เมื่อ “หญ้า” กลายมาเป็นไม้ประดับ มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองข้ามแค่นี้ก็สร้างธุรกิจได้

เกษตรกรยุคใหม่

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2560

พูดถึง ต้นหญ้า หลายคนจะมองว่าเป็นพืชทีไร้ค่าไม่มีประโยชน์ สร้างความรกรุงรังใครเจอก็มักจะถอนทิ้งด้วยความฝังใจ แต่ในปัจจุบัน ต้นหญ้า ที่เห็นอยู่ทั่วๆไปนั้น ถูกหยิบขึ้นมาใช้งาน สร้างคุณประโยชน์และคุณค่า

คุณสาธิต พุทธวรรักษ์ ผู้ที่หลงใหลและมีความรักในธรรมชาติ ชอบปลูกต้นไม้มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังเรียนจบจึงออกมาประกอบธุรกิจเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับร่วมกับเพื่อน

คุณสาธิต เล่าให้ฟังว่า หญ้าประดับ คือ หญ้าที่นำมาจัดสวน มีทรงพุ่มสวยงาม ใบเป็นเส้นเรียวยาว ผิวสัมผัสละเอียด ให้ความรู้สึกอ่อนช้อย เป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องตัดแต่ง ไม่ต้องดูแล ทนความร้อนและแสงแดดได้ดี

“สมัยเรียนเพื่อนๆ ที่เรียนมาด้วยกันส่วนใหญ่จะมีธุรกิจรองรับเมื่อเรียนจบ ผมจึงคิดหาธุรกิจทำ ซึ่งการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเกษตรเป็นอะไรที่ลงทุนน้อย มีเนื้อที่อยู่ส่วนหนึ่งจึงมาปรับปรุงใช้เป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกจำหน่ายทำมาได้ระยะหนึ่งเริ่มอิ่มตัว จึงเริ่มหาไม้ใหม่ๆ ที่อยู่ได้นานกว่าไม้ดอกไม้ประดับเข้ามาปลูก และการศึกษาดูงานในต่างประเทศบวกกับการศึกษาผ่านระบบโซเชียลต่างๆ ที่มีการนำต้นหญ้านานาชนิดมาเป็นส่วนประกอบในการจัดสวนได้อย่างลงตัว จึงมีความรู้สึกแปลกและตระการตาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในบ้านเรายังไม่มีใครที่นำมาสร้างทำเป็นธุรกิจ และด้วยความอยากได้จึงหันมาปลูกเอง”

สร้างมิติใหม่ให้สวน ด้วยหญ้าประดับ

คุณสาธิต เริ่มเก็บสะสมหญ้าที่หาเก็บได้ตามท้องถนนมาทดลองปลูก โดยเฉพาะหญ้าแดง ซึ่งในระยะเริ่มต้นไม่มีตลาดรองรับ จนกระทั่งกลุ่มธุรกิจผู้รับเหมาจัดสวนตามโครงการบ้านจัดสรรต่างๆ เริ่มรู้และเข้ามาเป็นลูกค้าสั่งชื้อเพื่อนำไปปลูกประดับตามสวนต่างๆ หน้าโครงการและหมู่บ้านสร้างความโดดเด่นโดยเฉพาะสีแดงจนกลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น

“หลังจากปลูกหญ้าแดงจำหน่ายได้ประมาณ 2 ปี มีคนใช้เยอะ ทำให้ธุรกิจการปลูกหญ้าประดับมีคนหันมาให้ความสนใจและจับเป็นอาชีพมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลทำให้เราขายไม่ดีเท่ากับช่วงแรก อีกทั้งประกอบกับต้นหญ้ามีการเจริญเติบโตเร็ว เมื่อไม่ได้ขยายกระถางหรือขายออกไปจะทำให้ต้นหญ้าเริ่มโทรม จากหญ้าแดงก็เปลี่ยนมาปลูกน้ำพุ ทำอยู่ประมาณ 1 ปี ก็ประสบกับปัญหามีผู้ผลิตมากกว่าปริมาณความต้องการของตลาด แต่อย่างไรก็ตาม เป็นการดีที่คนเข้าใจและเริ่มรู้ว่าหญ้าสามารถปลูกและนำมาจัดสวนได้จากหญ้าแดงและหญ้าน้ำพุที่ปลูกจำหน่ายซึ่งคนเริ่มให้ความสนใจ ผมจึงมองว่าหญ้าตัวอื่นๆ ที่เราเก็บสะสมคัดมาปลูกจำหน่าย”

สถานที่ตั้งโล่ง แดดส่องถึง

คัดและพัฒนาพันธุ์ก่อนผลิต

คุณสาธิต เริ่มคัดสายพันธ์ุหญ้าที่มีลักษณะต้นไม่สูงกว่าและไม่เตี้ยกว่าหญ้าแดงและหญ้าน้ำพุ เพื่อเป็นการสร้างความแตกต่างในการนำไปจัดสวน อาทิเช่น ลักษณะดอกและใบจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เพราะเมื่อปลูกไปนานๆ ต้นหญ้าจะไม่มีดอกตลอดทั้งปี เหลือแต่ใบแต่เขาก็ยังคงความสวยงามอยู่

“หญ้าทุกสายพันธุ์ที่นำมาเพาะจำหน่าย ผมจะทำการทดลองดูคุณสมบัติทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการนำไปใช้การนำไปจัดสวนได้ ไหลหรือหน่อจะต้องไม่วิ่งไปไกล เมล็ดจะต้องงอกได้ยากหรืองอกได้แต่ต้องงอกพร้อมกันทั้งหมดไปไม่แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อง่ายต่อการจัดการดูแล ซึ่งส่วนใหญ่จะมีทั้งที่นำเข้าและหาได้ในประเทศ ทดลองจนกระทั้งแน่ใจว่าไม่แสดงตัวว่าเป็นวัชพืช โดยใช้ระยะเวลาทดลองหลายปีกว่าจะได้หญ้าแต่ละสายพันธุ์ที่การันตรีคุณภาพออกมาก่อนนำไปเสนอขายให้กับลูกค้า”

 

ขยายพันธุ์สร้างมูลค่า จำหน่ายตามออเดอร์

แม้ว่าหญ้าจะมีข้อดีในแง่ของการปลูกเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นดาบสองคมเพราะพืชเหล่านี้หากไม่มีการนำมาใช้ที่ดีก็จะส่งผลเสียในแง่ของการกระจายพันธุ์อย่างรวดเร็วจนทำลายพืชปลูกหลักได้ ซึ่งโดยทั่วไปนั้นหญ้าสามารถขยายพันธุ์และขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่สำหรับหญ้าน้ำพุหรือหญ้าประดับที่คุณสาธิตได้ทำการทดลองคัดสายพันธุ์นั้น ในสภาพธรรมชาติทั่วไปจะขึ้นได้ยาก ต้องนำมาเพาะ ซึ่งการขยายพันธุ์จะไม่นิยมเพาะเมล็ด เนื่องจากมีแนวโน้มเกิดการกลายพันธุ์ ปรับสภาพสามารถเจริญเติบโตในธรรมชาติได้ จะใช้วิธีการผ่าหน่อในการเพาะขยายพันธ์เท่านั้น

สำหรับการขยายพันธุ์คุณสาธิตจะใช้วิธีการผ่าหน่อปักชำและเพาะเมล็ดเพื่อหวังผลทางการกลายพันธุ์ โดยต้นหญ้าที่จะนำมาเป็นแม่พันธุ์จะต้องมีความสมบูรณ์ ซึ่งในที่นี่คือเริ่มออกดอกหรือหลังออกดอกแล้วตัดแต่งกิ่งให้แตกกอใหม่ก่อนทำการผ่าหน่อ ซึ่งบางชนิดเป็นพันธุ์เบา 1-2 เดือน บางชนิดเป็นพันธุ์หนัก 3-4 เดือน แต่อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ก่อนออกดอกจะได้ผลดีที่สุด

ส่วนขั้นตอนการขยายพันธุ์ คุณสาธิต บอกว่า นำต้นพันธ์ที่ได้จากการผ่าหนอจะก่อนหรือหลังออกดอกมาปลูกลงกระถาง 6 นิ้ว เว้นแต่ว่าต้นใหญ่จะใช้กระถาง 8 นิ้ว กลบด้วยวัสดุปลูกที่เป็นดินผสมทั่วไป นำไปตั้งทิ้งไว้กลางแดด ประมาณ 1-3 เดือน แต่ะจะมีหญ้าบางชนิดที่ต้องอยู่ในร่ม (แดด 50 เปอร์เซ็นต์)

การให้น้ำการดูแลรักษา จะไม่แตกต่างจากไม้ทั่วไป แห้งหรือแฉะมากไปก็จะตาย แต่ที่สำคัญแต่ละแปลงแดดจะต้องเหมาะสมกับชนิดหญ้า

“คุณสมบัติของหญ้า ปลูกต้นเดียวก็เก๋ ปลูกต้นเดียวก็เป็นแมสก็สวย เนื่องจากว่าเป็นไม้ประดับที่มีใบเรียวเล็ก ดอกที่คล้ายกัน เมื่อนำมาปลูกเป็นซีรี่ต่อให้ปลูกอย่างไร นำมาจัดรวมกันอย่างไรก็เกิดความสวยงาม ซึ่งจะนิยมนำไปจัดสวนแนวโมเดิร์น สวนอังกฤษ จะเข้ากับสถานที่และสถาปัตยกรรมที่เป็นเส้นตรงได้อย่างลงตัว ไม่โดดเด่นกว่าสถาปัตยกรรม หญ้าประดับส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้น อายุการใช้งานจะยาวนาน ดังนั้นต้องการดูแล เช่นการตัดแต่ง 1 ปี ตัดแต่ง 1-2 ครั้ง แล้วแต่ละชนิด เพื่อความสวยงาม ส่วนการนำไปใช้งานในปัจจุบันคือ งานโปรเจคใหญ่ การจัดสวนตัวอย่างตามโครงการบ้านจัดสรรต่างๆ งานอีเว้นท์ หรืองานนิทรรศการสถาปัตยกรรม อาคารสำนักงาน”

ราคาจำหน่าย คุณสาธิต บอกว่า มีราคาตั้งแต่ 20-80 บาท ซึ่งถ้าหากราคาแพงกว่านั้นจะขายไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าเฉพาะ เช่น รับจัดสวน นักจัดสวนที่รู้จักกัน ซึ่งลูกค้าเหล่านี้จะไปนำเสนอให้กับลูกค้ารายย่อยอีกทีหนึ่ง

สนใจพรรณไม้สวยๆ ติดต่อ คุณสาธิต พุทธวรรักษ์ ตำบลดอนกระเบือง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โทรศัพท์ 08-1618-6356 หรือแวะเวียนไปเยี่ยมชมร้านได้ที่สวนจตุจักรโครงการ 1 ในวันพุธ พฤหัสบดี เวลา 08.00 น. -18.00 น. หรือ WWW.DOCNURESY.COM

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_48092

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …