 2 จำนวน 6 คน จากสาขาช่างก่อสร้างและเทคนิคเครื่องกล ดังนี้

นายศุภชัย ทองทา สาขาช่างก่อสร้าง หัวหน้าทีม นายอริยะ อิ่มโสภณ นายวันชนะ สุขเจริญ นายสิทธินนท์ สติดี นายเกริกแก้ว เรืองนุเคราะห์ และ นายจิรเมธ วิจิตรสมบัติ

โครงงานวิจัยอุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบานี้ ว่าเป็นงานประจำที่นักศึกษา ระดับ ปวส. ต้องทำผลงานก่อนจบการศึกษา และทางวิทยาลัยได้ส่งประกวดในงานแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษา จัดโดยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ร่วมงานที่คุนซาน

อาจารย์วรพจน์ กล่าวถึงที่มาของเครื่องมือตัดอิฐมวลเบาว่า อิฐมวลเบา เป็นผลิตภัณฑ์คอนกรีตชนิดใหม่ที่ได้รับความนิยมในการก่อสร้าง เพราะผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ มีคุณสมบัติพิเศษคือ ตัววัสดุมีน้ำหนักเบา ทนไฟ ป้องกันความร้อนและเสียงได้ดี ขั้นตอนการก่ออิฐมวลเบา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยวิธีการสลับแนวระหว่างแถวล่างและแถวบน แต่อิฐมวลเบาทำมามีขนาดมาตรฐานเท่ากันทุกก้อน การใช้งานจึงต้องตัดออกตามขนาดที่ต้องการ

ส่วนใหญ่ก่อนตัดวัดแล้วใช้เหล็กฉากขีดเส้นให้ตรง ใช้เลื่อยเลื่อยบนก้อนอิฐเหมือนกับเลื่อยไม้ ปัญหา คือ เลื่อยทำให้มีเศษฝุ่นละอองออกมาจากตัวอิฐ ส่งผลทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศและทำลายสุขภาพ เลื่อยแล้วขนาดมีความผิดพลาด หรือเลื่อยเอียง ต้องตกแต่งอิฐให้ได้ขนาดหรือได้ฉากตามต้องการ ทำให้เสียเวลาในการทำงานและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้เลื่อย

รับรางวัลจากกรมอาชีวศึกษา

“เริ่มจากนักศึกษาแผนกช่างก่อสร้าง เขาเห็นปัญหาการใช้เลื่อยหรือเครื่องเจียร (ลูกหมู) ตัดอิฐมวลเบาจากที่ทำให้ไม่เป็นเส้นตรง ช้า มีฝุ่นมาก ได้มาปรึกษาการทำอุปกรณ์เครื่องตัดอิฐมวลเบาที่ลดปัญหาดังกล่าว เห็นว่าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับช่างยนต์ด้วย จึงแนะนำให้จัดตั้งทีมจัดทำโครงงานวิจัยร่วมกันทั้งสาขาวิชาช่างก่อสร้างและเทคนิคเครื่องกล โดยทางวิทยาลัยมีเงินสนับสนุนโครงการงานให้ และมีทีมอาจารย์ที่ปรึกษาทั้ง 2 สาขา มาช่วยให้คำแนะนำ” อาจารย์วรพจน์ กล่าว

 

ตอบโจทย์ ทดลอง ทำนอกห้องเรียน 2 เดือน สำเร็จ

นายศุภชัย ทองทา นักศึกษา ระดับ ปวส. 2 สาขาช่างก่อสร้าง หัวหน้าทีม กล่าวว่า แนวคิดเกิดจากเห็นว่าวงการก่อสร้างในปัจจุบันนิยมใช้อิฐมวลเบาเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ยังไม่มีเครื่องมือตัดที่ใช้งานได้ดี มีประสิทธิภาพที่จะทำให้สะดวก รวดเร็ว ตัดได้ตามขนาดเป็นเส้นตรง และไม่เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายที่ทำลายสุขภาพคนใช้งาน ซึ่งการคิดประดิษฐ์เครื่องมือต้องใช้ความรู้ทางด้านกลไกเทคนิคเครื่องกล การประกอบโครงสร้างของเครื่องมือ จึงได้ปรึกษา อาจารย์วรพจน์ ตรีรัตน์ฤดี ให้คำแนะนำเรื่องรูปแบบโครงสร้างของเครื่องมือ ส่วนอาจารย์ธนิต อาภรณ์รัตน์ และ อาจารย์ภพพนธ์ ศรนคร จะดูแลเรื่องระบบของการทำงาน และให้ทีมงานนักศึกษาทั้งจากเทคนิคเครื่องกลและช่างก่อสร้างมาร่วมกันทำงาน

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เยี่ยมชมผลงาน

“เพื่อนๆ สาขาเทคนิคเครื่องกลจะเป็นผู้ดูแลการประดิษฐ์เครื่องมือ วิธีการใช้งาน ระบบการทำงาน ส่วนทางสาขาก่อสร้างจะเป็นฝ่ายทดลองการใช้งาน ซึ่งต้องปรับกันไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ฐานโครงสร้างตั้งเครื่องมือที่ใหญ่เกินไป มีน้ำหนักมาก มาลงตัวที่ขนาด กว้าง 35-40 เซนติเมตรxยาว 70 เซนติเมตร ขนาดของแม่แรงที่ต้องเพิ่มขึ้นเหมาะกับการใช้งานที่ 10 ตัน การใช้สเกลวัดขนาดจากเครื่องมือ ฝาครอบกันฝุ่น ซึ่งเป็นการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนำผลงานไปแข่งขันหรือจัดแสดงทุกครั้ง แม้จะได้รับรางวัลมาแล้ว ต่อจากนี้ถ้ามีภาคเอกชนมาต่อยอดผลิตอุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบาเพื่อจำหน่ายและพัฒนาประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นน่าจะราคาไม่สูง เหมาะกับการก่อสร้างทั่วๆ ไป ที่มีไซต์งานไม่ใหญ่มากนัก” นายศุภชัย กล่าว

นายอริยะ อิ่มโสภณ

ด้าน นายอริยะ อิ่มโสภณ นักศึกษา ระดับ ปวส. ปี 2 สาขาเทคนิคเครื่องกล หนึ่งในทีมโครงงานวิจัยกล่าวว่า เหตุผลที่สนใจคิดสร้างอุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบาใหม่ เนื่องจากเรียนในสายสาขาเทคนิคเครื่องกล มองเห็นว่า อิฐมวลเบาที่นิยมใช้เป็นวัสดุก่อสร้างในปัจจุบันการตัดตกแต่งให้ได้ขนาดเหมาะสมในการใช้งานมีความยุ่งยากลำบาก ใช้เวลานาน ต้องใช้เลื่อยตัดหรือใช้เครื่องเจียรตามที่ใช้กัน ต้องเสียเวลามาก และตัดไม่ได้เส้นคมและตรงทำให้เสียหายได้ ที่สำคัญมีฝุ่นฟุ้งกระจายเวลาตัด

“ผมคิดว่าน่าจะมีอุปกรณ์อื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นผลงานเข้าประกวด จึงนำไอเดียนี้ปรึกษา อาจารย์วรพจน์ ตรีรัตน์ฤดี ซึ่งเห็นว่าการพัฒนาเครื่องมือจะเกี่ยวข้องกันทั้งช่างเทคนิคเครื่องกลและช่างก่อสร้าง นักศึกษาจึงได้รวมทีมกัน มีสาขาช่างก่อสร้าง 2 คน และสาขาเทคนิคเครื่องกล 4 คน ร่วมกันทำโปรเจ็กต์นี้ มี นายศุภชัย ทองทา สาขาช่างก่อสร้าง เป็นหัวหน้าทีม ระยะเวลาที่เริ่มงาน ศึกษา ทดลอง ประมาณ 2 เดือน จึงประดิษฐ์อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบาและทดลองใช้งานได้สำเร็จ”

“ระยะเวลาทำงานหนักจริง ประมาณ 1-2 เดือน ส่วนใหญ่ใช้เวลาพักเที่ยง หลังเลิกเรียน ตั้งแต่ 15.00-21.00 น. หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพราะอยู่คนละสาขาวิชา ระหว่างการทำอุปกรณ์เครื่องตัดมีการทดลองและปรับแก้ไขจุดอ่อนไปเรื่อยๆ เช่น โครงสร้างอุปกรณ์ ต้องให้ถอดออกมาซ่อมบำรุงได้ทุกชิ้นและมีน้ำหนักเบา ขนย้ายสะดวก รอยตัดต้องเรียบ ต้องทดลองทำปรับไปเรื่อยๆ เช่น ฝาครอบเครื่องที่ต้องวัดสเกลให้ใช้งานได้พอดี เครื่องลับใบมีดต้องคิดทำขึ้นมาโดยเฉพาะให้ทำมุมพอดีกับใบมีด” นายอริยะกล่าว

