ส้มโอบ้านแท่น ชัยภูมิ มาแรง 12 ไร่ 1 ล้านบาท จีนรับซื้อ

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ.2559

ว่าที่พันตรีวิเวก จงสูงเนิน เกษตรอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึงสถานการณ์ การปลูกส้มโอของอำเภอบ้านแท่นว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกให้ผลผลิตแล้ว 510 ไร่ โดยเฉลี่ยแล้ว พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ จำนวน 36 ต้น เมื่อส้มโออายุต้น 5 ปีขึ้นไป เก็บผลผลิตได้ 100 ผล ต่อต้น ต่อปี แต่ละผลมีน้ำหนักเฉลี่ย 1.3-1.8 กิโลกรัม พันธุ์ที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ทองดี

“ส้มโอบ้านแท่น ปลูกมากที่ตำบลบ้านแท่นและสามสวน จุดเริ่มต้นของงานปลูกส้มโอนั้น เมื่อปี 2530 นายบุญมี นามวงศ์ นำมะม่วงจากอำเภอบ้านแท่นไปจำหน่ายยังตลาดสี่มุมเมือง เมื่อนำผลผลิตไปถึงตลาดพบว่ามีความเสียหายไม่น้อย ขณะที่ส้มโอจากนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ขนย้ายไม่เสียหาย นายบุญมีจึงไปซื้อกิ่งพันธุ์ส้มโอทองดี จากนครชัยศรี มาปลูกที่อำเภอบ้านแท่น พื้นที่ปลูกแต่เดิมไม่มากนัก แต่เนื่องจากจำหน่ายได้ดี จึงขยายพื้นที่เพิ่ม ปัจจุบันมีผู้ค้าชาวจีนมาซื้อ ราคาส้มโอทองดี กิโลกรัมละ 43 บาท เกษตรกรมีความพึงพอใจมาก เกษตรกรบางรายปลูกส้มโอ 12 ไร่ ได้เงิน 1 ล้านบาท ปีหนึ่งๆ ส้มโอนำเงินเข้าสู่อำเภอบ้านแท่น ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท” ว่าที่พันตรีวิเวก กล่าว

ว่าที่พันตรีวิเวก กล่าวว่า พื้นที่ปลูกส้มโออำเภอบ้านแท่น มีลักษณะเฉพาะ คือเป็นดินร่วนปนลูกรัง อยู่ในเขตชลประทานอ่างเก็บน้ำบ้านเพชร ผลผลิตที่ได้ออกมาจึงมีสีสวย รสชาติหวานอมเปรี้ยว กุ้งใหญ่ เนื้อแห้ง ไม่แฉะ ผลผลิตออกช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

“นอกจากจีนซื้อแล้ว ตามภาคอีสานเกษตรกรส่งขายมีตราของอำเภอบ้านแท่นในห้างแม็คโคร รวมทั้งบางห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ เนื่องจากเกษตรกรปลูกแล้วมีรายได้ดี นายอำเภอบ้านแท่น จึงให้การสนับสนุนขยายพื้นที่ปลูกอีก 500 ไร่ ตามโครงการของจังหวัด นอกจากอำเภอบ้านแท่นแล้ว ทางอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ก็ปลูกส้มโอเช่นกัน ซึ่งรสชาติที่ได้ก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป” ว่าที่พันตรีวิเวก กล่าว

สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม หรือซื้อผลผลิต สอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ (089) 583-9649

 

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_4058

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …