น้อยหน่าพันธุ์ใหม่ “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” ผลสุกเก็บไว้ได้นาน หวาน อร่อย

เกษตรกรยุคใหม่

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ.2560

“ปากช่อง” จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งปลูกน้อยหน่าที่มากสุดของไทย สายพันธุ์น้อยหน่าที่เกษตรกรนิยมปลูก ได้แก่ น้อยหน่าพันธุ์ลูกผสม พันธุ์เพชรปากช่อง น้อยหน่าหนัง และน้อยหน่าฝ้าย

สถานีวิจัยปากช่อง ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รวบรวมเชื้อพันธุ์และ คัดเลือกพันธุ์ไม้ผลสกุลน้อยหน่ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 โดยสำรวจและเก็บตัวอย่างน้อยหน่าพันธุ์ดีจากแหล่งปลูกทั่วประเทศ เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุง เพื่อให้ได้สายพันธุ์น้อยหน่าลูกผสม ที่มีลักษณะโดดเด่นตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมาได้แนะนำน้อยหน่าลูกผสมให้เกษตรกรได้ทดลองปลูกมาแล้วหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์เพชรปากช่อง เนื้อทอง ปากช่อง 46 ปากช่องเคยู1 ปากช่องเคยู2 หนังเขียวเกษตร 1 ฝ้ายเขียวเกษตร 1 เป็นต้น

“ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นลูกผสมของพันธุ์เพชรปากช่องกับฝ้ายเขียวเกษตร 1 ลักษณะเด่น คือ ติดผลง่ายและดก ผลมีขนาดปานกลาง (ตลาดต้องการ) ผลสุกช้า เปลือกหนาติดกันเป็นแผ่นไม่แยกตา และผลไม่เละง่าย ปริมาณเนื้อที่รับประทานได้สูง และอายุหลังการสุก ยาวนาน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของฝ้ายเขียวเกษตร เป็น ไม้ผลขนาดเล็ก ทรงพุ่มเป็นรูปทรงกรวยแผ่กว้าง ขนาดสูง 200 เซนติเมตร กว้าง 198 เซนติเมตร ผิวเปลือกของลำต้นเรียบ สีเปลือกด้านนอกมีสีน้้ำตาล ด้านในมีสีเขียว แตกกิ่งมากทรงพุ่มหนาแน่น

ใบเดี่ยว เรียงสลับระนาบเดียว รูปรีแกมขอบขนาน ยาว 14.95 เซนติเมตร กว้าง 6.88 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ใบอ่อนมีสีเขียวอ่อนใบแก่มีสีเขียว เนื้อใบละเอียด เป็นมัน ดอกเดี่ยว ดอกเมื่อแก่เต็มที่ก่อนบานมีรูปกรวย ผลรูปทรงกลมกึ่งไข่ ผลอ่อนสีเขียวอ่อน เมื่อแก่สีเขียวเข้ม ผิวผลเป็นร่องลึกปานกลางสีครีม ลักษณะเนื้อร่วน การแยกของเนื้อผลย่อยแยกออกจากกันได้ง่าย เนื้อมากสีขาว กลิ่นหอม แกนผลสีขาว เมล็ด เมล็ดเล็กรูปทรงส่วนมากมีลักษณะรูปไข่เกือบกลม สีน้าตาล จำนวนเมล็ดเฉลี่ย 26.4 เมล็ดต่อผล

ฝ้ายเขียวเกษตร 2 เป็นไม้ผลพันธุ์เบา เริ่มติดผลได้ตั้งแต่อายุ1 – 2 ปีสามารถบังคับให้ออกดอกและติดผลได้ทั้งในและนอกฤดูกาล โดยการตัดแต่งกิ่ง ออกดอกง่าย ติดผลดก เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ 100– 110 วันหลังดอกบาน 2. มีขั้วผลใหญ่และสั้น แกนผลเป็นรูปสามเหลี่ยมปิรามิด ซึ่งแตกต่างจากพันธุ์อื่นที่เป็น รูปกรวยกลม อาจารย์เรืองศักดิ์ กมขุนทด ผู้คิดค้นพันธุ์น้อยหน่า ฝ้ายเขียวเกษตร 2 การันตีความอร่อยว่า ได้รสชาติน้อยหน่าฝ้ายเขียว และเพชรปากช่อง แต่เพิ่มเติมคือความอร่อยที่ถูกปากคนทานมากขึ้น

ผู้สนใจน้อยหน่าพันธุ์ฝ้ายเขียวเกษตร 2 สามารถแวะเยี่ยมชม-ชิม ได้ในงาน “เกษตรมหัศจรรย์ 2560” ภายใต้แนวคิด “พืชกินได้ ไม้ขายดี” ระหว่าง วันที่ 7-10 กันยายน 2560 ณ สกาย ฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว และ ร่วมฟังเสวนาในหัวข้อ เกษตรขายดี : ที่สุดความอร่อย น้อยหน่าพันธุ์ใหม่ “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” โดย คุณสมเกียรติ บุตรบำรุง ประธานชมรมผู้ปลูกน้อยหน่าฝ้ายเขียวเกษตร อ.ปากช่อง ในวันศุกร์ที่ 8 กันยายน 2560 เวลา 17.00-17.50 น.

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_43161

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
ลุงสาย บางแพ เลี้ยงปลาบ่อดิน จับขายหลักแสน

เผยแพร่วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ลุงสาย หลวงทรัพย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดินแบบผสมผสาน อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 1 ตำบลดอนใหญ่ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ แต่ด้วยปัญหาแรงงาน และราคาข้าวที่ถูก ลุงสายจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีความเป็นอยู่จากชาวนา มาเป็นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาบ่อดิน ลุงสาย หลวงทรัพย์ หลังจากเลิกทำนา ลุงสายตัดสินใจขายที่ดินส่วนหนึ่งไป ส่วนที่เหลือใช้ปลูกที่อยู่อาศัยและขุดบ่อใช้เลี้ยงปลาแบบผสมผสานบริเวณรอบๆ บ้าน ควบคู่กับการให้เช่าพื้นที่ทำบ่อเลี้ยงกุ้ง “แรงจูงใจที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนอาชีพ ก็เนื่องจากต้นทุนการผลิตข้าวที่แพง อีกทั้งยังต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ทำคนเดียวก็ไม่ไหว จึงต้องเลิกและหันมาเพาะเลี้ยงปลาในบ่อดินแทน และด้วยสภาพพื้นที่บริเวณรอบๆ ชุมชนถูกเปลี่ยนเป็นสวนผลไม้เกือบทั้งหมด จะทำนาอยู่เจ้าเดียวก็เจอกับปัญหาของศัตรูธรรมชาติ โดยเฉพาะหนูที่เข้ามาทำลายกัดกินต้นข้าว สร้างความเสียหายทุกปี ทนทำอยู่ก็มีแต่จะขาดทุน จะเลี้ยงกุ้งก็ไม่รวย ที่สำคัญต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ถ้ามาเลี้ยงปลาซึ่งไม่ต้องลงทุนเยอะ เพียงครั้งเดียวก็สามารถเลี้ยงได้ตลอด เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจมาเลี้ยงปลาแบบผสมผสานในบ่อดินควบคู่กับการปลูกไม้ผลบริเวณริมบ่อเพาะเลี้ยง” ลุงสาย กล่าว   จากชาวนา สู่ชาวประมง ผสมผสานไม้ผลกินได้ ลุงสาย …

เกษตรกรยุคใหม่
“ตู้เพาะเห็ดอัตโนมัติ” ทดแทนการเพาะในโอ่งดิน สะดวก ป้องกันการติดเชื้อจากศัตรูเห็ดได้

เผยแพร่วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 จากการศึกษาข้อมูลและวิจัยกรรมวิธีการเพาะเห็ดให้ได้ผลผลิตที่ดีแก่ผู้เพาะปลูก โดย อาจารย์พิทักษ์ สถิตวรรธนะ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย ได้เริ่มต้นการวิจัยจากการเพาะเห็ดในโอ่ง ตามวิถีของชาวบ้านจากแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่การเพาะเห็ดนั้น จะต้องดูแลรดน้ำให้เห็ด 3-4 ครั้ง ต่อวัน และการเพาะเห็ดในโอ่งนั้น สามารถเพาะได้เพียง 20-40 ก้อน ต่อโอ่ง จากการลงพื้นที่ชุมชน หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบ้านควนเสม็ด หมู่ที่ 10 ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ทางชุมชนมีความต้องการส่งเสริมให้การเพาะเห็ดเป็นอาชีพของคนในชุมชน จึงได้สร้างตู้เพาะเห็ดอัตโนมัติ ทดแทนการเพาะในโอ่งดิน โดยออกแบบระบบโรงเรือนเพาะเห็ดให้มีขนาดเล็ก แต่สามารถบรรจุก้อนเห็ดได้ถึง 140 ก้อน ออกแบบการจัดเรียงเห็ดให้หันปากถุงเข้าหากันในรูปตัวยู (U-Shape) ซึ่งตู้เพาะเห็ดประกอบด้วยโครงตู้เพาะเห็ด ที่สามารถถอดประกอบได้ หลังคาตู้เพาะเห็ดที่สามารถเปิดออกได้ โดยด้านบนมีฉนวนกันความร้อนทำจากวัสดุพลาสติก หนาไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร ปิดทับอยู่ มีกล่องควบคุมอัตโนมัติ ควบคุมชุดรดน้ำ …

เกษตรกรยุคใหม่
แม่ไก่อารมณ์ดี เลี้ยงปล่อยธรรมชาติ ได้ไข่ไก่ออร์แกนิก เพิ่มมูลค่า

ผู้เขียนสุจิต เมืองสุขเผยแพร่วันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 กว่า 50 ปี ของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ แม้ว่าจะเริ่มต้นจากฟาร์มไก่เนื้อ ขยับเติบโตเป็นธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม จากกรมปศุสัตว์ ทั้งยังเป็นไก่ไข่ออร์แกนิกที่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจฟาร์มไก่ นั่นเป็นตัวชี้ว่า “อุดมชัยฟาร์ม” ประสบความสำเร็จ คุณธนเดช แสงวัฒนกุล เป็นทายาท รุ่นที่ 2 ที่สานต่อการทำงานในรูปแบบฟาร์มไก่ จากรุ่นคุณพ่อที่เริ่มต้นทำฟาร์มไก่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2503 คุณธนเดช แสงวัฒนกุล “เราเริ่มจากการเลี้ยงไก่หลังบ้าน คุณพ่อสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ จึงหาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่มาโดยตลอด กระทั่งได้ร่วมอบรมการเลี้ยงไก่ ผนวกกับประสบการณ์ที่เลี้ยงหลังบ้านมา ทำให้ฟาร์มไก่ที่อยากทำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา” ยุคที่ทำฟาร์มไก่เนื้อ ก็ทำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไปด้วย เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่จากประเทศญี่ปุ่น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะสามารถบริหารจัดการฟาร์มจนเป็นที่รู้จัก กระทั่งรับไก่ไข่จากเพื่อนในวงการฟาร์มไก่มาช่วยเลี้ยง ก็เริ่มมองเห็นช่องทางว่า การขายไข่ไก่มีความคล่องตัวสูง ตลาดไปได้ดี เพราะเป็นสินค้าบริโภคที่ซื้อง่ายขายคล่อง คุณธนเดช เล่าย้อนให้ฟังว่า ไม่เฉพาะไก่เนื้อที่เริ่มเลี้ยง หมูก็เริ่มเลี้ยงไปพร้อมๆ กันด้วย แต่ด้วยวิกฤตทางเศรษฐกิจหลายอย่าง ทำให้ยกเลิกการเลี้ยงหมูไป …