รับเกียรติบัตรจากรัสเซีย

เพิ่มประสิทธิภาพ 5 ก้อน/นาที ได้พลังงานสีเขียว

อาจารย์วรพจน์ สรุปว่า เครื่องมือตัดอิฐมวลเบาที่นักศึกษาออกแบบใหม่โดยหลักรูปแบบและโครงสร้างของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ดังนี้

1. รูปแบบใช้งานง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน ชิ้นส่วนโครงสร้างสามารถถอดออกได้สะดวกในการบำรุงรักษา น้ำหนักเบา และเคลื่อนย้ายได้ทุกพื้นที่ 2. ประสิทธิภาพในการตัดอิฐมวลเบา 5 ก้อน/นาที เร็วกว่าใช้เลื่อยตัด 2-4 เท่า 3. ระบบกลไกทำงานไม่ต้องใช้ไฟฟ้าให้สิ้นเปลือง เป็นพลังงานสีเขียวและช่วยรักษาโลกร้อน 4. ราคาอุปกรณ์วัสดุที่ใช้ทำเครื่องมือที่เป็นต้นทุนราคาไม่สูง 5. ไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจายที่เป็นอันตรายกับผู้ใช้งาน

 

ภาคเอกชนขานรับต่อยอดผลิต พัฒนาเครื่องมือ ส่งประกวดปลายปี 60

ความสำเร็จเครื่องมือตัดอิฐมวลเบานี้ จากจุดแจ้งเกิดการได้รับรางวัลระดับดี ในงานแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษา ปี 2559 ของกรมอาชีวศึกษา ระดับประเทศ และได้รับเชิญไปร่วมงานนิทรรศการและสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ (9th INTERNATIONAL EXHIBITION OF INNOVENTION (kunshan) ) ที่เมืองคุนซาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน และยังได้รับประกาศนียบัตร (DIPLOMA) จากประเทศรัสเซียในงานเดียวกัน

นอกจากนี้ ได้มีโอกาสแนะนำเครื่องมือนี้ในจังหวัดตราด ที่จัดโดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตราด จึงทำให้ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เบื้องต้นที่จังหวัดตราดมีบริษัทเอกชนที่สนใจอุปกรณ์นี้ไปใช้งาน 2-3 แห่ง เช่น บริษัท ตราดมั่นคงวัสดุก่อสร้าง จำกัด นายพิพัฒน์ ฤกษ์สหกุล ผู้จัดการบริษัท เห็นด้วยที่จะแนะนำผู้รับเหมาก่อสร้างที่มาซื้อวัสดุก่อสร้างในร้านนำไปใช้งาน เพราะสะดวกรวดเร็วและไม่มีฝุ่น

งานประกวดกรมอาชีวศึกษา

ส่วน บริษัท ทีทัศ ก่อสร้าง จำกัด เป็นบริษัทที่ช่วยนำเครื่องมือไปทดลองใช้ในระหว่างการทำวิจัย ตั้งแต่เริ่มผลิตจนกระทั่งประสบความสำเร็จ เห็นด้วยกับการนำไปใช้ในวงการก่อสร้าง เพราะสามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าการใช้เลื่อยหรือเครื่องเจียร 2-4 เท่า

ทั้งนี้ นายนิทัศน์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคตราด มีแนวคิดนำเสนอ บริษัท SCG หรือบริษัทอื่นๆ เพื่อให้มีการผลิตและพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพให้มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง ซึ่งได้มีการจดอนุสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดอุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบานี้ได้รับการคัดเลือกจากกรมอาชีวศึกษา 1 ใน 15 แห่ง ทั่วประเทศ เข้าร่วมประกวดสิ่งประดิษฐ์หลัก : นวัตกรรมสีเขียวสู่ธุรกิจเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของมูลนิธิพลังสร้างสรรค์นวัตกรรม ร่วมกับ กลุ่ม ปตท. และสมาคมวิทยาศาสตร์ แห่งประเทศไทย ปลายปี 2560 นี้

ผลงานดีๆ จากพลังสร้างสรรค์ของนักศึกษา หน่วยงานน่าจะเพิ่มงบฯ ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น และมีมาตรการจูงใจให้ภาคเอกชนนำผลิตภัณฑ์ดีๆ ไปต่อยอดเป็นสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ตัวอย่าง จากเครื่องมือตัดอิฐมวลเบาที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านการก่อสร้างและเพื่อสังคม ด้วยความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนงานก่อสร้าง

สนใจสอบถาม อาจารย์วรพจน์ ตรีรัตน์ฤดี โทร. (081) 940-4243

 

เครื่องมือตัดอิฐมวลเบา ใช้พลังงานแม่แรงบังคับใบมีด

 การออกแบบติดตั้งเครื่องตัดอิฐมวลเบา

1. ออกแบบขนาดโต๊ะ 40×70 เซนติเมตร เพื่อใช้วางแผ่นอิฐมวลเบาที่ต้องการตัดขนาด ความหนา 50และ 10.00 มิลลิเมตร 2. ติดตั้งแม่แรงกระปุก ขนาด 10 ตัน ใช้มือบังคับโยกการขึ้น-ลง ของแม่แรงกระปุก เป็นอุปกรณ์ส่งถ่ายกำลัง และ 3. ติดตั้งใบมีดสแตนเลส 2 ใบ สำหรับตัด ใบบนยึดอยู่กับที่ ใบล่างเคลื่อนขึ้น-ลง ในแนวดิ่ง

 

ขั้นตอนการทำงาน

5 ก้อน/นาที ประสิทธิภาพเร็วกว่าเลื่อยตัด 2-4 เท่า

1. นำอิฐมวลเบาวางบนลูกกลิ้ง วัดขนาดตีเส้นบนอิฐมวลเบาที่ต้องการตัด 2. เลื่อนอิฐมวลเบาให้เส้นตัดที่กำหนดตรงกับใบมีดข้างบน 3. เสียบแกนคันโยกเข้ากับแม่แรงกระปุก 4. ใช้มือจับคันโยกแม่แรงกระปุก ขึ้น-ลง จนอิฐมวลเบาถูกตัดแยกออกจากกัน 5. หมุนสกรูปรับแรงดันทวนเข็มนาฬิกา ชุดใบมีดตัดด้านล่างจะเลื่อนลงด้วยแรงดึงของสปริง 6. ปรับสกรูปรับแรงดันเพื่อตัดแผ่นต่อไป

นายอริยะ อิ่มโสภณ

อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา

ใบมีดตัดสแตนเลส

ข้อควรระวัง หลักการใช้งานทุกครั้ง ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันใบมีดด้านบนเมื่อเลิกใช้งานแล้ว และการบำรุงรักษา ตรวจน้ำมันในแม่แรงกระปุกและความตึงของสปริงดึงชุดใบมีดล่างทุกๆ 3 เดือน เพื่อตรวจดูว่าอยู่ในสภาพปกติ สามารถใช้งานได้หรือไม่ ส่วนอุปกรณ์ที่ติดตั้งเครื่องตัดอิฐมวลเบาสามารถเคลื่อนย้ายวางบนโต๊ะตามสภาพที่เหมาะสมกับการใช้งาน

cr. : https://www.sentangsedtee.com/career-channel/article_41242

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
สื่อนอกตีข่าวทั่วโลก! “เจ๊ไฝ” ไข่เจียวปู 800 สตรีทฟู้ดไทยแลนด์ขึ้นแท่น “มิชลินสตาร์”

ผู้เขียนข่าวสดออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2560 จากกรณี มิชลิน เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ ยังมีร้านอาหารริมทางได้รางวัล 1 ดาวมิชลินอยู่ 1 ร้านด้วย นั่นคือ ร้าน เจ๊ไฝ ที่เชฟเจ้าของร้านปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนและโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง AFP PHOTO / Lillian SUWANRUMPHA ล่าสุด สำนักข่าวระดับโลกอย่าง เอเอฟพี …

ชี้ทางรวย
กว่าจะมาเป็น PET MASTER บ้าน “หลังสุดท้าย” ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2560 ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย  PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น!  โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พอมันตายมักฝังในบริเวณบ้าน แต่ลองนึกถึงคนเลี้ยงกลุ่มอื่นซึ่งเขาอาจไม่มีพื้นที่ให้ฝัง การทิ้งร่างของสัตว์เลี้ยงลงถังขยะบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ …

ชี้ทางรวย
“เจ๊กตู้” สินค้าจิปาถะดีลิเวอรี่ สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร   “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์ทรงเลือกซื้อ รัชกาลที่ ๙ เคยมีพระราชดำรัสเล่าพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ว่า …