กินมะระ พืชรสขม มากประโยชน์ ปลูกง่าย ได้ตลอดปี 45-60 วัน ติดผล

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนพิชญาดา เจริญจิตเผยแพร่วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2560

โบราณท่านมักเปรียบเปรยถึงรสชาติอาหารที่เราได้ยินกันชินหูเสมอๆ ว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา และเชื่อแน่ว่าคนสมัยใหม่ก็คงเคยได้ยินคำโบราณที่ว่านี้กันมาบ้าง เพราะพืชผักบางชนิดที่มีรสขมมักไม่ค่อยมีใครอยากกินเอาซะเลย ยิ่งเป็นคนรุ่นใหม่สมัยนี้แล้วล่ะก้อ! มักจะร้องยี้ และแทบอ้วกกันเป็นแถว บางคนยังบอกว่า มีแต่คนแก่เท่านั้นแหละที่กินผักขมๆ แต่หารู้ไม่ว่ารสขมของผักเหล่านั้นมีสรรพคุณมากมาย ถึงแม้พืชผักที่มีรสขมจะไม่ถูกปากใครหลายๆ คน แต่ก็มากด้วยคุณค่า ซึ่งพืชรสขมเหล่านั้นนอกจากนำมากินเป็นอาหารแล้วยังเป็นยาได้อีกด้วย อาทิ ช่วยบำรุงเลือด ช่วยให้เจริญอาหาร และเป็นยาระบาย เรามาดูกันว่ามีพืชผักรสขมอะไรบ้างที่ดีต่อสุขภาพเพื่อสุขภาพ

ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินชื่ออำเภอ อำเภอหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้ๆ กรุงเทพฯ เรานี่เอง อำเภอนั้นมีชื่อว่า อำเภอผักไห่ และมีผู้สงสัยว่า…ผักไห่ นั้น มีลักษณะอย่างไร ขอบอกว่า ผักไห่ นั่นก็คือ มะระ เรานี่เอง

ก่อนจะมาถึงผักไห่ ที่เป็นชื่อเรียกของมะระในภาคกลาง ขอนำเรื่องราวของผักไห่มาเล่าให้ฟังกันก่อน

ผักไห่ เป็นชื่อของพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งประเทศในทวีปเอเชียกินเป็นผัก เพราะมีรสขม และเชื่อว่ารสขมนั้นมีส่วนสร้างให้เกิดความสมดุลของอาหาร

ชาวอินเดีย มักนำผักไห่ไปปรุงเป็นแกง ชาวศรีลังกานำไปปรุงเป็นผักดอง ส่วนชาวอินโดนีเซียนั้นใช้กินเป็นผักสด สำหรับประเทศไทยเรานิยมนำไปปรุงเป็นอาหารทั้งแกงเผ็ด แกงจืด รวมทั้งผัด และเป็นผักแนมกับน้ำพริก หรือกินคู่กับขนมจีน เป็นต้น

ผักไห่ เป็นชื่อเดิมเฉพาะท้องถิ่นในชนบทของชาวอยุธยาใช้เรียกกัน สำหรับคนทางภาคใต้โดยทั่วๆ ไปมักเรียก ลูกระ (มะระจีน) จะมีคนสงขลา บางคนเรียกว่า ผักเหย ส่วนทางภาคเหนือ เรียก มะห่อย, มะไห่, มะนอย และกะเหรี่ยงแถวแม่ฮ่องสอน เรียก สุพะชู, สุพะเด สำหรับทางภาคอีสานนิยมเรียก ผักไซ, ผักไส่ แต่ชาวภาคกลางจะเรียกผักชนิดนี้ว่า มะระ

สายพันธุ์มะระ ที่รู้จักกันทั่วไป

มะระขี้นก มีลักษณะผลป้อม เล็ก มีรสขมจัด ผิวขรุขระ เป็นหนามแหลม เนื้อบาง ปลูกง่าย ผลดก มะระขี้นก ลักษณะผลป้อม เล็ก มีรสขมจัด ผิวขรุขระ เป็นหนามแหลม เนื้อบาง ปลูกง่าย ผลดก มีความเชื่อว่ามะระขี้นกสยบโรคเอดส์ได้ มะระย่างกุ้ง ลักษณะเล็ก ยาว หัวท้ายแหลม ผลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-8 เซนติเมตร มีรสขมเพียงเล็กน้อย

ลักษณะของมะระย่างกุ้ง ลักษณะเล็ก ยาว หัวท้ายแหลม ผลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-8 เซนติเมตร มีรสขมเพียงเล็กน้อย มะระจีน ผลมีขนาดใหญ่ สีเขียวอ่อน เนื้อหนา มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-8 เซนติเมตร มีรสขมเพียงเล็กน้อย (นิยมปลูกเป็นการค้า เพราะตลาดผู้บริโภคมีมาก)

มะระที่นิยมของผู้บริโภคและเป็นที่ต้องการของตลาดคือ มะระจีน เพราะมีรสชาติดี (ไม่ขมมาก) เนื้อหนา ผลใหญ่ มะระสองพี่น้อง คือมะระที่กลายพันธุ์ไปจากมะระจีน ลักษณะผลจึงเหมือนมะระจีน เพียงแต่มีผลเล็กกว่า

ผักรสขมอีกชนิดหนึ่งที่ผู้เขียนได้พบในพื้นที่ทางภาคใต้ ส่วนมากชาวบ้านมักจะเรียกว่า ยอดแหมะ ผักแมะ หรือยอดยอง จากการสอบถามคนพื้นบ้านเขาบอกว่า มันก็คือ ยอดมะระขี้นกนั่นแหล่ะ ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ บางคนนำมาปลูกเป็นผักสวนครัว ยอดอ่อนและผลอ่อนลวกกะทิจิ้มน้ำพริก หรือนำไปแกงเลียง แกงกะทิ แกงเผ็ด และผัดน้ำมัน (คนใต้จะนิยมกินมาก รสชาติจะออกขมนิดๆ แต่น้อยกว่ามะระขี้นก หรือผักไซ ของคนอีสาน)

สำหรับมะระที่นิยมของผู้บริโภคและเป็นที่ต้องการของตลาดคือ มะระจีน เพราะมีรสชาติดี (ไม่ขมมาก) เนื้อหนา ผลใหญ่ ส่วนมะระที่มีรสขมมากๆ อย่าง มะระขี้นก ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยลดไขมัน และลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้

ประโยชน์ และสรรพคุณของมะระ

มะระ มีคุณสมบัติในการรักษาโรค คือช่วยลดน้ำตาลในเลือด แก้เบาหวาน เป็นยาถ่ายระบายท้อง ลดความอ้วน แก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ทำให้ตาสว่าง แก้เสมหะกำเริบ ระงับเสมหะ ขับพยาธิ แก้บิด รักษาโรคเลือด แก้โลหิตจาง แก้หืด แก้หลอดลมอักเสบ รักษาแผลเรื้อรัง แก้อาการคันตามผิวหนัง รักษาชันนะตุ (หนังศีรษะเป็นเม็ด) ผด ผื่น คัน แก้พิษบิด ถ่ายเป็นเลือด บำบัดโรคแผลฝีบวมอักเสบ และปวดฟัน และเชื่อว่า มะระขี้นกเป็นสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคเอดส์ได้

เมนูง่ายๆ ใครๆ ก็ทำเป็น มะระผัดไข่

ตำรายาที่ใช้มะระ

ผลสดๆ มาคั้นเป็นน้ำดื่ม สรรพคุณช่วยฟอกเลือดและกระตุ้นการทำงานของตับ ลดน้ำตาลในเลือดและเพิ่มอินซูลินตามธรรมชาติให้กับร่างกาย (เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานอย่างยิ่ง)

แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ใช้มะระจีน 1 ผล ขูดไส้ในออก หั่นฝอย ต้มน้ำดื่ม

แก้บิดปวดท้อง ถ่ายเป็นเมือก นำรากสดหนักสี่บาท ต้มกับน้ำตาลกรวด หนักสี่บาทเท่ากัน ดื่มแทนน้ำ (1 บาท จะเท่ากับ 15 กรัม)

แก้ฝีบวมอักเสบระบม ใช้ใบสดตำ คั้นเอาน้ำทาที่ฝี และใช้ใบแห้งบดผสมเป็นผงชงเหล้าดื่มตามต่างหาก

แก้ปวดฟัน ใช้รากสดตำพอก

แผลคัน ใช้ผลแห้งบดเป็นผงโรยที่คัน

สำหรับในต่างประเทศนิยมใช้มะระเป็นยาเช่นกัน ในฟิลิปปินส์ เปอร์โตริโก และศรีลังกา ใช้มะระรักษาโรคเบาหวาน แพทย์จีนเชื่อว่ามะระนั้นมีรสเย็น ใช้ขับพิษ ฟอกเลือด บำรุงตับ บำรุงสายตา และผิวหนัง ยังมีแม่บ้านชาวจีนนำมะระมาปรุงเป็นอาหารเพื่อขจัดสิวได้อีกด้วย

มะระใช้เป็นผักแนมกับน้ำพริก หรือกินคู่กับขนมจีน

วิธีปลูกมะระ

มะระ เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นเถาเลื้อย ชอบพันขึ้นบนต้นไม้อื่น หรือร้านที่ทำไว้ ลำต้นมีขนนุ่มๆ สั้นๆ มีมือเกาะ ใบเดี่ยว ดอกเดี่ยว มะระมีอายุสั้นเพียงแค่ปีเดียว แต่สามารถปลูกได้ตลอดปี มะระจะให้ผลผลิตมากในหน้าหนาว หากจะปลูกมะระในหน้าร้อนควรนำเมล็ดไปแช่น้ำก่อนปลูก ประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าปลูกในฤดูฝนควรเพาะเมล็ดให้งอกเสียก่อนเพื่อป้องกันเมล็ดเน่า หากฝนตกชุกต้องทำทางระบายน้ำ อย่าให้น้ำขังในแปลงปลูก เพราะจะทำให้ต้นเน่าตาย

มะระชอบขึ้นในดินร่วนซุย ก่อนปลูกจึงต้องพรวนดินให้ร่วนเสียก่อน และผสมด้วยปุ๋ยคอก เมื่อเตรียมดินเรียบร้อยแล้ว นำเมล็ดมะระไปหยอดลงหลุม หลุมละ 3-4 เมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง เมื่อต้นโตขึ้นให้คัดถอนทิ้งออกบ้างให้เหลือต้นที่แข็งแรงไว้ หลุมละ 2 ต้น ก็พอ หมั่นพรวนดิน จนยอดไต่ค้างแล้วจึงหยุดพรวนดิน ทิ้งระยะประมาณ 45-60 วัน มะระจะติดผล ลูกมะระในช่วงระยะแรกๆ จะสมบูรณ์และมีลูกใหญ่

 

ที่มา เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_19268

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …