จระเข้ทุบพร้อมทาน เจ้าแรกในไทย คนจีนชอบมาก ขายดีสวนกระแส

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนดวงกมลเผยแพร่วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2560

นอกจากปลาช่อน ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากปลาช่อนสารพัด และบรรดาขนมเปี๊ยะที่เป็นของขึ้นชื่อจังหวัด “สิงห์บุรี” ยังมีหมูทุบ ไก่ทุบ เนื้อวัวทุบ ล่าสุดเนื้อจระเข้ทุบ และเนื้อจระเข้ผัดปรุงรส ของร้าน “วัชรินทร์” ได้รับคัดสรรเป็นสินค้าโอท็อป 5 ดาว มีโอกาสไปวางขายในสนามบินดอนเมือง แถมส่งขายต่างชาติ ถูกปากคนจีนเป็นอย่างมาก สร้างรายได้เดือนละล้านบาทเลยทีเดียว

ต่อยอดจากหมูทุบ
บุกตลาดจีนโดยเฉพาะ

วัชรินทร์ เรืองฤทธิ์กุล หรือ ปุ้ย ทายาทรุ่นที่ 2 ของกิจการหมูทุบ เล่าว่า เดิมที่บ้านทำหมูทุบ ไก่ทุบ เนื้อวัวทุบ ขายมานานกว่า 30 ปี กระทั่งปี 2548 ได้เข้ามาช่วยกิจการทางบ้าน เลยพยายามอัพเกรดสินค้า ปรับภาพลักษณ์จากของฝากประจำจังหวัด กลายเป็นสินค้าพรีเมี่ยม สามารถเข้าไปวางขายบนห้างสรรพสินค้าหรู และสนามบิน นอกจากนั้นยังคิดเมนูเพิ่ม“เนื้อจระเข้ทุบ” นับเป็นเจ้าแรกในเมืองไทย ขายดีแทบผลิตไม่ทัน

คุณปุ้ย เพิ่มเติมว่า เดิมทีสินค้าของที่บ้านจะวางขายตามตลาดของฝากมาโดยตลอด ระยะหลังมานี้สินค้าถูกลอกเลียนแบบ ส่งผลยอดขายตกลงเกินครึ่ง เลยเปลี่ยนแผนธุรกิจจากที่เคยเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดล่าง – กลาง หันมาจับกลุ่มลูกค้าระดับบน เน้นขายสินค้าพรีเมี่ยมเท่านั้น รวมถึงนำเมนูเนื้อจระเข้บุกตลาดจีนเพราะชาวจีนนิยมรับประทานเนื้อชนิดนี้อย่างยิ่ง เพราะมีคุณประโยชน์ทางสารอาหารสูง

หลังจากที่คุณปุ้ยเข้ามาช่วยกิจการครอบครัว เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ชายหนุ่ม นำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่ง ยอดขายดีขึ้นตามลำดับ ราวปี 2553 เข้าไปขายในสนามบินดอนเมือง สถานที่นี้เอง ที่ทำให้สินค้าแบรนด์ “วัชรินทร์” เป็นที่รู้จักของตลาดต่างประเทศ

“ผมนำหมูทุบ ไก่ทุบ เนื้อวัวทุบ ไปวางขายในสนามบินดอนเมือง เพื่อให้นักท่องเที่ยวซื้อกลับไปเป็นของฝาก บ่อยครั้งมักจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาสอบถามว่า มีเนื้อจระเข้ขายหรือไม่ ผมเลยเกิดไอเดียนำเนื้อจระเข้มาทำเป็นเนื้อทุบ เนื้อจระเข้แห้ง จระเข้ซอสพริกไทยดำ จระเข้ผัดพริกสมุนไพรบรรจุกระป๋อง กว่าจะลงตัวใช้เวลา 2 ปี”

สำหรับรสสัมผัสของเนื้อจระเข้นั้น เจ้าของธุรกิจ บอกว่า จะให้เนื้อสัมผัสเนื้อไก่ผสมกับเนื้อปลา มีความนุ่ม แต่จะไม่ร่วน เป็นเนื้อสัตว์ที่มีคุณประโยชน์ทางสารอาหารสูง ให้โปรตีนสูง มีปริมาณไขมันและคลอเรสเตอรอลต่ำ บางคนมีความเชื่อทานเป็นยารักษาโรคบางชนิดได้ ถูกปากผู้ที่ได้ลิ้มลองจนต้องบอกต่อกันเลยทีเดียว

กว่าเนื้อจระเข้จะถูกแปรรูปออกมาเฉกเช่นปัจจุบัน คุณปุ้ย ใช้เวลาศึกษาและลองผิดลองถูกในการแปรรูปเนื้อจระเข้ 2 ปี เนื่องจากลักษณะเนื้อจระเข้มีความชื้นสูงและค่อนข้างนุ่ม แปรรูปด้วยการใช้เครื่องจักรทุบไม่ได้ อีกทั้งมีกลิ่นคาว ดังนั้นกระบวนการที่ใช้แปรรูปจึงมาลงตัวที่การใช้ภูมิปัญญาแบบดั้งเดิมของชาวบ้าน คือ ต้องนำเนื้อจระเข้สดไปตากแดดจัดนาน 3 วัน เพื่อดับกลิ่นคาวก่อน รวมถึงต้องใช้แรงงานคนทุบด้วยค้อนแบบโบราณ ซึ่งควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าการทุบด้วยเครื่องจักร ผิวสัมผัสนุ่ม อร่อยกว่าใช้เครื่องจักร

ทำเท่าไหร่ ไม่พอขาย เพิ่มเมนูใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ส่วนเนื้อจระเข้ที่นำมาแปรรูปนั้น ใช้เนื้อส่วนหาง เพราะเป็นเนื้อคุณภาพดีที่สุดของตัวจระเข้ เนื่องจากหางจระเข้จะเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้เนื้อส่วนนี้แน่นและรสชาติอร่อย ส่วนแหล่งวัตถุดิบรับซื้อจากฟาร์มสมุทรปราการ สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี

“เนื้อจระเข้ทุบ จำหน่ายได้ 3 ปี กระแสการตอบรับดีมาก เริ่มขายดีตั้งแต่มกราคม 2558 รายได้ขยับไปที่ เดือนละ 1 ล้านบาท ผลิตขายเอง 60 เปอร์เซ็นต์ รับจ้างผลิตส่งไปจีน 40%” 

สำหรับช่องทางจำหน่าย เจ้าของผลิตภัณฑ์ นำไปวางขายในร้านที่สยามพารากอน เอ็มโพเรียม เอ็มควอเธียร์ เดอะมอลล์สกายพอร์ต สนามบินดอนเมือง ขายไปยังบริษัททัวร์จีนที่มาเที่ยวเมืองไทย และส่งออกไปยังเมืองจีน ยุโรปบ้างเล็กน้อย ซึ่ง 90 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าปัจจุบันเป็นชาวจีน

ถามว่า ในเมืองจีนมีเนื้อจระเข้ขายหรือไม่ คุณปุ้ย ตอบว่า มีขาย แต่ชาวจีนไม่นิยมสินค้าในประเทศของตัวเอง เพราะว่ามีปัญหาสินค้าปลอมเยอะ ไม่ได้ใช้เนื้อจระเข้จริงๆ สับเปลี่ยนใช้เนื้อสัตว์ชนิดอื่นแทน หรือบางรายใช้เนื้อจระเข้แต่เป็นส่วนสันหลัง ซึ่งคุณภาพสู้เนื้อส่วนหางไม่ได้ ดังนั้นคนจีนที่มาเมืองไทย พอเห็นเนื้อจระเข้ทุบที่เป็นเมด อิน ไทยแลนด์ นิยมซื้อกลับไปเป็นของฝาก เพราะสำหรับชาวจีนเนื้อจระเข้ถือเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม เทียบเท่ารังนก เนื้อจระเข้ทุบเลยขายดีมากขึ้นไปอีก มีเท่าไรก็ขายหมด จนผลิตไม่ทัน

ปัจจุบันปริมาณเนื้อจระเข้ที่ทางแบรนด์วัชรินทร์ใช้ เดือนละ 2 – 3 ตัน สำหรับเนื้อจระเข้ทุบ เนื้อจระเข้แห้ง 100กรัม แพคละ 350 บาท เนื้อจระเข้ทุบ 100กรัม200บาท และเนื้อจระเข้ผัดพริกสมุนไพรบรรจุกระป๋อง ขนาดกระป๋อง 50 กรัม ราคา 120 บาท

ถามถึงปัญหาที่เจ้าของธุรกิจพบ คือ ยังขาดวัตถุดิบ ขาดความรู้ด้านการส่งออก และเรื่องข้อกฏหมายการค้าระหว่างประเทศ ณ เวลานี้ยังต้องอาศัยพ่อค้าคนกลาง ทว่าในอนาคตวางแผนจะส่งสินค้าออกต่างประเทศเอง

“ในไทยทุกวันนี้ฟาร์มเลี้ยงจระเข้เพื่อส่งเนื้อขายยังไม่แพร่หลายนัก เรียกว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดเลยด้วยซ้ำ”

สำหรับแผนธุรกิจในอีก 2-3 ปีข้างหน้า คุณปุ้ย บอกว่า จะออกสินค้าใหม่ ทำของกินเล่นที่แปรรูปจากเนื้อจระเข้ พยายามขยายตลาดให้กว้างยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก ยังมีโอกาสส่งขายได้อีกมาก

นอกจากส่งขายในห้าง บริษัททัวร์ ทางเจ้าของสินค้ายังไปร่วมออกบูทที่ประเทศจีนอีกด้วย หากคนไทยที่อยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ เลขที่141/1 ถนนธรรมโชติ ตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัด สิงห์บุรี โทรศัพท์: 0-3651-2644 ร้านเปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 18:00

#####

cr. : https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_2324

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
สื่อนอกตีข่าวทั่วโลก! “เจ๊ไฝ” ไข่เจียวปู 800 สตรีทฟู้ดไทยแลนด์ขึ้นแท่น “มิชลินสตาร์”

ผู้เขียนข่าวสดออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2560 จากกรณี มิชลิน เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ ยังมีร้านอาหารริมทางได้รางวัล 1 ดาวมิชลินอยู่ 1 ร้านด้วย นั่นคือ ร้าน เจ๊ไฝ ที่เชฟเจ้าของร้านปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนและโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง AFP PHOTO / Lillian SUWANRUMPHA ล่าสุด สำนักข่าวระดับโลกอย่าง เอเอฟพี …

ชี้ทางรวย
กว่าจะมาเป็น PET MASTER บ้าน “หลังสุดท้าย” ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2560 ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย  PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น!  โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พอมันตายมักฝังในบริเวณบ้าน แต่ลองนึกถึงคนเลี้ยงกลุ่มอื่นซึ่งเขาอาจไม่มีพื้นที่ให้ฝัง การทิ้งร่างของสัตว์เลี้ยงลงถังขยะบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ …

ชี้ทางรวย
“เจ๊กตู้” สินค้าจิปาถะดีลิเวอรี่ สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร   “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์ทรงเลือกซื้อ รัชกาลที่ ๙ เคยมีพระราชดำรัสเล่าพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ว่า …