“คาเฟ่แอบงีบ” ธุรกิจมาแรง เมืองนอกเปิดกันเพียบ

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนมิสมิลเลียนแนร์เผยแพร่วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ.2560

ในอดีต วัฒนธรรมการนอนพักกลางวัน เป็นวิถีชีวิตที่คุ้นเคยของชาวสเปน แม้ระยะหลังๆ เรื่องนี้เริ่มเป็นที่ถกเถียงมากขึ้น เพราะทำให้เลิกงานค่ำและไม่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การหาสถานที่พักงีบก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งๆ ที่ยังมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ต้องการพักเอาแรง โดยเฉพาะในยามที่สภาพอากาศร้อนจัดมาเยือน แต่ไม่อยากเดินทางกลับบ้าน ซึ่งอาจใช้เวลามาก กว่าจะได้พักผ่อนจริงๆ

“เซียสต้า แอนด์ โก” มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ยังมีอยู่ และเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อให้บริการสถานที่พักงีบแก่ลูกค้าที่ต้องการความเงียบ และอากาศเย็นสบาย โดยเปิดให้บริการระหว่างเวลา 11 นาฬิกา จนถึง 19 นาฬิกา

ผู้ที่มาใช้บริการสามารถเลือกได้ว่าอยากจะนอนบนเตียง 2 ชั้น หรือห้องส่วนตัว หรือต้องการแค่โซฟาสำหรับเอนหลัง

เซียสต้า แอนด์ โก มีเตียงนอนพักไว้ให้บริการ 19 หลัง แถมเลือกได้ว่าจะพักกี่นาที หรือกี่ชั่วโมง ซึ่งค่าบริการก็จะหลากหลาย โดยค่าบริการสำหรับเตียงแบบ 2 ชั้น อยู่ที่ 8 ยูโร ต่อชั่วโมง ถ้าเป็นห้องพักส่วนตัวจะอยู่ที่ 14 ยูโร ต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างไอแพด รวมถึงนิตยสารและหนังสือ ไว้ให้บริการ ขณะเดียวกัน ก็จะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าห่มให้ใหม่ทุกครั้ง

ทั้งๆ ที่สเปน มีวัฒนธรรมการนอนพักกลางวันมายาวนาน แต่กลับมีธุรกิจพักงีบตามหลังหลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่นที่มีคาเฟ่พักงีบและโรงแรมแคปซูลให้บริการเป็นรายแรกๆ ของโลก เพราะหลายคนเชื่อว่า การพักผ่อนเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้สมองสดชื่นสำหรับการทำงานในช่วงที่เหลือของวันได้

ในหลายๆ ประเทศ บริการคาเฟ่พักงีบ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้ผู้คนทำงานหนัก ทำงานเกินเวลา และหมดพลังไปกับการเดินทางในเขตเมือง ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหารถติด หรือเบียดเสียดเพื่อแย่งระบบขนส่งสาธารณะที่มีผู้ใช้จำนวนมาก

อย่างในกรุงปารีสของฝรั่งเศส “เซน บาร์ อะ เซียสต้า” ก็เปิดให้บริการสถานที่พักงีบ พร้อมผุดไอเดียบริการเสริมต่างๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้นวดไฟฟ้า รวมถึงบริการนวดฝ่าเท้าคลายความเมื่อยล้า สปาปลา ไปจนถึงนวดกดจุดแบบญี่ปุ่น

ส่วนที่เกาหลีใต้ ซึ่งผู้คนใช้เวลาทำงานเฉลี่ยยาวนานกว่าหลายๆ ประเทศ ก็มีบริการลักษณะนี้ที่ชื่อ “มิสเตอร์ฮีลลิ่ง” ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 60 สาขาทั่วประเทศ

ลูกค้าของมิสเตอร์ฮีลลิ่ง สามารถซื้อเครื่องดื่มในระหว่างพักผ่อนที่เก้าอี้นวด ซึ่งจุดขายของที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นๆ ตรงที่ไม่ใช่แค่คาเฟ่สำหรับนอนงีบเท่านั้น แต่ออกแบบให้เป็นเหมือน “เลานจ์” ในบ้าน ที่มีทั้งเตียงนอน ห้องรับแขก และห้องครัว อยู่ด้วยกัน

ลูกค้าของมิสเตอร์ฮีลลิ่ง มีหลากหลาย ทั้งที่มีคนเดียว คู่รัก กลุ่มเพื่อน ครอบครัว และผู้ที่เดินทางไปทำธุระ โดยสามารถเลือกใช้บริการได้ตั้งแต่ 15 นาที ไปจนถึงรายชั่วโมง

 

ที่มาภาพ

https://pbs.twimg.com

https://thespaces.com

http://cn.ntcdn.net

http://res.heraldm.com

http://static3.businessinsider.com

http://cdn.decoist.co

https://t-ec.bstatic.com

 

cr. : https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_44110

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
ลาออกงานประจำ ทำเพจ “ซะป๊ะน้ำพริก”ขายน้ำพริกออนไลน์ ได้เงินเดือนละล้าน

ผู้เขียนวัชรี ภูรักษาเผยแพร่วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ.2560 “ซะป๊ะน้ำพริก” เริ่มต้นจากความต้องการที่จะทำให้คนทั่วไปได้รู้จักกับอาหารพื้นบ้านของ จ.แพร่ เนื่องจากเราเล็งเห็นว่าใน จ.แพร่ มีสินค้าดีๆ และอาหารอร่อยๆ อยู่มากมายไม่แพ้จังหวัดอื่น และชอบที่จะเป็นแม่ค้าขายของ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ คุณพิชญาภา สำเนียง เจ้าของเพจ ซะป๊ะน้ำพริก และเจ้าของโรงงานทำน้ำพริกที่จังหวัดแพร่ วัยเพียง 26 ปี เธอเล่าให้ฟังว่า “เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน เคยทำงานบริษัทอยู่ที่กรุงเทพฯ ในตำแหน่งฝ่ายขาย การตลาด ช่วงที่ทำงานประจำก็กลับบ้านเกิดที่จังหวัดแพร่บ้าง เลยอยากนำเอาของดีของจังหวัดแพร่ คือ น้ำพริกน้ำย้อย มาขาย โดยอาศัยเพื่อนสนิทช่วยจัดส่งของให้ และตัวเราเองก็ทำการตลาดอยู่ที่กรุงเทพฯ เราเริ่มจากการรับน้ำพริกของชาวบ้านมาแบ่งบรรจุลงแพ็กเกจให้น่ารักสวยงาม ถ่ายภาพลงโซเชียลและโปรโมตขาย ช่วงแรกๆ ค่อนข้างยากเนื่องจากคนไม่รู้จักน้ำพริกที่เราขาย เน้นขายเฉพาะคนรู้จัก กลายเป็นความอร่อยที่บอกต่อกันแบบปากต่อปาก ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี เราทำให้คนรู้จัก น้ำพริกน้ำย้อย และน้ำพริกหมูกระจก เป็นที่รู้จัก …

ชี้ทางรวย
สินค้าฮอตวงการบิวตี้“รังไหมขัดหน้า” บุกตลาดจีน-เกาหลีฯ-ยุโรป

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2560 ‘ยางนา’ คือ หนึ่งในธุรกิจต้นแบบที่นำวัตถุดิบจากธรรมชาติในท้องที่มาพัฒนาเป็นสินค้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะ จนประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจที่เห็นภาพชัดในฐานะเชื่อมโยงเครือข่ายจากชุมชนชาวบ้าน สานต่อธุรกิจติดลมบน  คุณวีรวุฒิ สังฆพรม เจ้าของบริษัท กาล (30) จำกัด อดีตหนุ่มออแกไนซ์เมืองหลวง ตั้งใจแน่วแน่หันหลังหวนคืนบ้านเกิด จากชีวิตที่เข็มทิศเปลี่ยนทางเดินจึงเริ่มเล็งหาธุรกิจลงทุน ยกแรกเริ่มจากเมื่อปี 2555 จังหวัดมีนโยบายรณรงค์ให้ชาวอุบลฯ ใส่เสื้อสียางนา เพื่อประชาสัมพันธ์ต้นยางนา ต้นไม้ประจำจังหวัดอุบลราชธานี เขาไม่พลาดที่จะสร้างผลงานลงมือเป็นหัวเรือใหญ่จัดประกวดแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าย้อมสียางนา พร้อมนำไอเดียมาต่อยอดธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ ‘ยางนา’ ที่ปัจจุบันทำประโยชน์รอบด้าน ครบวงจร ให้กับชุมชนท้องถิ่น แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนรู้จักและจดจำแบรนด์จาก ‘สบู่รังไหม’มากกว่าเสื้อผ้า เขาจึงเห็นช่องทางทำการตลาด เริ่มลงพื้นที่อย่างจริงจัง เฟ้นหาวัตถุดิบดาวเด่นจากชุมชนต่างๆ พื้นที่ใดชำนาญปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปลูกต้นมะหาด ขมิ้น ฟักข้าว ฯลฯ ที่มีคุณภาพ ก็ออกไปรับซื้อวัตถุดิบต้นน้ำทั้งหมด ในรูปแบบประกันราคาอีกต่างหาก ปัจจุบันสบู่โฮมเมด แบรนด์ ‘ยางนา’ มีให้เลือกซื้อหากว่า …

ชี้ทางรวย
“ปูดองอันยอง” แซบแบบไทย สไตล์เกาหลี เปิดเพจ 4 เดือนยอดขายพุ่ง

ผู้เขียนสดุจตาเผยแพร่วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2560 ชอบกิน สนใจขาย ปูดองไทย สไตล์เกาหลี คุณพชิราภาฐิย์ ยุวสกุลไกร หรือ คุณเนย หญิงสาวอายุ 29 ปี หนึ่งในเจ้าของเพจ “ปูดองอันยอง” จับมือกับน้องสาว คุณพิมพ์นารา พงษ์พยอม หรือ คุณเนียร์ สร้างธุรกิจนี้ขึ้นมา โดยอาศัยความชอบของตนเองเป็นสิ่งนำทาง ประกอบกับต้องการสร้างความแตกต่างให้กับตลาดออนไลน์ คุณเนยและน้องสาว เติบโตมากับครอบครัวธุรกิจร้านอาหารทะเล ในชื่อร้าน “เพ็ญ” ตั้งอยู่แถวถนนจันทร์ แต่ทว่ากับการทำร้านอาหารในความคิดของทั้งสองพี่น้องคือความ “เหนื่อย” จึงไม่ขอทำ กระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับน้องสาวถึงการสร้างธุรกิจร่วมกัน ประจวบกับในเวลาอันใกล้นั้น แฟนของน้องสาวซึ่งประกอบอาชีพร้านอาหารอยู่ในสหรัฐอเมริกา เดินทางกลับประเทศไทย จึงจับมือร่วมกันเพื่อนำประสบการณ์และความรู้มาสานสู่อาชีพ ปูดองสไตล์เกาหลี คือเมนูที่คุณเนยชื่นชอบ และได้มีโอกาสลิ้มรสจากต้นตำรับในประเทศเกาหลีมาแล้วหลายเจ้า จนเกิดเป็นความคิด น่าจะทำเองได้ จึงใช้เวลาทดลองสูตรประมาณ 1 เดือน “ตอนแรกยังไม่กล้าขายนะ แต่ว่าเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเขาเดินทางไปเกาหลีบ่อย และได้กินปูดองของที่นั่นน่าจะทุกร้านแล้ว เขาก็บอกว่ารสชาติที่เราทำด้อยกว่าในเกาหลีแค่ร้านเดียว …