“ส้มเช้ง ดำเนินสะดวก” รสชาติหวานฉ่ำ คนปลูกน้อย ช่วงเทศกาลฟันกำไรงาม

เกษตรกรยุคใหม่

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ผู้เขียนณัฐวิตรา แตงงามเผยแพร่วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2560

ส้มเช้ง หรือ ส้มตรา เป็นพืชพื้นเมืองของจีน มีเปลือกหนา ผิวขรุขระ ผลกลม เมื่อผลอ่อนเปลือกจะมีสีเขียวเข้ม พอสุกเปลือกจะมีสีเขียวอ่อนอมเหลือง เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน ฉ่ำน้ำ นิยมใช้ไหว้ในเทศกาลต่างๆ อย่างเทศกาลสารทจีน เทศกาลไหว้พระจันทร์

ปัจจุบัน การปลูกส้มเช้งลดน้อยถอยลง ถึงแม้จะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติดี ในตำบลประสาทสิทธิ์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี มีเกษตรกรที่ปลูกส้มเช้งอยู่ 2 แปลงใหญ่ๆ หนึ่งในนั้นก็คือ คุณฉัตรชัย จันทนะโสด เจ้าของสวนส้มเช้ง พื้นที่ประมาณ 12 ไร่

คุณฉัตรชัย จันทนะโสด

คุณฉัตรชัย โตมากับการทำสวน เริ่มแรกที่สวนปลูกมะนาว องุ่น ปัจจุบัน ก็หันมาปลูกส้มเช้ง ถามถึงเหตุผลที่หันมาปลูกส้มเช้ง คุณฉัตรชัย บอกว่า คนนิยมปลูกกันน้อย จนใกล้จะสูญพันธุ์ จึงอยากจะปลูกเพื่ออนุรักษ์ไว้

ลักษณะของส้มเช้ง มี 2 ประเภท คือ พันธุ์ใบใหญ่ กับใบเล็ก แต่ที่สวนของคุณฉัตรชัยปลูกพันธุ์ใบเล็ก มีการขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง คล้ายๆ กับการปลูกมะนาว พื้นที่ในการปลูกระยะห่างระหว่างต้นกับแถว จะอยู่ที่ประมาณ 8 ศอก เพราะเป็นพื้นที่ที่เคยปลูกองุ่นมาก่อน

ดูแลตั้งแต่เริ่มปลูกจนเก็บเกี่ยว

ตั้งแต่เริ่มปลูกส้มเช้ง ใช้เวลาประมาณ 3 ปี ก็จะมีผลออกมาให้ได้เก็บเกี่ยว และผลผลิตที่ได้จะอยู่ที่ ประมาณ 30,000 กิโลกรัม ของพื้นที่ 12 ไร่ หรือต่อต้นก็จะอยู่ที่กว่า 100 กิโลกรัม ส่วนใหญ่ที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตจะเป็นในช่วงเทศกาลไหว้ต่างๆ แล้วก็จะมีการทยอยเก็บผลเรื่อยๆ เก็บหนักอีกทีก็จะช่วงลอยกระทง

ก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิตในแต่ละครั้ง จะไม่มีการใส่ปุ๋ย เพราะจะทำให้ต้นมีปัญหา มีการบำรุงตั้งแต่ต้นยังเล็ก วิธีการเก็บเกี่ยวก็จะดูที่สีของเปลือก ถ้าสีออกเขียวอมเหลืองนิดๆ ก็เก็บผลได้แล้ว เพราะส้มจะมีรสชาติหวาน ยิ่งเหลืองมากจะยิ่งหวานฉ่ำ

ลักษณะการปลูก

หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็จะมีการดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ย ฉีดยาตามปกติ แต่ก็จะมีการใช้ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยชีวภาพ มูลสัตว์ ขึ้นอยู่กับสถาพของต้น ปุ๋ยมูลสัตว์ที่ใช้ก็จะมีขี้วัว ขี้นกกระทา หรือขี้ค้างคาว บางครั้งก็มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ในแต่ละปุ๋ยมีปริมาณการใส่ที่ไม่เท่ากัน อย่าง ปุ๋ยขี้วัว ใส่ประมาณ 800 กระสอบ ต่อพื้นที่ 12 ไร่ ปุ๋ยเคมี ใส่อยู่ประมาณ 350-400 กิโลกรัม

ใน 1 ปี จะมีการใส่ปุ๋ยทุกๆ 45 วัน ต่อ 1 ครั้ง แต่หลังจากเก็บผลใหม่ๆ คุณฉัตรชัยจะใส่ปุ๋ยยืนพื้น สูตร 12-12-17 ที่เป็นปุ๋ยเร่งลูก เร่งดอก และต้องสังเกตสภาพดินในการเลือกใส่ปุ๋ยทุกครั้ง

โรคและแมลง ดูแลกำจัดได้

นอกจากจะต้องดูแลในเรื่องการให้ปุ๋ยให้น้ำแล้ว ก็ยังมีโรคและแมลงที่จะต้องดูแล กำจัดออก เพื่อไม่ให้มาทำลายผลผลิต ซึ่งในการปลูกส้มเช้งโรคที่พบจะเป็นแคงเกอร์ เพลี้ยหอย แมลง มีการกำจัดโดยใช้ยาฉีดทั่วไป พวกเพลี้ยไฟจะสังเกตตามยอดอ่อนๆ ถ้ายอดอ่อนไหนมีตัว ลักษณะของใบจะหงิก ไม่สวย ส่วนหนอนชอนใบ กำจัดโดยใช้ยาพื้นๆ ฉีดคลุมเป็นประจำ

แม่ค้า เจ้าประจำรับซื้อ

ส้มเช้ง มีขนาดที่หลากหลาย ทั้งเล็ก กลาง และใหญ่ จึงมีการแบ่งเกรดเพื่อจะนำไปขาย แต่ในสวนของคุณฉัตรชัยจะมีแม่ค้าที่เป็นเจ้าประจำมาคัดเองจากสวน คุณฉัตรชัย เล่าว่า “เป็นแม่ค้าที่ซื้อขายกันมาตั้งแต่รุ่นแม่ ผมเห็นตั้งแต่ผมยังเด็กๆ จนตอนนี้ก็ 20 กว่าปีแล้ว” ราคาที่ขายจะขึ้นอยู่กับแม่ค้าที่มารับซื้อ ถ้าผลใหญ่ แม่ค้าจะให้ราคาถึงกิโลกรัมละ 50 บาท

เจ้าของบอกว่า ต้นส้มเช้งยิ่งแก่ก็ยิ่งป่วยง่าย ต้นไม้ก็เหมือนคน ยิ่งต้นที่มีอายุเยอะ ก็จะสามารถออกผลผลิตได้น้อยลง อย่างในสวนของคุณฉัตรชัย อายุต้นมากที่สุดในสวนก็ 5 ปี จะเข้าปีที่ 6 ผลผลิตในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2560 ได้ประมาณ 10,000 กิโลกรัม แต่สิ้นปีนี้คาดว่าผลผลิตจะได้ประมาณ 20,000 กิโลกรัมเศษๆ จากที่เคยได้ถึง 30,000 กิโลกรัม ก็เพราะต้นไม่ค่อยสมบูรณ์ มีอายุมากแล้ว

เลือกอย่างไร ให้อร่อย

วิธีเลือก ถ้าคนที่ซื้อไปไหว้จะเน้นขนาดลูกที่ใหญ่ แต่ถ้าเลือกไว้รับประทาน ควรเลือกที่มีขนาดลูกกลางๆ บีบเปลือกแล้วนิ่มมือ ไม่แข็ง มีสีเขียวอมเหลืองนิดๆ จะมีรสชาติหวานกำลังดี

ส้มเช้ง เป็นพืชที่น่าสนใจอย่างหนึ่งสำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นการทำเกษตร ปลูกง่าย ใช้เวลาไม่นาน ไม่เปลืองแรงงาน เราสามารถดูแลเองได้ พื้นที่ที่ปลูกก็มีในหลายจังหวัด อย่าง ลพบุรี กาญจนบุรี ก็สามารถปลูกได้

ถ้าหากใครสนใจ ส้มเช้ง จากสวนของ คุณฉัตรชัย จันทนะโสด ติดต่อได้ที่โทร. (081) 019-3364 หรือสะดวกเดินทางไปได้ที่ บ้านเลขที่ 114/1 หมู่ที่ 3 ตำบลประสาทสิทธิ์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แนะนำว่าให้โทร.ไปสอบถามที่สวนของคุณฉัตรชัย ว่ามีพอขายให้หรือเปล่า จะได้ไปไม่เสียเที่ยว หรืออยากได้กิ่งเพื่อนำไปปลูก ก็สอบถามแหล่งขายได้จากคุณฉัตรชัย ยินดีให้คำแนะนำ

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_48484

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …