ประยุกต์หลัก ศก.พอเพียง ทำสวนเกษตรเชิงธุรกิจ รายได้ 200,000 อยู่ได้สบาย ที่บ้านเกิด

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนวัชรี ภูรักษาเผยแพร่วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ.2560

เรียนจบโบราณคดี เคยทำงานอยู่กับทีวี บูรพา การที่ต้องมาทำธุรกิจ บนพื้นที่สวนปาล์ม วิชาการที่ร่ำเรียนมาและประสบการณ์การทำงานในสายงานการสื่อสาร จึงแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยกับการจัดสรรพื้นที่สวนเกษตรที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเนิ่นนาน ให้สามารถทำเป็นธุรกิจได้

คุณเอกจิตรา กฤษณสุวรรณ หรือ คุณเตย วัย 31 ปี เจ้าของสวน Tonphet และเจ้าของเรื่องราวข้างต้น เธอเล่าให้ฟังว่า “สวน Tonphet แห่งนี้ มันเริ่มมาจากการที่มีพื้นที่อยู่แล้ว ประมาณ 10 ไร่ อยู่ที่จังหวัดระนอง เมื่อประมาณ 25 ปีก่อน พื้นที่นี้เคยเป็นสวนทำพริกไทย แต่ด้วยสภาพพื้นที่ทำให้การปลูกพริกไทยไปไม่รอด เพราะพื้นที่จังหวัดระนองมีฝนมาก แดดไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้พริกไทยแห้งได้ จึงนำเอาปาล์มมาปลูกในพื้นที่นี้แทนตามธรรมชาติ สวนแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่ว่าง ที่คุณพ่อมาใช้พักผ่อนในยามที่แกรู้ตัวป่วยเป็นโรคมะเร็ง เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เตยตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด

ตอนเริ่มต้นที่ตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างที่สวนนี้ ก็ทำเป็นร้านอาหาร การตอบรับถือว่าดีมากๆ แต่มันกลับไม่ตอบโจทย์พื้นที่ ที่เราต้องการให้เป็นจริงๆ เพราะเราขายอาหาร เปิดร้านขาย มันขายดีก็จริง แต่พอมาคิดเรื่องต้นทุน งบประมาณ รายจ่าย โน่นนี่ ความเหนื่อยของครอบครัวเรา แม่เรา มันกลับไม่คุ้มกัน ที่เขาเคยพูดกันว่า ขายดีจนจะเจ๊งมันมีจริงๆ ด้วย เพราะได้เรียนรู้มาแล้ว

เลยต้องกลับมาคิดว่า ตอนที่คุณพ่อป่วยมาอยู่ที่นี่ แกได้อยู่กับธรรมชาติ มีความสุขกับสิ่งแวดล้อม แต่พอมาทำร้านอาหารที่นี่ พื้นที่ตรงนี้กลับทำให้ครอบครัวเราเหนื่อยมาก มันก็ไม่น่าจะใช่แล้ว มันไม่ใช่การมาพักผ่อน ลูกค้ามาเพื่อแค่ทานอาหาร แต่ไม่ได้อะไรจากสิ่งที่เราตั้งใจเลย”

คุณเตยเลยต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าต้องยกเลิกเมนูอาหารบางเมนูออกไป ร้านอาหารยังมีอยู่แค่บางส่วนเท่านั้น แต่จะมีไม่มากเท่าเดิม เพราะต้องการชูจุดเด่นอย่างอื่นของพื้นที่แห่งนี้แทน เพราะความพิเศษของพื้นที่ที่นี่คือ มีพื้นที่ติดกับลำธารขนาดใหญ่ มีพื้นที่ที่จะสามารถจัดกิจกรรม ตั้งแคมป์ได้ และมีพื้นที่มากพอที่จะสามารถปลูกผักอย่างอื่นได้ด้วย เธอจึงจัดการบริหารพื้นที่แบบใหม่

โดยการนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงพื้นที่ในการปลูกพืชผล และจัดสรรพื้นที่ในการทำกิจกรรมต่างๆ ของที่สวน Tonphet แห่งนี้ใหม่ อีกทั้งยังมีความต้องการที่จะให้ลูก ที่ไม่ได้เกิดร่วมสมัยการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้เขาได้เรียนรู้ว่า อาชีพที่พ่อแม่ทำตอนนี้ การทำสวน ทำไร่ ไม่ได้เป็นอาชีพของคนไม่มีเงิน หรือทำอะไรไม่ได้

การแบ่งพื้นที่ ดังนี้ พื้นที่หลักส่วนใหญ่ ที่เป็นสวนปาล์มเดิม ก็ยังอยู่ ปลูกแซมด้วยมังคุด และจัดสรรเอาพื้นที่บางส่วนที่จำเป็นต้องโค่นปาล์มลง เพื่อรับแสงแดด มาปลูกพืช แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ ทำแปลงผัก พืชรอบเร็ว 1 ส่วน เช่น ผักบุ้ง คะน้า อื่นๆ หมุนเวียนกันไป, ผักสวนครัว อย่างมะเขือ โหระพา ตะไคร้ 1 ส่วน และอีก 2 ส่วนของพื้นที่ที่เหลือ ก็ปลูกพืชสมุนไพร อย่างพวก ขมิ้น ขิง

คอนเซ็ปต์ใหม่ของสวน Tonphet จึงเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและการทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว เหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการพักผ่อนจริงๆ อย่างผู้สูงอายุ ครอบครัว หรือกลุ่มที่ต้องการเรียนรู้ ดูงาน ตั้งแคมป์

สำหรับกิจกรรมของที่นี่ คุณเตย บอกว่า “พอปรับพื้นที่ใหม่ กิจกรรมจึงมีให้ลูกค้าหลากหลายมากขึ้น ที่นี่มีการเวิร์กช็อปต่างๆ เช่น ทำลูกประคบไว้ใช้เอง มีพื้นที่สปา การนวดตัว การทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น อย่างโลชั่น ลิปบาล์ม น้ำหอมแห้ง การทำไส้กรอกไข่เค็ม เป็นต้น โดยการจัดกิจกรรมรูปแบบนี้ เตยทำร่วมกับเพื่อนๆ ที่เขาก็กลับมาอยู่บ้านเกิดเพื่อพัฒนาธุรกิจในพื้นที่ จ.ระนอง และเพื่อนที่รู้จักกัน มาช่วยกันพัฒนาพื้นที่ สร้างกิจกรรมเป็นภาคีร่วมกัน

ซึ่งการทำแบบนี้ ตอบโจทย์สิ่งที่คิดและสิ่งที่ครอบครัวเราต้องการตามคอนเซ็ปต์ที่ว่า พื้นที่สร้างความสุข และการพักผ่อน มันตอบโจทย์มาก คนที่มาที่นี่ได้มาสัมผัสกับธรรมชาติ สิ่งที่เราได้ไม่ใช่แค่เงิน แต่เป็นความสุขของคนที่เข้ามาหาเราที่นี่ด้วย คนในครอบครัวเราได้มาใช้พื้นที่ตรงนี้ร่วมกันอย่างสนุกสนาน มีความสุข”

ด้านรายได้ที่แน่นอนต้องลดลงมาก เมื่อเทียบกับการเปิดร้านอาหาร แต่พอมาคิดต้นทุน หักลบกันแล้ว รายได้ที่ได้ในปัจจุบัน กลับมีคุณภาพมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น สมมติต้นทุน 10 บาท ได้กำไร 2 เท่าของต้นทุน ซึ่งมันอยู่ได้มากกว่าการที่ได้เงินเยอะๆ เสียอีก รายได้ปัจจุบันก็ประมาณ 200,000 บาท คุณเตย บอก ซึ่งความสำคัญในการทำธุรกิจครอบครัวแบบนี้ เราทำธุรกิจ โดยการเป็นเจ้าของบ้าน แน่นอนว่ากำไรไม่ได้เป็นเหตุผลหลักอีกต่อไปแล้วในการทำสวน Tonphet ครั้งนี้

สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติ และการพักผ่อน สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ (083) 710-1691

cr. : https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_46126

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
สื่อนอกตีข่าวทั่วโลก! “เจ๊ไฝ” ไข่เจียวปู 800 สตรีทฟู้ดไทยแลนด์ขึ้นแท่น “มิชลินสตาร์”

ผู้เขียนข่าวสดออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2560 จากกรณี มิชลิน เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ ยังมีร้านอาหารริมทางได้รางวัล 1 ดาวมิชลินอยู่ 1 ร้านด้วย นั่นคือ ร้าน เจ๊ไฝ ที่เชฟเจ้าของร้านปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนและโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง AFP PHOTO / Lillian SUWANRUMPHA ล่าสุด สำนักข่าวระดับโลกอย่าง เอเอฟพี …

ชี้ทางรวย
กว่าจะมาเป็น PET MASTER บ้าน “หลังสุดท้าย” ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2560 ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย  PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น!  โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พอมันตายมักฝังในบริเวณบ้าน แต่ลองนึกถึงคนเลี้ยงกลุ่มอื่นซึ่งเขาอาจไม่มีพื้นที่ให้ฝัง การทิ้งร่างของสัตว์เลี้ยงลงถังขยะบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ …

ชี้ทางรวย
“เจ๊กตู้” สินค้าจิปาถะดีลิเวอรี่ สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร   “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์ทรงเลือกซื้อ รัชกาลที่ ๙ เคยมีพระราชดำรัสเล่าพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ว่า …