เกษตรกรเมืองเพชร จบป.6ปลูกกล้วยหอมทองส่งเซเว่นฯรับปีละ 4แสนกว่า

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนภาวิณีย์ เจริญยิ่งเผยแพร่วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ.2560

ไม่ว่ายุคใดสมัยใดราคาของกล้วยหอมก็ไม่เคยตกเลย บางช่วงที่ขาดแคลนตกหวีละเป็นร้อยก็มี

สมัยก่อนการซื้อกล้วยหอมนั้นต้องซื้อเป็นหวี แต่เดี๋ยวนี้สะดวกขึ้น สามารถหาซื้อเป็นลูกได้ตามร้านสะดวกซื้อ อย่างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น แต่จะมีเฉพาะในกทม.และปริมณฑลเท่านั้น

”คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางไปยังสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จังหวัดเพชรบุรี อันเป็นเกษตรกรกลุ่มใหญ่ที่ปลูกกล้วยหอมทองป้อนเซเว่นฯ และยังพาไปลุยสวนเพื่อพูดคุยกับเกษตรกรตัวจริงเสียงจริงเกี่ยวกับวิธีการปลูกกล้วยหอมทองให้ได้ลูกสวยน้ำหนักดี

คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว(กลาง)

 ขายได้วันละแสนลูก

ก่อนอื่นคุณสุวิทย์ให้ข้อมูลคร่าวๆว่าสหกรณ์ฯท่ายางเป็นแหล่งผลิตกล้วยหอมขนาดใหญ่สามารถผลิตกล้วยหอมทองได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเน้นความสะดวก รับประทานครั้งละ 1 ลูก และชอบที่สุกกำลังพอดี เปลือกมีสีเหลืองมากกว่าเขียว การจำหน่ายกล้วยลูกเดี่ยวจึงกลายเป็นกระแสนิยมของคนไทย สังเกตุได้จากปริมาณกล้วยหอมทองที่จำหน่ายผ่านเซเว่นฯที่มียอดขายเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยปัจจุบันเซเว่น ขายได้วันละเกือบ 100,000 ลูก ในราคาลูกละ 8 บาท เกินเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้

ด้าน คุณมานะ บุญสร้าง หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด เล่าถึงจุดเด่นของกล้วยหอมทองท่ายางว่า มีกลิ่นหอม รสชาติหวาน และมีเนื้อละเอียดกว่าที่อื่น เพราะมีกรรมวิธีการปลูกที่แตกต่างจากที่อื่นโดยเลือกใช้หน่อพันธุ์แท้เท่านั้น เพราะการปลูกด้วยหน่อกล้วยนั้นจะช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ได้

นอกจากนี้พื้นที่ปลูกยังมีดินที่แร่ธาตุดี น้ำอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน น้ำเขื่อนเพชร และน้ำบาดาล เป็นแหล่งน้ำที่ได้จากเขื่อนเป็นป่าต้นน้ำธรรมชาติของแม่น้ำเพชรบุรี ประกอบกับอำเภอท่ายางอยู่ใกล้ทะเล ไอของทะเลจะช่วยขับไล่แมลงที่จะมากัดกินทำให้พืชและผลผลิต โดยในช่วงฤดูร้อนหรือช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน สภาพอากาศจะช่วยให้ผลผลิตกล้วยเพิ่มมากขึ้น เพราะโดยธรรมชาติกล้วยชอบอากาศร้อนชื้น

คุณมานะบอกถึงการส่งกล้วยหอมทองขายในเซเว่นฯว่า เริ่มในปี 2556 ช่วงแรกส่ง วันละ 900 ลูก ล่าสุดปีนี้สูงถึงวันละ 28,000 ลูก และปีหน้าตั้งเป้าส่งขายในเซเว่นฯ 35,000 ลูกต่อวัน ซึ่งกล้วยหอมทองที่ส่งนี้จะอยู่หน้าร้านได้ประมาณ 2–3 วัน

 หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์ฯท่ายาง ยังบอกด้วยว่า ปัจจัยที่ทำให้ยอดจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางเซเว่นฯ มีทีมงานให้คำแนะนำมีการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ต่อเนื่อง เริ่มแรกที่ส่งขายเซเว่นฯ เป็นถุงธรรมดา เจาะรู ติดสติกเกอร์ให้เห็นโลโก้ ต่อมาเซเว่นฯให้คำแนะนำการพัฒนาแพ็กเกจให้ดูทันสมัย เก็บผลผลิตได้นาน ตอนนี้ปรับเป็นถุงที่เจาะรูเข็ม และกำลังจะพัฒนาถุงให้สามารถเก็บรักษา ยืดอายุได้นานยิ่งขึ้น เพื่อรักษาคุณภาพกล้วยหอมทองจากสวนให้มีสภาพสดใหม่ก่อนถึงมือลูกค้า ซึ่งการได้เป็นคู่ค้ากับเซเว่นฯ จึงทำให้มีความมั่นใจในการประกอบอาชีพที่จะสร้างความมั่นคงและสร้างรายได้ที่แน่นอนให้กับกลุ่มเกษตรกร

สหกรณ์ฯดูแลควบคุมทุกขั้นตอน

นอกจากเกษตรกรที่นี่จะปลูกกล้วยหอมทองแล้ว ยังปลูกกล้วยไข่ และกล้วยน้ำว้าด้วย ทั้งนี้สหกรณ์ฯท่ายางถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการปลูกกล้วยเป็นอย่างดี เพราะสมาชิกที่มีอยู่ทั้งหมด 2000 กว่าราย โดยในจำนวนนี้ 350 ราย ที่มีพื้นที่ปลูกกล้วย 1200 ไร่ ส่งออกไปญี่ปุ่น และตอนนี้หลายรายก็ยังปลูกขายให้ญี่ปุ่นควบคู่กับการส่งขายในเซเว่นฯ แต่จะแยกแปลงกันปลูก นอกจากนี้ทางสหกรณ์ยังมีการขยายห้องแพ็คและห้องบ่มเพื่อรองรับปริมาณกล้วยที่เพิ่มมากขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภค

การดำเนินงานของสหกรณ์ฯท่ายางนับเป็นตัวอย่างหนึ่งของการรวมกลุ่มของเกษตรกรและมีวิธีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพสม่ำเสมอและสามารถป้อนสินค้าให้กับคู่ค้าได้อย่างต่อเนื่อง

มาดูกันว่าสหกรณ์ฯแห่งนี้มีวิธีบริหารจัดการอย่างไร ประเด็นนี้คุณมานะแจกแจงว่า ทางสหกรณ์มีการประกันราคาให้กับสมาชิก มีเงินกู้ให้ และให้คำแนะนำในการปลูกตั้งแต่เริ่มจนถึงเก็บเกี่ยว และมีเจ้าหน้าที่ไปตัด ระยะเวลาปลูกตั้งแต่ 1-9 เดือน ต้องมีการวางแผน รวมถึงช่วงเวลาในการใช้ปุ๋ย โดยช่วง 4-5 เดือนจะมีเจ้าหน้าที่ไปดูว่าลำต้นแข็งแรงหรือไม่ พอ7 เดือนกล้วยตกปลี จากนั้น 45 วันสามารถตัดส่งขายได้ ต้องให้กล้วยแก่ประมาณ 80-95 % ตามที่เซเว่นฯต้องการ เพราะจะได้ทั้งเรื่องรสชาติและสี และเมื่อตัดเสร็จแล้วจะนำมาเข้าขั้นตอน ล้าง เป่าและแพกเกจจิ้งที่สหกรณ์

ปัญหาอย่างหนึ่งของกล้วยหอมทองคือ หน้าฝนสมาชิกไม่สามารถปรับพื้นที่ได้ และพอปลายปีช่วงหน้าหนาวจะให้ผลผลิตน้อย

พูดได้ว่าสหกรณ์ฯท่ายางควบคุมดูแลทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเลือกหน่อพันธุ์เลย ในส่วนของราคาประกันนั้น ต่ำสุดให้ลูกละ 1.50 บาท สูงสุดอยู่ที่ 3บาท ถึง 3 บาทกว่า บางเครือได้ 65-70 ลูก ปัจจุบันสหกรณ์ฯส่งให้เซเว่นฯ วันละ 4000-5000 ตัน และส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นเดือนละ 15 ตัน โดยขายในราคากิโลกรัม(ก.ก.)ละ 20 กว่าบาท ต่อลูกหนัก110 กรัม ขณะที่ส่งขายเซเว่นฯหนักลูกละ 120 กรัม

ทีนี้มาฟังผู้ปลูกกล้วยหอมทองอย่าง”คุณพุฒิภูมิ ทองประเสริฐ” เกษตรกรวัย 49 ปีกันดูบ้าง หนุ่มใหญ่รายนี้ ปลูกส่งสหกรณ์ฯมา5-6 ปีแล้ว ในพื้นที่ 10 ไร่ ที่บ้านท่าทุ่งแฝก ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง สมัยก่อนเขาปลูกมะนาวและพืชล้มลุกอย่างอื่นมา อาทิ แตงและถั่ว แต่เจอปัญหาเพลี้ยไฟ ไรแดง และเป็นพืชที่ต้องใช้สารเคมี ทำให้สุขภาพแย่ เมื่อสหกรณ์ฯมาแนะนำให้ปลูกกล้วย และเห็นว่าสหกรณ์เป็นผู้มารับซื้อในราคาประกัน จึงสนใจและปลูกเรื่อยมาโดยปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี ทำให้เขามีรายได้หลังค่าใช้จ่ายปีละ 3แสนกว่าบาท มากกว่าตอนปลูกมะนาวเสียอีก แถมสุขภาพยังดีไม่เจ็บไม่ป่วยเหมือนที่ผ่านมา

คุณพุฒิภูมิ ซึ่งแม้จะเรียนจบแค่ป.6 แต่ประสบการณ์ในอาชีพเกษตรกรอยู่ในระดับขั้นเทพ เล่าถึงการปลูกกล้วยหอมทองว่า ก่อนปลูกกล้วยทิ้งแปลงไว้1-2 เดือน เพื่อฆ่าเชื้อโรค มีการเตรียมดิน ขุดร่อง ตีหลุมให้กว้าง สัก 50 เซนติเมตร(ซม.) ลึก 30 ซม. ห่าง 2คูณ 2 เมตร พร้อมกันนั้นคัดหน่อพันธุ์ที่สมบูรณ์ หน่อจะต้องหนักประมาณ 2-3 ก.ก. ตอนแรกซื้อมาหน่อละ 4 บาท ให้น้ำ 5-7 วันต่อครั้ง ไม่ได้ฉีดยาฆ่าหญ้า ดูแลด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์ โดยให้ปุ๋ยเดือนละครั้ง

ต้องตัดแต่งใบ-หน่อ

ที่สำคัญต้องตกแต่งใบตลอดหลังจากออกเครือแล้ว แต่ละต้นควรเหลือใบไว้7-9 ใบ เพราะถ้ามีใบเยอะจะทำให้รกรุงรัง และใบจะไปสีกับลูกกล้วย ทำให้เกิดจุดด่างดำ ไม่สวย และทำให้สวนไม่โปร่ง อีกทั้งถ้าทิ้งให้ใบเหลืองแห้งจะทำให้เกิดโรคเชื้อราและเกิดปัญหาแมลง

“พอดีพี่ชายผมเลี้ยงวัวก็นำขี้วัวมาใส่ ปลูกกล้วยหอมทองต้องตัดแต่งใบ อาหารจะได้ไปเลี้ยงลูกได้สมบูรณ์ ปัญหาหนึ่งของกล้วยคือ เจอเพลี้ยแป้ง ถ้าระบาดมากต้องตัดใบทิ้ง ซึ่งมักจะเกิดปัญหาช่วงหมดฝน หน้าฝนไม่ค่อยระบาด และเมื่อกล้วยออกหน่อจะต้องตกแต่งหน่อให้เหลือเพียงหน่อเดียว เพื่อไม่ให้ไปแย่งอาหารของกล้วย บางต้นอาจจะเหลือสองหน่อกรณีที่สมบูรณ์จริงๆ ปกติจะเหลือแค่หน่อเดียว เพื่อใช้เป็นพันธุ์ต่อไป”คุณพุฒิภูมิกล่าวและว่า จะต้องมีการพรวนดิน และถากหญ้าพร้อมกันไปด้วย ปกติปุ๋ยซื้อเป็นลูกๆละ 50 ก.ก. ใช้ 10 ลูกต่อ 2 ไร่ ไร่หนึ่งใช้ประมาณ 200 ก.ก. ราคาลูกละไม่เกิน 500 บาท

ในการปลูกกล้วยหอมทองนี้คุณพุฒิภูมิระบุว่า กล้วยเครือหนึ่งหลักมีประมาณ 7 หวี เฉลี่ยหวีละ 14 ลูก เครือหนึ่งๆหนัก12-15 ก.ก. ขายให้สหกรณ์ฯก.ก.ละ 13 บาท คิดต้นทุนตกไร่ละ 2-3 หมื่น ได้กำไรไร่ละ 3-5 หมื่นบาท โดยปีแรกเป็นการลงทุนที่มากหน่อยเพราะต้องซื้อหน่อ ซึ่งแม้การปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีผลผลิตจะได้ไม่มาก แต่ถือว่าคุ้มค่าเพราะต้นทุนต่ำกว่า สุขภาพร่างกายแข็งแรง อย่างไรก็ตามช่วงที่กล้วยยังไม่ให้ผลผลิตก็ปลูกพืชอื่นเสริมอย่างถั่วพู เพื่อให้มีรายได้เสริมตลอด

สวนกล้วยของคุณพุฒิภูมิที่สื่อมวลชนไปเยี่ยมชมนั้นมีพื้นที่ 6ไร่ ส่วนอีก 4 ไร่ของเขากระจายไปในหลายแปลง ใครไปเห็นต่างเอ่ยปากชมสวนที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแห่งนี้ ซึ่งเจ้าตัวให้เหตุผลว่า สวนกล้วยที่ดีจะต้องโปร่งให้มีแสงแดดผ่าน

วันที่ไปนั้นเป็นวันเดียวกับที่ทางเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯมาตัดกล้วยพอดี สังเกตเห็นชัดว่ากล้วยของสวนคุณพุฒิภูมิมีขนาดใหญ่ๆใกล้เคียงกัน และแต่ละลูกแต่ละหวีผิวสวยไม่มีรอยด่างดำ ทั้งๆที่ตอนออกเครือแล้วไม่ได้นำถุงหรือภาชนะใดๆมาครอบ ส่วนหนึ่งเพราะเขาตัดแต่งใบอยู่ตลอด

นับว่าคุณพุฒิภูมิเป็นเกษตรกรปลูกกล้วยหอมทองอีกรายที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สนใจอยากไปดูสวนของเขาหรือ ไปซื้อหน่อพันธุ์ ติดต่อสอบถามได้ที่ 083-806-7875

cr. : https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_8560

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
สื่อนอกตีข่าวทั่วโลก! “เจ๊ไฝ” ไข่เจียวปู 800 สตรีทฟู้ดไทยแลนด์ขึ้นแท่น “มิชลินสตาร์”

ผู้เขียนข่าวสดออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2560 จากกรณี มิชลิน เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ ยังมีร้านอาหารริมทางได้รางวัล 1 ดาวมิชลินอยู่ 1 ร้านด้วย นั่นคือ ร้าน เจ๊ไฝ ที่เชฟเจ้าของร้านปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนและโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง AFP PHOTO / Lillian SUWANRUMPHA ล่าสุด สำนักข่าวระดับโลกอย่าง เอเอฟพี …

ชี้ทางรวย
กว่าจะมาเป็น PET MASTER บ้าน “หลังสุดท้าย” ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2560 ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย  PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น!  โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พอมันตายมักฝังในบริเวณบ้าน แต่ลองนึกถึงคนเลี้ยงกลุ่มอื่นซึ่งเขาอาจไม่มีพื้นที่ให้ฝัง การทิ้งร่างของสัตว์เลี้ยงลงถังขยะบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ …

ชี้ทางรวย
“เจ๊กตู้” สินค้าจิปาถะดีลิเวอรี่ สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร   “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์ทรงเลือกซื้อ รัชกาลที่ ๙ เคยมีพระราชดำรัสเล่าพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ว่า …