สินค้าฮอตวงการบิวตี้“รังไหมขัดหน้า” บุกตลาดจีน-เกาหลีฯ-ยุโรป

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2560

‘ยางนา’ คือ หนึ่งในธุรกิจต้นแบบที่นำวัตถุดิบจากธรรมชาติในท้องที่มาพัฒนาเป็นสินค้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะ จนประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจที่เห็นภาพชัดในฐานะเชื่อมโยงเครือข่ายจากชุมชนชาวบ้าน สานต่อธุรกิจติดลมบน

 คุณวีรวุฒิ สังฆพรม เจ้าของบริษัท กาล (30) จำกัด อดีตหนุ่มออแกไนซ์เมืองหลวง ตั้งใจแน่วแน่หันหลังหวนคืนบ้านเกิด จากชีวิตที่เข็มทิศเปลี่ยนทางเดินจึงเริ่มเล็งหาธุรกิจลงทุน ยกแรกเริ่มจากเมื่อปี 2555 จังหวัดมีนโยบายรณรงค์ให้ชาวอุบลฯ ใส่เสื้อสียางนา เพื่อประชาสัมพันธ์ต้นยางนา ต้นไม้ประจำจังหวัดอุบลราชธานี เขาไม่พลาดที่จะสร้างผลงานลงมือเป็นหัวเรือใหญ่จัดประกวดแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าย้อมสียางนา พร้อมนำไอเดียมาต่อยอดธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ ‘ยางนา’ ที่ปัจจุบันทำประโยชน์รอบด้าน ครบวงจร ให้กับชุมชนท้องถิ่น

แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนรู้จักและจดจำแบรนด์จาก ‘สบู่รังไหม’มากกว่าเสื้อผ้า เขาจึงเห็นช่องทางทำการตลาด เริ่มลงพื้นที่อย่างจริงจัง เฟ้นหาวัตถุดิบดาวเด่นจากชุมชนต่างๆ พื้นที่ใดชำนาญปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปลูกต้นมะหาด ขมิ้น ฟักข้าว ฯลฯ ที่มีคุณภาพ ก็ออกไปรับซื้อวัตถุดิบต้นน้ำทั้งหมด ในรูปแบบประกันราคาอีกต่างหาก

ปัจจุบันสบู่โฮมเมด แบรนด์ ‘ยางนา’ มีให้เลือกซื้อหากว่า 50 ชนิด แตกต่างกันไปตามแต่ละวัตถุดิบ แต่สบู่ทุกก้อนจะมีส่วนผสมของรังไหม ซึ่งมีโปรตีนและคอลลาเจนที่ดีต่อผิวพรรณ ปัจจุบันมีชาวบ้านส่งผลผลิตหม่อนไหมรวมทุกพื้นที่ตรงถึงแบรนด์มากกว่า 100 กิโลกรัมต่อเดือน จาก 5 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และยโสธร

“ผมมองว่าความสุขแท้จริงของชีวิตครอบครัวหรือแม้แต่การทำธุรกิจ จะเติบโตต่อไปได้นั้นต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน ไม่สามารถทำธุรกิจคนเดียวหรือรวยคนเดียวได้ วงจรธุรกิจที่ผมสร้างขึ้นจึงเป็นการนำภูมิปัญญาชาวบ้านและวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาร้อยเชื่อมเข้าด้วยกัน เป็นมรดกแผ่นดินที่ต้องสร้างมูลค่า สร้างประโยชน์สู่ชุมชนให้ได้มากที่สุด เมื่อชุมชนสามารถสร้างรายได้เอง ลูกหลานที่พลัดถิ่นไปทำงานไกลๆ ก็จะกลับมาสู่อ้อมกอดครอบครัวมาทำงานที่บ้าน มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว วันนี้ผมภูมิใจที่ได้มีส่วนสร้างสรรค์ให้สังคมชุมชนบ้านเกิด ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ อนาคตผมตั้งเป้าไว้เลยว่า 100% ลูกหลานในชุมชนผมหรือละแวกใกล้เคียงต้องได้กลับมาทำงานที่บ้าน พัฒนาบ้านไปด้วยกันครับ”คุณวีรวุฒิ ว่าอย่างนั้น

ก่อนบอกต่อ ในการทำการตลาดนั้น เขาตั้งมั่นกับกลยุทธ์ ‘ป่าล้อมเมือง’ และต้องการผลักดันเศรษฐกิจชุมชน เมื่อห้างยักษ์ใหญ่อย่างเซ็นทรัล มาเปิดสาขาที่ จ.อุบลราชธานี จึงเป็นโอกาสทองที่เขารีบคว้าไว้อย่างไม่ต้องคิด เริ่มต้นเดินหน้าบุกตลาดเข้าไปแนะนำตัวชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่กำลังทำ ทั้งวิสัยทัศน์และธุรกิจที่เริ่มเป็นรูปธรรม จึงไม่ยากที่จะได้รับการสนับสนุนยินดีให้แบรนด์ ‘ยางนา’ สินค้าจากชุมชนวางจำหน่ายในเซ็นทรัลทุกสาขา ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตและแฟมิลี่มาร์ทกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ นับเป็นก้าวย่างแห่งความสำเร็จที่ชาวบ้านทุกคนล้วนภาคภูมิใจ

สำหรับสินค้านำร่องขายดีย่อมหนีไม่พ้น ‘รังไหมขัดหน้า’ ที่นอกจากดีต่อผิวพรรณ รังไหมยังสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ คุณสมบัติที่ต้องหยิบซื้อ และเป็นโอกาสติดปีกรังไหมไทยโกอินเตอร์ ประเดิมประเทศแรก คือ จีนที่ตอนนี้ยอดส่งออกมากถึง 40% ล่าสุดเกาหลีใต้ เริ่มหันมาสนใจรังไหมไทย ด้วยคุณสมบัติที่มีเฉพาะ คือ ศูนย์รวมแหล่งโปรตีนประโยชน์สูง

และปีนี้ คุณวีรวุฒิ วางแผนที่จะเจาะตลาดยุโรปต่อเนื่อง ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างโลชั่นรังไหม และสบู่น้ำมันกลิ่นต่างๆ ส่วนตลาดในประเทศจะเน้นผลิตแบบ OEM ขณะเดียวกันก็ตั้งใจจะขยายธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ภายใต้แบรนด์ PIM ด้วย

“ในช่วงที่ธุรกิจขาดสภาพคล่อง เราได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และ SME Development Bank ช่วยเติมเต็มแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ นำมาซื้อเครื่องจักรเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานส่งออก สำหรับเอสเอ็มอีที่ทำธุกิจปัจจุบันนี้โชคดีกว่ารุ่นผมมาก อย่าง โครงการกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ที่รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนและช่วยเหลือ ดอกเบี้ยแค่ 1% ต่อปี ให้เวลาผ่อนชำระหนี้คืนถึง 7 ปี ช่วยลดภาระเงินหมุนเวียนธุรกิจได้มากให้กับคนที่ทุ่มเททำงานเพื่อชุมชนจริงๆ ในระยะยาวนอกจากจะดึงลูกหลานกลับมาทำงานที่บ้าน ผมยังตั้งใจจะให้คนวัยเกษียณมาร่วมทำงานด้วย เพราะเป็นบุคลากรที่มีคมความคิด มากประสบการณ์ สามารถส่งต่อวิชา ทั้งยังจะเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไปได้”คุณวีรวุฒิ บอก

สนใจ สบู่รังไหม , รังไหมขัดหน้า หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของแบรนด์ ‘ยางนา’ ติดต่อ โทร.095-652-5355

และสำหรับผู้ที่สนใจเข้าถึงกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ทุกสาขา และศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือเอสเอ็มอี www.smessrc.com หรือ Call Center 1357

 

 

cr. : https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_39424

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
“สะใจ ใหญ่ โหด” เบอร์เกอร์เด็กแนว ธุรกิจแจ๋วๆ ของศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เป็นที่ชื่นชอบอย่างกว้างขวาง ในหมู่วัยรุ่นน้อย-ใหญ่ ไล่ไปจนถึงหนุ่มสาวชาวออฟฟิศทั้งหลาย สำหรับ Mother Trucker BKK (มาเธอร์ ทรักเกอร์ แบงคอก) ร้านเบอร์เกอร์เคลื่อนที่สไตล์อเมริกัน กับสโลแกน 3 คำ “สะใจ ใหญ่ โหด” คุณอาร์มี่ หิญชีระนันทน์ หนึ่งในสามของหุ้นส่วนกิจการ Mother Trucker BKK หนุ่มอัธยาศัยดี วัยยี่สิบกลางๆ ให้ข้อมูลด้วยน้ำสียงร่าเริ่ง เริ่มต้นให้ฟัง เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบปริญญาตรีจากคณะ International Business มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำเป็นผู้ช่วยวิทยากรรับจัดอีเว้นต์ เพราะอยากเรียนรู้การบริหารจัดการเกี่ยวกับผู้คน ทำอยู่หนึ่งปีลาออกมาทำงานกองถ่าย อยู่ฝ่ายสถานที่ ก่อนออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยชักชวนเพื่อนซี้อีกสองคน คือ บุช – ธนาวุฒิ อภิธนาคุณ และ ม้ง – …

ชี้ทางรวย
ขายไอศกรีม 17 ปี จากยอดขายวันละ 198 บาท เติมไอเดีย 12 เดือน 100 รสชาติ ชูคอนเซ็ปต์ “อร่อยสัญชาติไทย แปลกใหม่ไม่ซ้ำเดือน” เรตติ้งกระฉูด ขยับเพิ่มรับทรัพย์วันละ 10,000 บาท

ผู้เขียนอนัญญาเผยแพร่วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ขึ้นชื่อว่า “ของกิน” ยังไงก็ขายได้ จึงมีผู้สนใจเข้ามาอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ว่าทุกสินค้าจะสร้างแบรนด์จนติดตลาดฝ่าด่านคู่แข่งที่มีอยู่ทุกหนแห่ง ทั้งเจ้าตลาดรายเดิมและรายใหม่ๆ ที่กระโดดเข้ามาท้าชิง “จุดขายที่แตกต่าง” จึงเป็นไม้เด็ดสำคัญ เช่นเดียวกับแนวคิด “คุณวิทณัฐ เด่นชลชัย” เจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด “ไอส์เบิร์ก” จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่ในตลาดมาเป็นปีที่ 17 จากช่วงเปิดร้านแรกๆ ที่ขายได้แค่ 198 บาท ต่อวัน สามารถพลิกฟื้น ขายดีจนมีรายได้แตะ 10,000 บาท ต่อวัน และยืนตักไอศกรีมตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงร้านปิด โดยแทบไม่ได้เงยหน้าคุยกับใคร นอกจากเวลารับออร์เดอร์เท่านั้น   อร่อยไม่เหมือนใคร อยู่ในทำเลดี คุณวิทณัฐเจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด “ไอส์เบิร์ก” เล่าว่า ช่วงเปิดร้านใหม่ๆ ทำไอศกรีมออกมาขาย 6 รสชาติ ซึ่งเป็นรสพื้นฐานที่มีขายทั่วไป อย่าง กะทิ วานิลลา สตรอว์เบอร์รี่ เลม่อน …

ชี้ทางรวย
อร่อย…ยันก้น (กระบอก) “เค้กข้าวหลาม” ไอเดียเริ่ด!

ผู้เขียนพารนีเผยแพร่วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2560 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนทำมาค้าขายไอเดียไม่หยุดนิ่ง สำหรับเจ้าของผลงาน “เค้กข้าวหลาม” ที่เคยวางขายอยู่ย่านตลาดหนองมน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ที่หลายท่านคงพอทราบดีของฝากขึ้นชื่อของที่นี่ มี “ข้าวหลาม” เป็นพระเอก ครองใจนักท่องเที่ยวมานานแสนนานแล้ว “ก่อนหน้านี้เปิดร้านอาหารอยู่แถวหนองมน เค้กข้าวหลาม นี้ มีขายอยู่ในร้านมานานกว่า 5 ปีแล้วค่ะ” คุณฝน-มาลัยพร ธนาวรรณ ผู้สร้างสรรค์ เค้กข้าวหลาม เริ่มต้นให้ฟัง ก่อนแนะนำตัวให้รู้จัก ปัจจุบันอายุ 47 ปี พื้นเพเป็นคนชลบุรี จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เคยทำงานประจำอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ก่อนลาออกมาทำธุรกิจของตัวเองหลายอย่างแล้ว ทั้งขายแผ่นซีดีภาพยนตร์ ร้านอินเตอร์เน็ต และล่าสุดเปิดร้านอาหารชื่อลาทอร์ต้า อยู่ที่หนองมน ช่วงเปิดร้านอาหารมีโอกาสเรียนรู้การทำเค้ก จึงมี “เค้ก”รสชาติต่างๆ เป็นสินค้าเสริมในร้าน รวมทั้ง “เค้กข้าวหลาม” ในแบบของเธอนี้ด้วย “คนมาเที่ยวหนองมน มักซื้อข้าวหลามติดไม้ติดมือไปเป็นของฝาก เลยคิดอยากทำเค้กรสชาติ …