คนปากช่อง เลี้ยงโคเนื้อใช้พื้นที่น้อย อาชีพเสริมทำรายได้หลักแสนต่อปี

เกษตรกรยุคใหม่

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ผู้เขียนสุรเดช สดคมขำเผยแพร่วันพฤหัสที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2560

จากอดีตคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเลี้ยงโคเนื้อจะต้องมีพื้นที่บริเวณบ้านกว้างขวางพอสมควร เพื่อให้การเลี้ยงสัตว์อยู่ในทุ่งหญ้า ให้สัตว์ได้เดินเล่น จึงทำให้คนส่วนใหญ่มองว่าการทำปศุสัตว์โดยเฉพาะการเลี้ยงโค เป็นเรื่องที่ไกลตัวสามารถทำได้ยาก จึงได้ไม่ให้ความสนใจกับการเลี้ยงโคมากนัก

ซึ่งในปัจจุบันการเลี้ยงโคได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับพื้นที่มากขึ้น เช่น ในบริเวณบ้านมีพื้นที่ไม่มากก็สามารถเลี้ยงให้ประสบผลสำเร็จได้หากมีการจัดการที่ดี และที่สำคัญสามารถเป็นอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกด้วย

คุณประดิษฐ์ พรมจันทึก อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 1 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการเลี้ยงโคแบบใช้พื้นที่น้อยแต่สามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อปี จึงนับว่าการเลี้ยงโคไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่หลายๆ คนมองว่ายุ่งยากในการเลี้ยงอีกต่อไป ทำให้เวลานี้ทุกคนในชุมชนได้มาทำการเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริม ทำให้ทุกครัวเรือนมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย

คุณประดิษฐ์ พรมจันทึก

มีอาชีพรับจ้างทั่วไป

คุณประดิษฐ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไปอยู่ในหมู่บ้านซึ่งสมัยก่อนยังไม่ได้มีการนำโคเข้ามาเลี้ยง ต่อมาเมื่อเก็บเงินได้จำนวนมากขึ้น พอมีเงินเป็นต้นทุนในการทำอาชีพต่อไป จึงได้นำเงินไปซื้อโคมาเลี้ยงบริเวณบ้านเพราะมองว่าน่าจะสร้างรายได้ที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้

“สมัยก่อนนั้นพ่อกับแม่ก็เลี้ยงก่อน ก็หยุดไป เพราะมองว่ามันดูเป็นเรื่องไกลตัว ที่การเลี้ยงโคต้องใช้พื้นที่เยอะ เสร็จแล้วพอเรามีเงินทุนก้อนใหม่ ก็เลยทดลองซื้อมาเลี้ยงใหม่ โดยไม่ได้คำนึงเรื่องเนื้อที่แล้วว่า ต้องใช้มากเหมือนสมัยก่อน มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ หรือไม่ถึงไร่ เราก็สามารถเลี้ยงได้ เพราะมองว่าการเลี้ยงโคน่าจะเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้ได้พอสมควร หากมีการจัดการที่ดี ผมจึงเริ่มมาเลี้ยงอย่างจริงจังประมาณปี 2557 มาเลย” คุณประดิษฐ์ บอกถึงที่มา

 

เน้นตัดหญ้าให้โคกิน ภายในโรงเรือน

ในเรื่องของการเลี้ยงโคเนื้อนั้น คุณประดิษฐ์ บอกว่า ไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพียงทำโรงเรือนให้โคได้หลบแดดหลบฝน และแบ่งพื้นที่บางส่วนให้ได้เดินเล่นภายในบริเวณใกล้โรงเรือนที่อยู่เล็กน้อย จากนั้นหาซื้อโคจากแหล่งทั่วไปที่เชื่อถือกัน เช่น จากชาวบ้านในชุมชนที่เลี้ยงมาก่อนหรืออาจจะในหมู่เพื่อนก็ได้ โดยในช่วงแรกนั้นเขาซื้อโคมาเลี้ยงประมาณ 3 ตัว

เลี้ยงแบบยืนโรงเรือน

“ช่วงแรกๆ เราเอาแบบง่ายๆ ก่อน คือซื้อตัวผู้มาเลี้ยงแล้วขุนให้โต จากนั้นก็ค่อยขาย เสร็จแล้วมองว่าแบบนี้ไม่น่าจะทำเงินได้ เพราะซื้อมาแล้วขายไป ต้นทุนก็น่าจะสูงกว่า ก็เปลี่ยนหาซื้อตัวเมีย เพื่อเลี้ยงให้เป็นแม่พันธุ์ เพราะว่าในอนาคตเราสามารถขายลูกที่ออกมาจากแม่พันธุ์ได้ จึงได้มีการซื้อแม่พันธุ์มาเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น โดยเอาตัวเมียที่มีอายุ 8-9 เดือนมาเลี้ยง มาเลี้ยงต่อให้เติบโตจนสามารถเป็นแม่พันธุ์ ก็จะได้แม่พันธุ์ที่มีอายุประมาณ 2 ปีกว่าๆ ก็สามารถผสมพันธุ์ได้” คุณประดิษฐ์ บอกถึงการเลี้ยงโค

การผสมเทียมเพื่อให้ติดลูกส่วนใหญ่ คุณประดิษฐ์ บอกว่า จะเน้นการผสมเทียมโดยให้สัตวแพทย์มาทำการผสมให้ โดยจะเลือกน้ำเชื้อเองว่าต้องการแบบไหนที่จะให้นำมาผสมกับแม่พันธุ์ เมื่อการผสมเทียมเสร็จสมบูรณ์ โคแม่พันธุ์จะตั้งท้องต่อไปอีกประมาณ 9 เดือน

เมื่อได้ลูกโคจากการตั้งท้องของแม่พันธุ์มาแล้ว คุณประดิษฐ์ บอกว่า จะขังให้อยู่ในคอกประมาณ 7 วัน หลังจากนั้น ก็จะปล่อยให้ออกมาเดินนอกบริเวณคอก จากนั้นก็จะทำการฉีดยาบำรุงและทำวัคซีนต่างๆ เพื่อให้ลูกโคมีความแข็งแรง

“อาหารที่ใช้เลี้ยงโค ก็จะเน้นเป็นหญ้าที่หาตัดได้เองตามทุ่งทั่วไป บางส่วนก็จะปลูกเอง พวกหญ้าเนเปียร์ สลับกับการให้อาหารข้นบ้าง โดยลูกโคก็ให้กินอาหารเหมือนกับโคตัวอื่นๆ ในคอก แต่ส่วนใหญ่ก็จะเน้นให้กินนมแม่ พอลูกโคโตได้อายุประมาณ 10-11 เดือน ก็จะเตรียมขายให้กับคนที่รับซื้อในกรณีที่เป็นตัวผู้ ส่วนตัวเมียก็จะดูความสวยงามอีกครั้ง ถ้ารูปทรงดีก็เก็บไว้ผลิตลูกต่อไป แต่ถ้าเราอยากขายก็สามารถขายทำราคาได้เช่นกัน” คุณประดิษฐ์ บอก

ราคาขายโค ขึ้นอยู่ที่ความพอใจ

ในเรื่องของการทำตลาดสำหรับขายโค คุณประดิษฐ์ บอกว่า จะมีรถพ่อค้ามาขอซื้อถึงที่บ้านโดยที่เขาไม่ต้องไปส่งขายที่ไหน เพราะภายในชุมชนเวลานี้ก็มีการส่งเสริมเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริมมากขึ้น จนทำให้ทุกคนภายในหมู่บ้านได้รวมกลุ่มและแลกเปลี่ยนความรู้ของการเลี้ยงโคซึ่งกันและกัน จึงทำให้การเลี้ยงโคภายในชุมชนมีความเข้มแข็ง และสามารถต่อรองในเรื่องของราคากับพ่อค้าได้

“โคตัวผู้อายุประมาณ 10-11 เดือน ราคาจะขายอยู่ที่ตัวละ 20,000 กว่าบาท ส่วนตัวเมียถ้ามีลักษณะสวย โครงสร้างดี ราคาก็สามารถสูงขึ้นไปได้อีกถึง 30,000 กว่าบาท ซึ่ง 1 ปี สมมุติเรามีแม่พันธุ์ 2-3 ตัว ลูกโคที่ออกมามีลักษณะที่สวย ทรงดี รายได้ต่อปีของการขายโคก็สามารถจับเงินแสนได้ เพราะอาหารบางอย่างเราไม่ต้องลงทุน สามารถเลี้ยงแบบลดต้นทุนได้ ขอให้มีความขยันหาหญ้ามาให้โคกินได้ สิ่งที่เราทำก็จะตอบแทนให้มีรายได้เช่นกัน และที่สำคัญมูลโคยังขายได้อีกด้วย เรียกง่ายๆ ว่าการเลี้ยงโคสามารถทำรายได้ให้ได้หลายอย่าง” คุณประดิษฐ์ บอกถึงราคาขาย

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงโคให้ประสบผลสำเร็จสามารถทำเงินมีรายได้ คุณประดิษฐ์ แนะนำว่า สิ่งที่ต้องมีก่อนที่จะลงมือทำคือใจรัก เมื่อมีใจรักแล้วการเลี้ยงโคก็จะไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องความอดทน เพราะการเลี้ยงโคต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร แต่เมื่อทุกอย่างพร้อม โคสามารถขายได้ ผลตอบแทนที่ได้รับก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน ถ้ามีหลัก 3 อย่าง คือ ใจรัก อดทน ขยัน ความสำเร็จเกิดขึ้นแน่นอน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณประดิษฐ์ พรมจันทึก หมายเลขโทรศัพท์ (092) 719-3878

ขอขอบพระคุณ คุณโรม ศรีจันทุม ผู้ช่วยนักวิชาการเกษตรตำบลขนงพระ ที่พาลงพื้นที่ พบปะเกษตรกร

 

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_49398

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …