จากเด็กอาชีวะแผนกคหกรรม ใฝ่ดีเปิดร้านสเต๊กในตู้คอนเทนเนอร์ เสิร์ฟเมนูถูกใจวัยโจ๋ โกยรายได้ 3 แสนต่อเดือน

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนดวงกมล โลหศรีสกุลเผยแพร่วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ.2560

อารย จารุธาณินทร์ หรือ “วิว” เด็กหนุ่มไฟแรงวัยเพียง 24 ปี จบ ปวส. แผนกคหกรรม เอกอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา จากนั้นต่อปริญญาตรี วิทยาลัยดุสิตธานี คณะการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ลุยธุรกิจเปิดร้านสเต๊กในตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” โชว์จุดเด่นใช้เนื้อสัตว์อนามัย ได้รับเครื่องหมาย Q รับรองโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครีเอทเมนู “สเต๊กถาด” เพื่อเอาใจวัยโจ๋โดยเฉพาะ เปิดขายได้เพียง 7 เดือน รายได้แต่ละเดือนราว 3 แสนบาท กระแสตอบรับดีเกินคาด ขยายธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์

วัตถุดิบพรีเมี่ยม
เสิร์ฟในตลาดนัด

ก่อนที่คุณวิวจะเปิดร้านสเต๊กพอร์เทอร์เฮ้าส์  ในอดีตเขาเคยเปิดร้าน เลอ มาแตง สเต็กฮัท รวมถึงขายแฟรนไชส์ ขายดีมากมีราว 50 สาขา ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด แต่เจอปัญหาแฟรนไชส์ซี (ผู้ที่มาซื้อ แฟรนไชส์) ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ ไม่ใช้ตามที่เงื่อนไขกำหนด หนที่สุดยุติการขายแฟรนไชส์ แล้วรีแบรนด์ใหม่ ใช้ชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์”

“ผมชอบการทำอาหาร ชอบทานอาหาร โดยเมนูที่โปรดปราน คือ เสต๊กเนื้อวัว เลยเลือกเรียนทางด้านอาหารตั้งแต่หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 กระทั่งจบปริญญาตรีที่วิทยาลัยดุสิตธานี คณะการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ระหว่างเรียนก็เปิดร้านสเต๊กใช้ชื่อว่า เลอ มาแตง สเต็กฮัท เป็นสเต๊กฟิวชั่น เริ่มต้นราคาจานละ 59 บาทเปิดที่ศูนย์อาหารใกล้โรงพยาบาลธนบุรี 2 ถนนบรมราชชนนี กทมฯ ลงทุน 50,000 บาท รวมถึงขายแฟรนไชส์ด้วย เปิดร้านได้ราว 5 ปี เกิดปัญหาผู้ที่มาซื้อแฟรนไชส์ไม่ทำตามเงื่อนไขตามที่ทางร้านกำหนด เลยเลิกกิจการ”

ช่วงที่เปิดร้านเลอ มาแตง สเต็กฮัท คุณวิว บอกว่า ขายดี รายได้วันละ7,000-8,000 บาท เมนู สเต๊กหมูขายดีที่สุด เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านมีส่วนผสมของไวน์ ส่วนราคาแฟรนไชส์ 35,000 บาท

ภายหลังที่ เลอ มาแตง สเต็กฮัท ปิดกิจการ เจ้าของหนุ่มไฟแรงไม่ท้อ เขาเลือกที่จะสู้ต่อ ด้วยการรี แบรนด์ร้านใหม่ ใช้ชื่อว่า พอร์เทอร์เฮ้าส์ และครั้งนี้ก็เปิดขายแฟรนไชส์อีกเช่นเคย แต่เพื่อให้เข้าใจเรื่องแฟรนไชส์มากยิ่งขึ้น ไปเรียนหลักสูตรสร้างธุรกิจเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

“กลางปี 2559 ผมเปิดร้านใหม่ ใช้ชื่อว่า พอร์เทอร์เฮ้าส์ ลงทุนราว 8 แสนบาท มีเมนูให้เลือกหลากหลายมากกว่า 50 เมนู อยู่ในตลาดนัด มิตติ้ง วงแหวนปิ่นเกล้า-ถนนบรมราชชนนี (ขาเข้า) เยื้อง รพ ธนบุรี2 สาเหตุที่เลือกทำเลนี้ เพราะใกล้บ้าน รูปแบบร้านเป็นตู้คอนเทนเนอร์ รสชาติสเต๊กสไตล์อเมริกัน ทุกจานทำสดใหม่”

นอกจากจะเป็นสเต๊กสไตล์อเมริกันเรียบง่าย รสชาติดี เจ้าของร้าน บอกต่อว่า ทางร้านจะแยกน้ำเกรวี่ หรือน้ำราดสเต็กมาให้ลูกค้าราดบนสเต๊กเอง นอกจากนั้นยังมีสลัดผักออร์แกนิคที่ทานคู่กับสเต๊ก ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่น้ำสลัดเทาส์ซันไอแลนด์มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน และขนมปังนมสด แผ่นหนานุ่ม ปิ้งให้พอสุกก็จะทำให้การทานสเต็กออกรสชาติมากขึ้น

อร่อยอย่างเดียวไม่พอ
ยุคนี้ต้องคุ้มค่าด้วย

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ เจ้าของร้าน บอกว่า “สเต๊กถาด” เพราะคุ้มค่ามากเอาใจคนทานจุ มาเป็นแก๊งค์ คนที่ชอบความคุ้มค่า 1ถาด สามารถทานได้ 4 คน ราคาถาดละ 699 บาท สเต๊กถาดมี 3 สไตส์ คนไม่ทานเนื้อ (จะเสิร์ฟเมนูปลาปลาแซลมอน ปลาค็อด) คนที่ทานไม่เลือก เเละคนรักเนื้อโดยเฉพาะ

ด้านของวัตถุดิบที่ทางร้านเลือกใช้ก็มีความพิเศษ ผลิตจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบที่มาได้ เพื่อรสชาติสเต็กที่ได้มาตรฐานเหมือนกันทุกจาน จนได้รับเครื่องหมาย Q รับรองโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลยทีเดียว

“ผมเลือกใช้วัตถุดิบเกรดอนามัยทั้งหมด โดยเลือกซื้อจากฟาร์มปิด ใช้เนื้อหมูส่วนสันคอ เพราะมีความนุ่ม มีไขมันแทรก ราคาค่อนข้างแพง ส่วนเนื้อวัว ใช้ด้านหลังลำตัว มีริบอายและทีโบน บางส่วนนำเข้าจากประเทศออสเตเรียและญี่ปุ่น ทางด้านเนื้อปลา ใช้ปลาแซลมอนนำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ และเลือกใช้ปลา ค็อดแทนปลาดอลลี่ เนื่องจากเนื้อแน่น มีราคาแพง”

เนื่องจากลูกค้าบางคนก็ไม่ชอบทานสเต๊กทุกวัน คุณวิวเลยมีเมนูข้าวจัดให้ อาทิ ข้าวแจ่วหมู ข้าวแจ่วไก่ ข้าวไข่ข้นเบค่อนชีส สปาเก็ตตี้ผัดไทย สลัดซีฟู้ด มันบด

ทางด้านกลุ่มลูกค้า คุณวิว บอกว่า 60 เปอร์เซ็นต์เป็นกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา ส่วนใหญ่มาเป็นแก๊งค์ อยากมาลองทานสเต๊กถาดเพราะคุ้มค่าความคุ้มค่า ทานได้หมดจาน ตั้งแต่ชิ้นเนื้อไปจนถึงผักเครื่องเคียง กินไม่หมดห่อกลับบ้านได้ ราคาไม่แพง นักเรียน นักศึกษาสามารถจ่ายได้ เพราะบางครั้งก็จัดโปรโมชั่นลดเหลือ 599 บาท อีก 40 เปอร์เซ็นต์เป็นกลุ่มวัยทำงาน หนุ่มสาวออฟฟิศ

ในส่วนของรายได้ เจ้าของหนุ่มไฟแรง เผยว่า เปิดขายได้เพียง 7 เดือน ผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะรายได้แต่ละเดือนราว 3 แสนบาท สเต๊กแต่ละจานกำไร 30-35เปอร์เซ็นต์

สำหรับรูปแบบแฟรนไชส์ พอร์เทอร์เฮ้าส์ ลงทุน 120,000 บาท สิ่งที่ผู้ลงทุนจะได้รับ คือ สูตรการทำสเต็ก รวมถึงสูตรอาหารเมนูต่างๆ จนสามารถทำเป็นทุกขั้นตอน วัตถุดิบทางร้านจะซัพพอร์ทให้ในลักษณะกึ่งสำเร็จรูป ได้รับเซ็ทอุปกรณ์พร้อมขายพื้นฐาน

cr. : https://www.sentangsedtee.com/food-recipes-for-job/article_46582

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
สื่อนอกตีข่าวทั่วโลก! “เจ๊ไฝ” ไข่เจียวปู 800 สตรีทฟู้ดไทยแลนด์ขึ้นแท่น “มิชลินสตาร์”

ผู้เขียนข่าวสดออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2560 จากกรณี มิชลิน เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ ยังมีร้านอาหารริมทางได้รางวัล 1 ดาวมิชลินอยู่ 1 ร้านด้วย นั่นคือ ร้าน เจ๊ไฝ ที่เชฟเจ้าของร้านปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนและโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง AFP PHOTO / Lillian SUWANRUMPHA ล่าสุด สำนักข่าวระดับโลกอย่าง เอเอฟพี …

ชี้ทางรวย
กว่าจะมาเป็น PET MASTER บ้าน “หลังสุดท้าย” ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2560 ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย  PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น!  โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พอมันตายมักฝังในบริเวณบ้าน แต่ลองนึกถึงคนเลี้ยงกลุ่มอื่นซึ่งเขาอาจไม่มีพื้นที่ให้ฝัง การทิ้งร่างของสัตว์เลี้ยงลงถังขยะบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ …

ชี้ทางรวย
“เจ๊กตู้” สินค้าจิปาถะดีลิเวอรี่ สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร   “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์ทรงเลือกซื้อ รัชกาลที่ ๙ เคยมีพระราชดำรัสเล่าพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ว่า …