อยากเลี้ยงไก่สวยงาม มีเงินลงทุนทำโรงเรือน 1 หมื่นบาท ใช้พื้นที่หลังบ้าน 50 ตร.ว. ก็เลี้ยงได้

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนวัชรี ภูรักษาเผยแพร่วันศุกร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ.2560

คุณฐิติกรณ์ ยาวิละ หรือคุณกรณ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยใช้พื้นที่หลังบ้าน วัย 30 ปี ซึ่งทำงานประจำเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม อยู่แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ กลางทะเล และสโลแกน “กรณ์ เกษตรฟาร์ม เลี้ยงไก่สวยได้ไข่กิน ออร์แกนิกหลังบ้าน” บอกเล่าให้ฟังว่า “เรียนจบมาจากสถาบันการบินพลเรือน แผนกช่าง ทำงานอยู่สนามบินเป็นช่างเครื่องบินมาก่อนที่จะที่ได้เข้าไปทำงานเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม (RMT Lead ฐานก๊าซธรรมชาติ เอราวัณ)“

คุณฐิติกรณ์ แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้จากต่างประเทศ ตลอด 2 ปี และการทำโรงเรือนเลี้ยงไก่ ดังนี้

“ผมใช้พื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่หลังบ้าน ซึ่งเป็นบ้านของพ่อแม่ อยู่ที่จังหวัดเชียงราย ในการเลี้ยง และอาศัยพื้นที่ห้องเก็บของ เป็นสถานที่เพาะไก่แรกแรกเกิด โดยในพื้นที่หลังบ้านนี้สามารถเลี้ยงได้ทั้งไก่และเป็ด

การทำกรงเลี้ยงไก่พ่อแม่พันธุ์ ซึ่งต้องการพื้นที่มากหน่อย พื้นที่กรงประมาณ 2 คูณ 2 เมตร ทำไว้ 7-8 กรง ส่วนไก่ไซซ์เล็ก ก็จะเลี้ยงเป็นคอนโด ขนาดที่ทำก็ประมาณ 2 คูณ 4 เมตร ทำเป็นชั้นซ้อนกัน 1 ตารางเมตรต่อกรง จะได้ประมาณ 8 กรง”

สำหรับการลงทุนครั้งแรกก็จะลงทุนสองส่วน คือ ลงทุนการซื้อพ่อแม่พันธุ์ไก่มาเลี้ยง ก็ว่ากันไปตามราคาของพ่อแม่พันธุ์ว่าเท่าไหร่ แต่อย่างคุณกรณ์ ลงทุนครั้งแรกอยู่ที่ 7,000 บาท ได้ตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 4 ตัว อายุไก่ตอนได้มานั้นอายุประมาณ ปีกว่า เพราะไปซื้อต่อมาจากคนเลี้ยงไก่ที่เขาจะเลิกเลี้ยงแล้วพอดี ค่อยๆ ขยับขยายเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ

ด้านการลงทุนในการทำโรงเรือน 1 หลัง ได้กรงไก่ไข่ประมาณ 10 กว่ากรง ใช้เงินลงทุนในการซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ประมาณ 10,000 บาท โดยซื้อไม้เนื้ออ่อนมาสร้าง เพราะต้นทุนถูกกว่า การสร้างก็ใช้แรงงานของผมและคุณพ่อในการช่วยกันสร้าง คุณฐิติกรณ์บอก

“สำหรับการดูแล จึงจะต้องเอาใจใส่มากเป็นพิเศษในเรื่องของความสะอาดของสถานที่ในการเลี้ยง กรงเลี้ยงต่างๆ จะต้องมีการเปลี่ยนน้ำสำหรับไก่ทุกวัน ทำความสะอาดกรง เปลี่ยนแกรบรองพื้นรองทุกสองสัปดาห์ ควบคู่กับการให้อาหารเสริมด้วงมะพร้าวสดและยาสมุนไพร สูตรพิเศษ ที่ได้รู้จักมาจากพี่คนหนึ่งที่เขาเลี้ยงไก่ชน จึงนำเอามาลองดู ปรากฏว่าได้ผลดี เลยใช้ตลอดมา ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเพราะเป็นพื้นที่ไม่กว้างขวางมากนัก หากเกิดโรคก็จะติดต่อกันได้ง่าย ความสะอาดจึงสำคัญมาก”

หากใครที่เห็นแล้วสนใจ ก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับคุณฐิติกรณ์ ได้ที่เฟซบุ๊ก: กรณ์ เกษตรฟาร์ม หรือทางเฟซบุ๊กเพจ: ไก่ไข่สายพันธุ์แท้ By korn Kaset Fram

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_41294

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …