เคล็ดลับ ‘มะละกอห่มผ้า’ ที่ นครปฐมผลโต รสชาติหวาน สวนนี้ ทำเงินมากว่า 20 ปี

เกษตรกรยุคใหม่

เผยแพร่วันพฤหัสที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2559

ที่ตลาดน้ำดอนหวาย มีของกิน ผัก ผลไม้ และสินค้าอื่นๆ วางขายอยู่เป็นจำนวนมาก มะละกอจาก”สวนนายปรุง” เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อให้กับตลาดแห่งนี้

ปัจจุบันคุณปรุง ป้อมเกิด อยู่บ้านเลขที่ 45/3 หมู่ 4 ตำบลลานตากฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

คุณปรุง ปลูกมะละกอมานานกว่า 20 ปีแล้ว แรกเริ่มเดิมที แม่ค้าในตลาด มีมะละกอแขกดำรสชาติดี จึงนำผลให้คุณโสภา ภรรยานายปรุงเพื่อชิมเนื้อ แล้วก็ลองนำเมล็ดไปปลูก คุณปรุงและภรรยาชอบใจ จึงปลูกมะละกอที่แม่ค้าให้มา เมื่อมีผลผลิตเขาชิมดู ปรากฏว่าอร่อยมาก ผลผลิตที่ได้เจ้าของนำออกจำหน่าย แต่ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น

คุณสุจินต์ ป้อมเกิด

คุณปรุงไม่ย่อท้อ พยายามปลูกรุ่นใหม่ เมื่อมีผลผลิตก็นำออกทดลองตลาดอีก ระยะหลังๆราคากระเตื้องขึ้น ทุกวันนี้ เท่าที่ทราบ คุณปรุงขายมะละกอจากสวนได้ราคาดีที่สุดในประเทศไทย คือกิโลกรัมละ 25-30 บาทมีบวกลบบ้างเล็กน้อย

มะละกอที่ปลูกอยู่เป็นสายพันธุ์แขกดำ เจ้าของได้คัดพันธุ์ โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากดูที่ผลมีความยาวพอประมาณ โคนผลเล็ก ตรงกลางใหญ่ ปลายเรียว แต่ไม่แหลมจนเกินไป ปลายควรทู่พอสมควร ผิวผลสวย ขนาด 1.5-2 กิโลกรัมต่อผล นี่เป็นลักษณะภายนอก เมื่อผ่าผลสีเนื้อต้องแดง สำคัญที่สุดรสชาติต้องหวาน คุณปรุงคัดพันธุ์มานานกว่า 20 ปี สามารถบอกได้เลยว่า มะละกอสวนนี้เป็น”มะละกอแขกดำสายพันธุ์นายปรุง”

คุณปรุงปลูกมะละกออยู่ริมถนนสายพุทธมณฑล-นครชัยศรี คนทั่วไปรู้จักกันดี ซึ่งเป็นละที่กับบ้านัพักอาศัย

นอกจากคุณปรุงแล้ว ปัจจุบันทายาทของเขา คุณสมจินต์ ป้อมเกิด ได้มาช่วยพ่อปลูกมะละกอ ขณะเดียวกันก็ขยายพื้นที่ออกไปไม่น้อย

คุณสมจินต์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองช่วยพ่อปลูกมะละกอตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเรียนจบก็ไปทำงานเปลี่ยนบรรยากาศอยู่ที่นวนครพักหนึ่ง เมื่อแต่งงาน จึงกลับมาหาพ่อ พร้อมลงมือปลูกมะละกออย่างจริงจัง ซึ่งรายได้นั้น ปลูกมะละกอดีกว่ามาก

คุณสมจินต์เล่าถึงการปลูกมะละกอว่า เมื่อได้เมล็ดจากผลสุก นำมาล้างน้ำเอาเมือกที่หุ้มเมล็ดออก ผึ่งลมในสภาพห้อง 2-3 คืน แล้วคลุกยากันรา จึงห่อด้วยผ้าที่ชุบน้ำ เป็นเวลา 4 คืน ทุกวันนี้ทางสวนเพาะในถาดที่มี 60 หลุม หยอดเมล็ดลงหลุมละ 2 เมล็ด ตั้งแต่เพาะเมล็ดจนปลูกได้ใช้เวลาราวเดือนครึ่ง

ราคาเมล็ดพันธุ์ที่เจ้าของจำหน่ายอยู่ เมล็ดละ 1 บาท ต้นที่เพาะในถาด 5 บาท หากแยกลงถุงดำต้นละ 10 บาท

 

แปลงปลูกใหม่

ดินที่ปลูก เจ้าของบอกว่า ระดับน้ำควรห่างจากสันแปลงไม่น้อยกว่า 1 เมตร หากน้ำใกล้รากมะละกอเกินไป อาจเหี่ยวเฉาได้ มะละกอต้องการความชื้น แต่ไม่ชอบดินแฉะ วิธีเตรียมดิน ใช้รถตีดิน เป็นการพรวนดินนั่นเอง

เกษตรกรรายนี้ ปลูกมะละกอโดยใช้ระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 2 เมตร

ใน 1 หลุม ปลูกมะละกอ 2 ต้น เมื่อมีดอกก็คัดเพศ

เพาะกล้าในถาดหลุม

ดอกที่มีลักษณะรูปขวดเรียวๆ เหมือนขวดเหล้า เป็นดอกกระเทย ผลออกมายาว เป็นที่ต้องการของผู้ปลูก

ต้นที่ดอกเหมือนดอกบัวตูม เป็นต้นตัวเมีย ผลที่ออกมาอ้วนป้อม ขายไม่ได้ เจ้าของจะตัดทิ้ง

ใน 1 หลุม มี 2 ต้น เมื่อพบว่ามีดอกกระเทยทั้งสองต้น ตัดทิ้งต้นหนึ่ง หากพบว่ามีดอกกระเทยและดอกตัวเมีย ตัดต้นตัวเมียทิ้ง แต่หากพบว่า มีเป็นต้นตัวเมียทั้งคู่ ตัดทิ้งทั้งคู่แล้วปลูกใหม่ ในระยะเวลา 3 เดือน เจ้าของบอกว่า เร่งให้ทันกันได้ แต่หากช้ากว่านั้น เจ้าของบอกว่าไม่ทัน

เรื่องการดูแลรักษา หน้าแล้งเจ้าของรดน้ำให้วันเว้นวัน

ปุ๋ย ต้นเล้กๆใส่สูตร 25-7-7 ปริมาณขนาด 1 ช้อนกาแฟทุกๆ 7 วัน เมื่อมีผลใส่สูตร 8-24-24 เดือนละครั้ง ต้นละ 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อเก็บผลผลิตใส่สูตร 13-13-21 จำนวน 2 ครั้งต่อเดือน ส่วนปุ๋ยคอก ใส่ขี้ไก่ ช่วงที่ยังไม่เก็บผลผลิต เมื่อมีผลผลิตใส่ขี้ค้างคาว ช่วยให้เนื้อมีคุณภาพดี รสชาติหวาน ข้อควรพิจารณาในการใส่ปุ๋ย หากต้นมะละกอใบยังเขียวเข้มอยู่ แสดงว่าอาหารยังมีมาก อาจจะลดปริมาณปุ๋ยลง หากผลผลิตดก ใบไม่สมบูรณ์ อาจจะเพิ่มปุ๋ยให้มากขึ้น

โรคมะละกอที่น่ากลัวมาก คือโรคใบด่างวงแหวน ไม่มีทางรักษา เพียงแต่ป้องกัน โดยป้องกันแมลงที่เป็นพาหะ หากพบว่ามะละกอเป็นโรคต้องรีบตัดทิ้ง ห้ามเสียดายเป็นอันขาด

คุณปรุงและลูกชาย ปลูกมะละกอแล้วห่มผ้าให้ที่ผลมะละกอ โดยใช้ผ้าซับในกระโปรง สีขาว(ยังไม่เคยใช้ ซื้อมาใหม่) ห่อรอบบริเวณที่ติดผล ผ้าที่ห่อหรือห่มให้ ช่วยป้องกันแมลงได้ส่วนหนึ่ง ทำให้คุณภาพของผลผลิตดีขึ้น ป้องกันแสงแดดที่ร้อนจัดทำลายผิวผล

ห่อหรือห่มผ้าให้ อาจจะบังเฉพาะส่วนที่ถูกแสงแดด

หลังปลูก 8 เดือน เริ่มเก็บผลผลิตได้ เจ้าของเก็บอยู่ได้นาน 14 เดือน เท่ากับว่าตั้งแต่ปลูกจนตัดต้นทิ้งแล้วปลูกใหม่ ใช้เวลา 22 เดือน ระยะเวลาที่เก็บผลผลิตอยู่ 14 เดือน เจ้าของบอกว่า น้ำหนักผลผลิตที่สมบูรณ์จำหน่ายได้ราคาดี มีราว 100 กิโลกรัมต่อ 14 เดือนต่อต้น

“จุดเด่น หากสมบูรณ์ดีเนื้อสีแดงเข้ม รสชาติหวานมีเค็มนิดๆ เนื้อกรอบเมื่อไม่สุกจัด เนื้อไม่นิ่มไม่เละเมื่อสุกมาก เมื่อก่อนการขาย คัดเล็ก กลาง ใหญ่ ผลขนาดเล็กขายได้ราคาดีกว่า ทุกวันนี้ บางครั้งขายคละกันไป ราคาเคยขายจากสวนสูงสุด 30-35 บาท เฉลี่ยอยู่ที่ 25 บาทต่อกิโลกรัม ตลาดห้างเดอะมอลล์มาซื้อ แม่ค้าที่อตก.ซื้อไปขาย เขาได้ชิม จึงมาติดต่อซื้อ ที่อื่นมีศาลายา ตลาดน้ำดอนหวาย นครชัยศรี”

คุณสมจินต์บอก และให้แนวคิดอืกว่า

“มะละกอคนหนึ่งดูแลได้ 5 ไร่ 2 คน 10 ไร่ คนนำออกไปปลูกนอกเขต รสชาติไม่ดีนัก รายได้ดีกว่าที่เคยทำงานอยู่ คนอยู่ถิ่นอื่น อย่างนครสวรรค์ ลพบุรี อยากปลูก เมื่อมีผลผลิตต้องนำออกเผยแพร่ ให้เขาชิม ต้องทำผลผลิตให้มีคุณภาพ การรักษาคุณภาพต้องดูผิวผล เก็บอย่างนุ่มนวล ใช้จำปาสอย ผลผลิตห่อด้วยโฟม”

คุณขันนาค ดวงสร้อยทอง แม่ค้าขายผลไม้อยู่ที่ตลาดนครชัยศรี ขายมะละกอของคุณปรุงมากว่า 10 ปีแล้ว

“มะละกอของนายปรุงเนื้อแน่น หวาน ซื้อมาอาทิตย์ละ 2 ครั้ง จันทร์และพฤหัสฯ ครั้งละ 100 กิโลกรัม ขายหมด คนนิยมมาก”คุณขันนาคบอก

ผลผ่ามะละกอนายปรุง

ดูราคามะละกอที่เกษตรกรรายนี้ขายได้แล้ว น่าสนใจมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปลูกได้ง่ายๆ ปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยต้องใส่ให้มาก สวนคุณปรุงและลูกชายได้เปรียบถิ่นอื่น เพราะดินเหนียว มีธาตุอาหาร โดยเฉพาะโปแตสเซี่ยมสูง ช่วยเพิ่มความหวาน

ติดต่อคุณปรุง ป้อมเกิดที่ โทร.089-5471807

คุณสมจินต์ ป้อมเกิด โทร.085-4092662

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_19912

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …