ตำนานอาชีพ “กะทิชาวเกาะ” เริ่มวันละ 1 พันลูก สู่ยอดการผลิต 6-7 แสนลูก/วัน

ชี้ทางรวย

ผู้เขียน้เสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้านเผยแพร่วันอังคารที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2560

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เครือมติชน จัดสัมมนา “มะพร้าวพืชเศรษฐกิจ ทำเงิน” ที่ห้องประชุม หนังสือพิมพ์ข่าวสด มีผู้ให้ความสนใจค่อนข้างมาก อีกทั้งเป็นการรวมตัวกันของคนในแวดวงมะพร้าว ตั้งแต่สเกลเล็กๆ ไปถึงระดับยักษ์ใหญ่ อย่าง กะทิชาวเกาะ ที่มี คุณเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการบริหารบริษัท ให้เกียรติเป็นวิทยากรบนเวทีสัมมนา

“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เห็นว่า บางส่วนจากงานสัมมนา และจากการสัมภาษณ์เพิ่มเติมคุณเกียรติ น่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้อ่าน ที่สนใจเรื่องราวทางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เริ่มต้น จากเล็กๆ แต่ปัจจุบันขยายออกไปได้ใหญ่โต ในเวลา 40 ปีที่ผ่านมา กะทิชาวเกาะเริ่มจากยอดการผลิตเพียง 1,000 ลูกต่อวัน แต่ปัจจุบัน เพิ่มเป็น 6-7 แสนลูกต่อวัน ไม่รวมมะพร้าวอ่อนอีกนับหมื่นผล โดยทั้งหมดส่งจำหน่ายในประเทศและอีก 40-50 ประเทศทั่วโลก

คุณเกียรติศักดิ์ เล่าให้ฟังถึง จุดเริ่มต้นของธุรกิจ กะทิชาวเกาะว่า เริ่มมาตั้งแต่ราวปี 2520 เป็นธุรกิจครอบครัว ขายมะพร้าวลูก รับมะพร้าวมาจากทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหลัก ชื่อของร้านเดิมคือ “อุดมมะพร้าว” ตั้งอยู่ท่าเตียน ขนส่งโดยรถสิบล้อ มะพร้าวบางส่วนมาจากสมุย ทางเรือ ขึ้นที่ท่าเรือทรงวาด

หลังจากขายมะพร้าวลูก ไปพักใหญ่ ด้วยปัญหาการจัดส่งสินค้า รถราเริ่มติด จึงพัฒนามาสู่ กะทิถุงชาวเกาะ ใช้วิธีการฆ่าเชื้อระบบพาสเจอร์ไรซ์ มีอายุเก็บรักษา 30 วัน แต่ต้องแช่น้ำแข็ง ซึ่งสมัยนั้น กะทิถุง กว่าจะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคภาคครัวเรือน ก็ใช้ต้องใช้เวลานับ 10 ปีด้วยการยึดติดกับของเดิมที่ว่า ต้องคั้นเอง ขูดเอง แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่เกิดขึ้นมา อีกทั้งราคามะพร้าวขึ้นๆ ลงๆ ทำให้ปัจจุบัน กะทิสำเร็จรูป ได้รับความนิยมมากขึ้น ความเชื่อเดิมๆหมดไป กระทั่งแทบจะหาคนขูดและคั้นกะทิเองได้น้อยเต็มที

“ช่วงแรกเราไปฝากวางขายในตลาดสด เราจัดหาน้ำแข็งให้ แต่ปรากฏว่า แม่ค้าพ่อค้า พอขายไม่ได้ ก็ปล่อยของเราเสีย ถุงกะทิบวมเป่ง ซึ่งเราใช้เวลานับ 10 ปีกว่าจะผ่านมาได้” คุณเกียรติศักดิ์ ว่าอย่างนั้น

ระหว่างที่ ตลาดค้าปลีกยังไม่ได้รับการยอมรับ คุณเกียรติศักดิ์ เล่าว่า กะทิชาวเกาะถูกป้อนให้โรงงานอุตสาหกรรม ทั้งไอศกรีม อาหารสำเร็จรูปต่างๆ รวมทั้ง ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ

รูปจาก เพจ chaokoh

จากมะพร้าวกะทิถุง มาสู่มะพร้าวกะทิกระป๋อง ที่ฆ่าเชื้อด้วยระบบสเตอริไรซ์ อายุการเก็บ 3 ปี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ทุกวันนี้ มียอดการผลิต 3-4 แสนกระป๋อง ส่งออกราว 90 เปอร์เซ็นต์

“ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ทั่วโลก ปัจจุบันมีอยู่ราว 20,000 ร้าน ซึ่งเจ้าของอาจจะเป็นคนไทย หรือคนต่างชาติก็ได้ ให้การยอมรับกะทิสำเร็จรูปเกือบจะทั้งหมด ดังนั้นเราจึงได้ตลาดตรงนี้อีกปริมาณมหาศาล”

นอกจากนี้ ยังแตกไลน์การผลิต ไปสู่กะทิระบบ ยูเอชที ฆ่าเชื้อด้วยความร้อน 130 องศาเซลเซียส รวมทั้ง การผลิต กะทิดื่ม

“ กระทิดื่ม ใครที่เคยไปจีน จะรู้ว่า เดิมคนจนไม่รู้จักน้ำมะพร้าว เค้าดื่มแต่กะทิ ไขมันต่ำ 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ ใส่มะม่วง ใส่ทุเรียน ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชื่นชอบผลไม้ไทย” คุณเกียรติศักดิ์ เล่าให้ฟัง

รูปจาก เพจ chaokoh

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมอาหาร ที่เริ่มต้นจากกะทิชาวเกาะ แตกไลน์การผลิตไปอีกหลายชนิดทั้ง โคโคนัทชิฟ เวอร์จินออย น้ำมันมะพร้าว น้ำมะพร้าว วุ้นมะพร้าว ฯลฯ

“เราผลิตน้ำมะพร้าวด้วย รับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกร แต่มีบางราย อยากมีรายได้เพิ่ม แอบเติมน้ำ เติมน้ำตาล มาส่งให้เรา ซึ่งเราก็ต้องขึ้นแบล็คลิสต์ไว้” คุณเกียรติศักดิ์ เล่าถึงสิ่งที่พบในวงการนี้ ซึ่งเขาว่าการทำเช่นกัน ทำให้การค้าขายระหว่างกันไม่ยั่งยืน

และนี่เป็นเรื่องราวแต่เพียงบางส่วน ที่กล่าวได้ว่า เป็นตำนานทางธุรกิจของคนไทย ด้วยว่า 40 ปีที่ผ่านมา นักธุรกิจครอบครัว “เทพผดุงพร” ได้สร้างอาณาจักรทางธุรกิจขึ้นมาอย่างโดดเด่น แข็งแกร่ง ที่น่าศึกษาและเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง

cr. : https://www.sentangsedtee.com/featured/article_39781

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
“สะใจ ใหญ่ โหด” เบอร์เกอร์เด็กแนว ธุรกิจแจ๋วๆ ของศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เป็นที่ชื่นชอบอย่างกว้างขวาง ในหมู่วัยรุ่นน้อย-ใหญ่ ไล่ไปจนถึงหนุ่มสาวชาวออฟฟิศทั้งหลาย สำหรับ Mother Trucker BKK (มาเธอร์ ทรักเกอร์ แบงคอก) ร้านเบอร์เกอร์เคลื่อนที่สไตล์อเมริกัน กับสโลแกน 3 คำ “สะใจ ใหญ่ โหด” คุณอาร์มี่ หิญชีระนันทน์ หนึ่งในสามของหุ้นส่วนกิจการ Mother Trucker BKK หนุ่มอัธยาศัยดี วัยยี่สิบกลางๆ ให้ข้อมูลด้วยน้ำสียงร่าเริ่ง เริ่มต้นให้ฟัง เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบปริญญาตรีจากคณะ International Business มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำเป็นผู้ช่วยวิทยากรรับจัดอีเว้นต์ เพราะอยากเรียนรู้การบริหารจัดการเกี่ยวกับผู้คน ทำอยู่หนึ่งปีลาออกมาทำงานกองถ่าย อยู่ฝ่ายสถานที่ ก่อนออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยชักชวนเพื่อนซี้อีกสองคน คือ บุช – ธนาวุฒิ อภิธนาคุณ และ ม้ง – …

ชี้ทางรวย
ขายไอศกรีม 17 ปี จากยอดขายวันละ 198 บาท เติมไอเดีย 12 เดือน 100 รสชาติ ชูคอนเซ็ปต์ “อร่อยสัญชาติไทย แปลกใหม่ไม่ซ้ำเดือน” เรตติ้งกระฉูด ขยับเพิ่มรับทรัพย์วันละ 10,000 บาท

ผู้เขียนอนัญญาเผยแพร่วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ขึ้นชื่อว่า “ของกิน” ยังไงก็ขายได้ จึงมีผู้สนใจเข้ามาอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ว่าทุกสินค้าจะสร้างแบรนด์จนติดตลาดฝ่าด่านคู่แข่งที่มีอยู่ทุกหนแห่ง ทั้งเจ้าตลาดรายเดิมและรายใหม่ๆ ที่กระโดดเข้ามาท้าชิง “จุดขายที่แตกต่าง” จึงเป็นไม้เด็ดสำคัญ เช่นเดียวกับแนวคิด “คุณวิทณัฐ เด่นชลชัย” เจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด “ไอส์เบิร์ก” จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่ในตลาดมาเป็นปีที่ 17 จากช่วงเปิดร้านแรกๆ ที่ขายได้แค่ 198 บาท ต่อวัน สามารถพลิกฟื้น ขายดีจนมีรายได้แตะ 10,000 บาท ต่อวัน และยืนตักไอศกรีมตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงร้านปิด โดยแทบไม่ได้เงยหน้าคุยกับใคร นอกจากเวลารับออร์เดอร์เท่านั้น   อร่อยไม่เหมือนใคร อยู่ในทำเลดี คุณวิทณัฐเจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด “ไอส์เบิร์ก” เล่าว่า ช่วงเปิดร้านใหม่ๆ ทำไอศกรีมออกมาขาย 6 รสชาติ ซึ่งเป็นรสพื้นฐานที่มีขายทั่วไป อย่าง กะทิ วานิลลา สตรอว์เบอร์รี่ เลม่อน …

ชี้ทางรวย
อร่อย…ยันก้น (กระบอก) “เค้กข้าวหลาม” ไอเดียเริ่ด!

ผู้เขียนพารนีเผยแพร่วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2560 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนทำมาค้าขายไอเดียไม่หยุดนิ่ง สำหรับเจ้าของผลงาน “เค้กข้าวหลาม” ที่เคยวางขายอยู่ย่านตลาดหนองมน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ที่หลายท่านคงพอทราบดีของฝากขึ้นชื่อของที่นี่ มี “ข้าวหลาม” เป็นพระเอก ครองใจนักท่องเที่ยวมานานแสนนานแล้ว “ก่อนหน้านี้เปิดร้านอาหารอยู่แถวหนองมน เค้กข้าวหลาม นี้ มีขายอยู่ในร้านมานานกว่า 5 ปีแล้วค่ะ” คุณฝน-มาลัยพร ธนาวรรณ ผู้สร้างสรรค์ เค้กข้าวหลาม เริ่มต้นให้ฟัง ก่อนแนะนำตัวให้รู้จัก ปัจจุบันอายุ 47 ปี พื้นเพเป็นคนชลบุรี จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เคยทำงานประจำอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ก่อนลาออกมาทำธุรกิจของตัวเองหลายอย่างแล้ว ทั้งขายแผ่นซีดีภาพยนตร์ ร้านอินเตอร์เน็ต และล่าสุดเปิดร้านอาหารชื่อลาทอร์ต้า อยู่ที่หนองมน ช่วงเปิดร้านอาหารมีโอกาสเรียนรู้การทำเค้ก จึงมี “เค้ก”รสชาติต่างๆ เป็นสินค้าเสริมในร้าน รวมทั้ง “เค้กข้าวหลาม” ในแบบของเธอนี้ด้วย “คนมาเที่ยวหนองมน มักซื้อข้าวหลามติดไม้ติดมือไปเป็นของฝาก เลยคิดอยากทำเค้กรสชาติ …