ขายข้าวมันไก่ 10 บาท ให้ได้กำไร แนะเทคนิคให้เลือกไก่เป็นชิ้น ดีกว่าใช้ไก่ทั้งตัว

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนวัชรี ภูรักษาเผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ.2560

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ช่วงนี้ราคาข้าวของ เครื่องใช้ หรืออาหารการกินต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง รวมไปถึงกำลังซื้อของคนก็มีขึ้นลงตามรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับพ่อค้าแม่ขาย

ร้านค้าบางราย ปรับตัวโดยการขยับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีกนิด เพื่อให้ร้านอยู่รอดได้ ผิดกับมุมมองและแนวคิดเจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” ซึ่ง คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือ คุณนก เจ้าของร้านวัย 33 ปี กลับมองว่า “ไม่ได้ต้องการขายเอารวย แต่อยากขายเพื่อให้คนที่มีงบน้อย หรือนักเรียน นักศึกษา ให้เขาเหล่านี้มีข้าวกิน ท้องอิ่ม”

ขายข้าวมันไก่ 10 บาท ราคาไม่เคยเปลี่ยน

คุณนก ขยายความให้ฟังเพิ่มเติมว่า ก่อนจะมาทำข้าวมันไก่ขาย เคยเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป เป็นสาวออฟฟิศอยู่เกือบ 4 ปีได้ ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก

แต่ก่อนที่จะเกิดจุดเปลี่ยนและตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นแม่ค้านั้น เธอบอกว่า แต่เดิมที่บ้านขายข้าวมันไก่มาก่อน เป็นสูตรของคุณพ่อ ขายอยู่ที่ท่าน้ำนนท์ ก็ได้คลุกคลีกับบรรยากาศการค้าขายมาตั้งแต่ยังเด็ก และคิดว่าอาชีพค้าขายน่าจะตอบโจทย์ชีวิตมากกว่า จึงลาออกจากงานประจำ

ช่วงแรกที่เริ่มมาทำข้าวมันไก่ขาย ก็พบเจอสารพัดปัญหา ทั้งเรื่องของความกดดัน สายตาของแม่ค้าด้วยกันเอง เนื่องจากราคาขายข้าวมันไก่ของร้าน ขายในราคาเพียง 10 บาท ทั้งเรื่องที่ลูกค้ามองว่าทางร้านใช้ของไม่ดีมาทำ จึงขายได้ในราคาเท่านี้ เกิดความไม่เชื่อมั่น คุณนก บอกเคล็ดลับว่า เธอมีวิธีรับมือกับเรื่องนี้โดยการท้าทายให้ลูกค้าแลกเงิน 10 บาทกับการทดลองซื้อข้าวมันไก่ของเธอไปชิม หากไม่ถูกใจก็สามารถต่อว่าเธอได้เลย ทั้งเธอยังได้ยกวัตถุดิบที่ทำจริง ขายจริงให้ดูกันเห็นๆ ว่าของที่ร้านเธอใช้ เป็นของดีและมีคุณภาพ

ซึ่งกว่าจะเป็นที่ยอมรับได้นั้นต้องใช้เวลาพอสมควร โดยคุณนกได้บอกอีกว่า ขายข้าวมันไก่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ด้วยราคากล่องละ 10 บาท ไม่เคยขึ้นราคาเลยสักครั้ง ไม่ว่าวัตถุดิบจะถูกลงหรือแพงขึ้น ราคาข้าวมันไก่ของที่ร้านก็ราคาเดิมมาตลอด 10 ปี จนราคาขายได้กลายมาเป็นจุดเด่น เรียกแขกให้รู้จักร้านของเธอมากยิ่งขึ้น

เพิ่มจุดเด่น ด้วยการ “เคาะโต๊ะ”

เป็นการสร้างสีสันและสัญลักษณ์ร้าน

ล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อย คุณนก บอกอย่างนั้น กว่าจะเป็นที่รู้จัก สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ยังอยู่และขายได้มาจนทุกวันนี้คือ “คุณภาพของสินค้า ราคาที่ถูก รสชาติที่ถูกปาก ถูกใจคน” เป็นสิ่งที่ทำให้ร้านอยู่ได้ ซึ่งนอกเหนือจากราคา 10 บาทที่โดนใจคนงบน้อยแล้ว สัญลักษณ์อีกอย่างของที่ร้านคือการ เคาะโต๊ะ เป็นการเคาะเพื่อเป็นสัญญาณการบอกหรือแจ้งข่าวสารบางอย่างให้กับผู้ร่วมงาน ซึ่งเธอบอกว่า นี่เป็นวิธีการแก้ไขปัญหา อาการชอบเหวี่ยง หงุดหงิด อารมณ์ร้ายและพูดเสียงดังของเธอเอง

เหตุผลเพราะ เนื่องจากเวลาขายของเหนื่อยๆ แม่ค้ามักชอบทำหน้าหงิก เสียงดัง หน้าตาไม่รับแขก จนพี่สาวทัก จึงหันกลับมาคิดและปรึกษากับสามีของเธอว่า ควรทำอย่างไร จนคิดกันว่าลองใช้วิธีเคาะโต๊ะกันไหม ซึ่งได้กลายมาเป็นที่มาของชื่อร้าน เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน และทำการจดทะเบียนการค้าด้วยชื่อ “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” เช่นกัน

จากวันที่เริ่มต้นขายข้าวมันไก่ ได้เงินเพียงไม่กี่พันบาท แทบไม่มีอะไรคุ้มค่า ขายตามตลาดนัดทั่วไป จนเมื่อได้รับโอกาสให้ไปขายที่งานกาชาดเมื่อปี 2552 ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก คนรอเยอะมาก กำไรได้เยอะถึงวันละ 30,000 กว่าบาท ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงได้มีโอกาสออกขายตามงานอีเว้นต์ต่างๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนราคาขาย 10 บาทนั้น ทำให้ได้กำไรไม่มาก อาศัยจำนวนในการขาย โดยข้าวมันไก่ 1 หม้อ ใช้ข้าวสาร 5 กิโลกรัม หม้อนี้ทำรายได้ 2,000 บาท ซึ่งจะหักค่าใช้จ่ายออก 1,000 บาท ซึ่งจะทำให้ได้กำไร 1,000 บาท นี่เป็นวิธีคิดง่ายๆ ในการบริหารจัดการรายได้ของคุณนก

“ซึ่งโดยเฉลี่ยที่ร้านใช้สะโพกวันละประมาณ 30 กิโลกรัม อกไก่วันละประมาณ 15 กิโลกรัม เศษไก่วันละประมาณ 15 กิโลกรัม โดยเอามาทำไก่กระเทียมกับไก่กะเพรา ใช้ข้าววันละ 4 ถัง หรือประมาณ 60 กิโลกรัม

เทคนิคการเลือกไก่คือ เราเลือกที่แบ่งขายเป็นชิ้นๆ จากตลาดมาเลย ไม่ซื้อทั้งตัว เวลาเราทำสับขายก็จะได้เนื้อล้วน ไม่มีกระดูก เเม้ราคาอาจจะเเพงกว่าการซื้อไก่เป็นตัวมากหน่อย แต่เราไม่เสียเวลา และได้เนื้อไก่มากกว่า คุ้มกับการขายในราคาของเรามากกว่า”

ทั้งนี้พื้นที่การออกขายตามงานอีเว้นต์มีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง รายได้ในแต่ละวัน แต่ละพื้นที่จึงไม่เท่ากัน

สำหรับใครที่สนใจหรืออยากแวะเวียนไปลองชิมข้าวมันไก่ของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” สามารถเข้าไปติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก เพจ : นก เคาะโต๊ะ ข้าวกล่อง 10 บาท หรือโทรสอบถามกันได้ที่ (098) 549-5902

cr. : https://www.sentangsedtee.com/featured/article_43095

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
สื่อนอกตีข่าวทั่วโลก! “เจ๊ไฝ” ไข่เจียวปู 800 สตรีทฟู้ดไทยแลนด์ขึ้นแท่น “มิชลินสตาร์”

ผู้เขียนข่าวสดออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2560 จากกรณี มิชลิน เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ ยังมีร้านอาหารริมทางได้รางวัล 1 ดาวมิชลินอยู่ 1 ร้านด้วย นั่นคือ ร้าน เจ๊ไฝ ที่เชฟเจ้าของร้านปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนและโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง AFP PHOTO / Lillian SUWANRUMPHA ล่าสุด สำนักข่าวระดับโลกอย่าง เอเอฟพี …

ชี้ทางรวย
กว่าจะมาเป็น PET MASTER บ้าน “หลังสุดท้าย” ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2560 ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย  PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น!  โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พอมันตายมักฝังในบริเวณบ้าน แต่ลองนึกถึงคนเลี้ยงกลุ่มอื่นซึ่งเขาอาจไม่มีพื้นที่ให้ฝัง การทิ้งร่างของสัตว์เลี้ยงลงถังขยะบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ …

ชี้ทางรวย
“เจ๊กตู้” สินค้าจิปาถะดีลิเวอรี่ สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร   “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์ทรงเลือกซื้อ รัชกาลที่ ๙ เคยมีพระราชดำรัสเล่าพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ว่า …