อาชีพเลี้ยงไก่แจ้เบญจรงค์ สีสุดสวยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ คนซื้อเชื่อเสริมบารมี

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนสุจิต เมืองสุขเผยแพร่วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ.2560

ในวงการประกวดไก่แจ้ เป็นที่รู้กันดีว่า ไก่ที่ขึ้นแท่นประกวดหรือผ่านการประกวด ยิ่งได้รับรางวัลจากการประกวด ค่าตัวของไก่หรือมูลค่าเมื่อได้ลูกไก่จากไก่นั้นๆ จะสูงขึ้น ส่วนหนึ่งไก่ถูกเปลี่ยนมือทันทีหลังการประกวดสิ้นสุดลง อีกส่วนหนึ่งเจ้าของเดิมนำกลับไปพัฒนาสายพันธุ์ และอีกส่วนนำไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เพื่อผลิตลูกไว้จำหน่าย

คุณวิชัย สิงห์เทียน เจ้าของ Lena Farm ฟาร์มไก่ย่านคลองสิบ คนรักไก่เช่นเดียวกับนักเลี้ยงไก่ หรือนักประกวดอีกหลายๆ ท่าน คุณวิชัย เปิดฟาร์มให้ชมทุกซอกทุกมุม สังเกตได้ว่า พื้นที่ที่คุณวิชัยเรียกว่าฟาร์ม ไม่ได้กว้างขวางหรือใหญ่โตมากนัก จัดอยู่ในพื้นที่กะทัดรัด แต่แบ่งเป็นสัดส่วน ระหว่างไก่สวยงามและไก่แจ้

Lena Farm ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

คุณวิชัย สิงห์เทียน กับ ไก่แจ้สีเบญจรงค์ สายอุดมทัศนีย์

คุณวิชัย เป็นเจ้าของฟาร์มที่อยู่ในวัยทำงาน เพราะก่อนหน้านี้ทำงานประจำ แต่สนใจไก่สวยงาม จึงลองศึกษาข้อมูล และที่สุดก็ได้ไก่แจ้สวยงามมา 1 คู่

คุณวิชัยเลือกไก่แจ้ไทยและเลือกสีเบญจรงค์ เพราะเป็นสีที่เขาเองรู้สึกว่า มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ที่สุดในกลุ่มไก่แจ้ไทย ทั้งยังเป็นไก่ที่นิยมเลี้ยง เนื่องจากเสริมบารมี ซึ่งสีเบญจรงค์ ประกอบด้วย สีทับทิมแดง สีงาช้า สีเขียวปีกแมลงทับ สีเหลือง และสีดำ

10 ปีก่อน จากที่คุณวิชัยสนใจไก่แจ้ไทย และเริ่มเลี้ยงไก่แจ้คู่แรก ระหว่างนั้นไม่นาน เกิดโรคไข้หวัดนกระบาด วงการไก่แจ้เริ่มซบเซา แต่สำหรับคุณวิชัยแล้ว เขายังคงให้ความรักและสนใจไก่แจ้ตามเดิม ทั้งยังแสวงหาไก่แจ้จากที่ต่างๆ ในขณะที่ราคาไก่แจ้เริ่มตกลง เหลือเพียงตัวละ 50 บาท และแม้ว่าราคาถูก แต่ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่าย

ระยะแรก มีไก่แจ้ไทยหลายสี เมื่อกระแสออนไลน์เข้ามาทำให้หลายคนเห็นความเคลื่อนไหวของไก่แจ้ไทยที่คุณวิชัยเลี้ยงผ่านเฟซบุ๊ก และเป็นจุดเริ่มต้นของการซื้อขายไก่แจ้ของ Lena Farm

“ช่วงที่ผมเริ่มหาซื้อ มีคนเวียดนามเข้ามาหาซื้อไก่แจ้ เราก็โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ความต้องการของลูกค้าติดต่อเข้ามาเยอะมาก แต่ละเดือนมีรายได้เฉพาะขายไก่แจ้หลายหมื่นบาท”

ยุคแรกที่สัตว์ปีกเริ่มกลับมาฟื้น โดยเฉพาะไก่แจ้ คุณวิชัย บอกว่า เมื่อเริ่มต้นใหม่ ขอให้เป็นแค่ไก่แจ้ ขายาว ขาสั้น ขาเป๋ หางเอียง ก็ขายได้หมด ประกอบกับช่วงนั้นชาวเวียดนามเข้ามากวาดซื้อไก่แจ้จำนวนมาก เนื่องจากมีความเชื่อว่า หากเลี้ยงไก่แจ้แล้วจะเสริมบารมี

จากช่วงที่ไก่แจ้เป็นที่ต้องการ เพราะตลาดไก่แจ้เริ่มฟื้นตัวใหม่ในครั้งนี้ คุณวิชัย ก็เริ่มขยับขยายฟาร์มจริงจัง จากเดิมเลี้ยงเล่น เมื่อเห็นเป็นรายได้ ก็เริ่มศึกษาอย่างถ่องแท้ และรู้ตัวว่า สีที่ชอบที่สุด คือสีเบญจรงค์ ดังนั้น ใน Lena Farm จึงมีไก่แจ้สีเบญจรงค์มากที่สุด รองลงมาเป็นขาวหางดำ และป่าสว่าง

เดิมคุณวิชัย ตั้งใจเป็นเพียงผู้เลี้ยงเล่น ระยะหลังเมื่อเริ่มจำหน่ายได้เป็นกอบเป็นกำ ก็เริ่มก้าวเข้าสู่การประกวด พยายามพัฒนาไก่แจ้ของตนเองเพื่อเข้าประกวดในหลายสนาม และคว้ารางวัลกลับมาเกือบทุกสนาม ประสบการณ์ในการทำไก่แจ้เพื่อการประกวด เป็นประสบการณ์หนึ่งที่ปัจจุบัน คุณวิชัยเริ่มถอยห่างออกมา เพราะมั่นใจว่าตนเองรู้จักวงการประกวดไก่แจ้ดีระดับหนึ่ง ทำให้ในท้ายที่สุดของการเลี้ยงไก่แจ้ คุณวิชัย ผันตัวเองมาเป็นนักพัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้

คุณวิชัย เปิดอกคุยถึงการเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักพัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้ว่า เพราะผ่านวงการประกวดมาหลายสนาม ทำให้มองเห็นว่า การทำไก่ให้สวยจริงๆ ต้องเริ่มจากสายพันธุ์ ต้องเป็นสายพันธุ์แท้ มีความสวยในสายพันธุ์ของมันเอง และที่ผ่านมามีหลายมุมมองในเวทีประกวดไก่แจ้ ที่ทำให้คุณวิชัยเห็นว่า ไก่แจ้ที่สวยอาจถูกดัดแปลงมาได้หลายวิธี เพื่อให้การชนะการประกวด

“ปีที่ผมได้ถ้วยพระราชทาน 2554 ผมลงประกวดไก่แจ้เบญจรงค์ทุกแถว กวาดรางวัลมาหมด และได้เบสท์อินโชว์ ไก่แจ้เบญจรงค์ตัวนั้นของผม ลง 15 สนาม ได้ 16 รางวัล หลายคนมองว่า วงการไก่แจ้เป็นธุรกิจ ไก่ที่ได้ถ้วยส่วนใหญ่จะขายหลังการประกวดเสร็จ”

เมื่อก้าวเข้าสู่การพัฒนาสายพันธุ์ คุณวิชัย เลือกไก่แจ้สีเบญจรงค์ เป็นตัวหลักในการพัฒนา ปัจจุบันพัฒนามาแล้ว 4 รุ่น และคุณวิชัย เรียกไก่แจ้สีเบญจรงค์ที่พัฒนาสายพันธุ์ว่า สายอุดมทัศนีย์

คำว่า อุดมทัศนีย์ มีความหมายว่า ความสมบูรณ์ที่สุดของสิ่งนั้น

“การพัฒนาไก่แจ้สีเบญจรงค์ สายอุดมทัศนีย์ ต้องให้ความสำคัญและละเอียดอ่อนกับการนำสายอื่นมาไขว้ ถ้าเราต้องการจุดเด่นของเขา เช่น ใบหน้าของเราหล่อ เราต้องการเสริมแค่หงอน เราก็เอาพ่อไก่ที่หงอนสวยมาทับตัวเมียของเรา จากนั้น ก็ต้องจำหน่ายพ่อไก่ตัวนั้นทิ้ง ห้ามเก็บไว้ในฟาร์ม ลูกที่เกิดมา ก็ให้คัดหน้าหล่อที่เราต้องการ ที่เหลือทิ้งให้หมด แล้วนำไปทับแม่ของมันอีก เมื่อได้ของดีที่ต้องการ ก็คัดตัวอื่นทิ้ง จากนั้นดูความเข้มข้นของพันธุกรรมว่า จุดเด่นที่เราต้องการกับจุดด้อยที่ติดมากับตัวมันในสายเดิม มีเท่าไร ถ้ามันดีพอที่จะยืนเป็นพ่อพันธุ์ก็เก็บ แต่ถ้าไม่ดีพอ ก็นำกลับไปบรีดที่ย่าแล้วคัดอีก การพัฒนาสายพันธุ์ที่ดีต้องทำแบบนี้ ไก่จะไม่เสีย”

ไก่แจ้ที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาแล้ว ในมุมของนักพัฒนาจะทราบทันทีว่า ไก่แจ้ให้ลูกไม่มาก หากไข่ประมาณ 5 ฟอง แล้วเป็นไก่แจ้ที่ดี 3 ฟองก็ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าไก่แจ้สายพันธุ์ไม่ดี อาจไม่ได้ไก่แจ้ดีสักตัว คุณวิชัย ยังบอกด้วยว่า ไก่แจ้เกรดดี อยู่กับผู้เลี้ยงบางคนก็อาจจะไปไม่ถึงดวงดาว เพราะการถ่ายทอดลักษณะเด่นทางพันธุกรรมไม่มี ในคอกหนึ่งอาจจะได้ตัวเดียวหรือไม่ได้เลย

พวงคอ

คุณวิชัย บอกอีกว่า คนเลี้ยงไก่แจ้ หากมีของดี แต่เลี้ยงปล่อย ฟอร์มจะเสีย ไม่ได้ของดี เพราะไก่แจ้ของดีจะขาสั้นๆ ตัวสั้นๆ ถ้าตามสภาพแวดล้อมทั่วไปจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่เองได้ เช่น ลูกไก่ขาสั้นออกมาเองก็ตายหมด เพราะวิ่งหนีนักล่าในธรรมชาติไม่ทัน เป็นวัฏจักรการดำรงชีวิต

ระย้าหลัง

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า Lena Farm มีไก่แจ้สวยงามอยู่เพียง 3 สี คือ เบญจรงค์ ขาวหางดำ และป่าสว่าง คุณวิชัย อธิบายว่า ที่ต้องคัดเหลือเพียง 3 สีนี้ เนื่องจากตลาดไก่แจ้ปัจจุบันไม่ได้หวือหวาเหมือนอดีต การขายส่งลูกไก่แจ้จำนวนมากในทุกวันของแต่ละฟาร์ม ไม่มีอีกแล้ว เหลือเพียงไม่กี่ฟาร์มใหญ่ที่ทำแบบนี้ เพราะมีต้นทุน แรงงาน และเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง

เมื่อถามถึงการดูแล คุณวิชัย เล่าว่า การดูแลไก่แจ้ที่เลี้ยงเพื่อการประกวด กับไก่แจ้เพื่อผลิตลูกจำหน่ายในฟาร์มใหญ่ต่างกัน หากเป็นการเลี้ยงเพื่อฟอร์มประกวด จะไม่ยุ่งยากมาก มีเวลาให้ข้าวน้ำและจัดการตัวไก่ แต่ถ้าเน้นเพาะขาย การจัดการค่อนข้างยุ่ง เพราะการผสมแม้จะเริ่มผสมได้ตั้งแต่ไก่มีอายุ 7 เดือน แต่ก็ต้องดูความสมบูรณ์ของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ หรือการซื้อมาเพื่อขายก็เป็นการจัดการที่ไม่ยุ่งยาก แต่สำหรับคุณวิชัย หากต้องการผลิตลูกไก่จะเริ่มจากการใส่ใจพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เก็บไข่เข้าฟักในตู้ บำรุงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ จับอาบน้ำ ฉีดไร ทำความสะอาดโรงเรือน เพิ่มวิตามินเสริม เน้นเป็นอาหารไก่ไข่เพื่อบำรุง

ระบบน้ำภายในกรงเลี้ยง

“ผมไม่เพาะตลอดทั้งปี ดูช่วงที่ตัวเองว่างที่สุด เพื่อให้เวลากับการดูแลไก่อย่างเต็มที่ ที่เคยผลิตลูกไก่ได้ปีละ 4 รอบ แต่ละรอบได้ไม่ต่ำกว่า 20 ตัว และดูช่วงเวลาของความต้องการไก่ เช่น ปลายเดือนเมษายนถึงตลอดเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงของการประกวดไก่ ถ้าเราต้องการผลิตลูกไก่เพื่อนำไปประกวด ต้องคำนวณระยะเวลาการเติบโตของของไก่ให้พอดี นั่นแหละคือแนวทางของผม”

ตากแดดอ่อนๆ รับวิตามิน

สำหรับไก่แจ้ที่พัฒนาสายพันธุ์มาแล้ว คุณวิชัย บอกว่า ต้องดูแลเป็นพิเศษ หากเป็นลูกไก่ในกรงอนุบาล ต้องเปิดไฟ 6 แรงเทียน ใช้อาหารไก่เกรดพรีเมี่ยม มีวิตามินเสริมนิดหน่อย หากต้องการเพิ่มความสมบูรณ์ของไก่ ควรให้หนอนนกเป็นบางครั้ง เพราะเป็นธรรมชาติของการกินอาหาร เมื่ออายุ 2 เดือนขึ้นไป ควรนำหญ้าขนมาสับให้กิน ช่วยระบบขับถ่ายในไก่ ทั้งยังบำรุงขน นอกจากนี้ หญ้าขนยังช่วยเรื่องการผสมพันธุ์ ทำให้เชื้อแข็งแรง

น้ำ สำหรับไก่ต้องไม่ขาด ส่วนอาหารควรให้พอดีกระเพาะ ไม่ควรให้เหลือ หากให้ไว้มาก ไก่จะผอม เพราะเบื่ออาหาร แต่การให้อาหารแบบพอดีกระเพาะต้องอยู่ที่ผู้เลี้ยงว่ามีเวลาดูแลไก่อย่างละเอียดหรือไม่ด้วย

การทำความสะอาดกรงเลี้ยง ควรใช้ทรายหรือแกลบรองพื้นกรง และใช้ปูนซีเมนต์ผงโรยบางๆ ให้ทั่ว ปูนซีเมนต์ผงจะกำจัดกลิ่นได้ผลดี ซึ่งหากมีเวลาควรตักขี้ไก่ทิ้งทุกวัน และควรเปลี่ยนวัสดุรองพื้นกรง 1-2 เดือน ต่อครั้ง

Lena Farm เป็นฟาร์มเล็กๆ ที่มากด้วยคุณภาพ ไม่เฉพาะไก่แจ้สีเบญจรงค์ ป่าสว่าง และขาวหางดำ ยังมีไก่สวยงามที่ดูแลรักษาพันธุ์ดีไว้อีก เช่น เหลืองหางขาว ไซ่ง่อน ฟินิกซ์ มินิโคชิน เป็นต้น ราคาซื้อขายเป็นไปตามความสวยของไก่ แต่เริ่มต้นที่คู่ละ 2,000 บาท ไซซ์ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 เดือน สำหรับไก่แจ้ หากอายุไก่มากขึ้น ราคาจะสูงขึ้นตามลำดับ

สนใจไก่ เปิดเฟซบุ๊กเข้าไปชมหน้าฟาร์มทางออนไลน์ก่อนได้ที่ Lena Farm หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ คุณวิชัย สิงห์เทียน ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โทรศัพท์ (084) 760-0970

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_46684

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …