“ทับทิมสยาม” สับปะรดลูกผสมพันธุ์ใหม่ของไทย เปลือกสีแดง เนื้อสีเหลือง รสชาติหวานจัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

เกษตรกรยุคใหม่

เผยแพร่วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ.2560

งาน “เกษตรมหัศจรรย์ 2560 พืชกินได้ ไม้ขายดี 30 ปีเทคโนโลยีชาวบ้าน” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 ก.ย. 2560 ณ ชั้น 3 SKY HALL เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว นับเป็นเวทีการสื่อสารระหว่างคนทำหนังสือ เกษตรกร ผู้อ่านและผู้สนใจทั่วไปได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรหลากหลายมิติ และเปิดโอกาสให้เกษตรกรหลายรายได้นำสินค้าเด่นออกมาโชว์และจำหน่ายให้กับผู้สนใจตลอด 4 วันของการจัดงาน

ในงานเกษตรมหัศจรรย์ ปีนี้ คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม เลขที่ 82 หมู่ 5 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 21140 โทร. 08-1862-0073 เป็นเกษตรกรคนเก่งที่ทำงานด้านสับปะรดมากว่า 20 ปี ทั้งการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์สับปะรด ได้เปิดตัวพันธุ์พืชพิเศษ ชื่อว่า “ทับทิมสยาม” สับปะรดลูกผสมพันธุ์ใหม่ของเมืองไทย ที่ผ่านมา คุณศราวุธ นับเป็น “ เซียนสับปะรด ” ระดับแนวหน้าของเมืองไทย เพราะเก็บรวบรวมสายพันธุ์สับปะรดไว้เยอะมากและอยู่เบื้องหลังการพัฒนาสายพันธุ์สับปะรด MD2 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก

คุณศราวุธเล่าว่า “ ทับทิมสยาม ” เป็นสับปะรดลูกผสม เกิดจากการผสมพันธุ์ใหม่ระหว่างพันธุ์ควีนกับสับปะรดสายพันธุ์ป่า คัดเฉพาะตัวที่ไม่มีหนาม สีสวยสดและผลรับประทานได้ จัดอยู่ในสับปะรดกลุ่ม Ananas แคระ ถ้าอยู่ในที่แดดจัด ใบจะออกสีแดง สว่างสดใส ถ้าอยู่ในที่ร่มจะมีสึทึบขึ้น ผลเมื่อแก่ จะมีเปลือกผลสีแดงสด รสหวานหอม น่ารับประทาน

สับปะรดพันธุ์ทับทิมสยาม ปลูกดูแลง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดี ชอบดินแห้งไม่ชอบดินแฉะ สามารถขยายพันธุ์ได้โดยใช้หน่อ จุก และสลิป สับปะรดพันธุ์ทับทิมสยามสามารถเจริญเติบโตในกระถางปลูกได้ดี โดยดินปลูกตัดโปร่งร้อน หลังปลูกดูแลโดยใส่ปุ๋ย 15-5-20 ทุก ๆ เดือน หรืออาจใช้ในรูปสเปรย์ กางใบ ใช้สูตรเดียวกัน

เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่าง สับปะรดพันธุ์ใหม่ กับ สับปะรด MD2 คุณศราวุธกล่าวว่า สับปะรดพันธุ์ทับทิมสยาม มีเปลือกสีแดง เนื้อสีเหลือง รสชาติหวานจัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ขนาดผลเล็ก เหมาะสำหรับบริโภคผลสด เพราะทานแล้วไม่กัดลิ้น เนื่องจากสับปะรดพันธุ์นี้ มีเปลือกสีแดงสด จึงนิยมใช้ไหว้เจ้า หรือบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหมาะสำหรับปลูกเชิงการค้าหรือปลูกในกระถางเพื่อเป็นไม้ประดับ และได้กินผลสับปะรดด้วยเช่นกัน

ลักษณะเด่นของสับปะรด MD2 คือ มีรสชาติหวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อมีสีเหลืองเข้ม เนื้อตัน แน่น และไม่เป็นโพรง มีวิตามินซีสูงถึง 4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับสับปะรดพันธุ์อื่นๆ เมื่อรับประทานแล้วไม่กัดลิ้น ทำให้คนรับประทานได้มากขึ้น เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนจากผิวสีเขียวเป็นสีเหลืองทองทั้งผล ทำให้เป็นที่ดึงดูดลูกค้า เกษตรกรสามารถบังคับให้ต้นสับปะรดพันธุ์ MD2 ออกดอกได้ง่าย และมีอายุการเก็บเกี่ยวที่เร็วกว่าพันธุ์ปัตตาเวีย ลักษณะของใบสับปะรดพันธุ์ MD2 จะมีสีเขียวตลอดทั้งใบ สับปะรดพันธุ์ MD2 ได้รับการพัฒนามาเพื่อให้เดินทางขนส่งทางเรือได้ โดยไม่เป็น “ไส้สีน้ำตาล” เมื่อต้องอยู่ในห้องเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส นานเกิน 10 วัน

หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสับปะรดพันธุ์ทับทิมสยาม หรือ สับปะรดพันธุ์ MD2 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม ได้ทางเบอร์โทรศัพท์ 081-862-0073

ที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_45900

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …