หย่อ -หมูยอ วัฒนธรรมชาวเวียด

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนนันทนา ปรมานุศิษฏ์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2560

หมูยอห่อใบตองเป็นรูปทรงกระบอก หั่นเป็นแว่นๆ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มที่ผสมด้วยน้ำปลา พริก น้ำตาล และน้ำมะนาว หรือจะจิ้มกับพริกไทยบดกับเกลือและน้ำมะนาว เป็นออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อยของชาวเวียดนาม หมูยอยังสามารถนำไปดัดแปลงใส่ในอาหารได้สารพัดชนิดที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดคือ ข้าวต้มเส้นหรือก๋วยจั๊บญวน ที่เรียกว่า จ๊าวบั๊นกัน (Cháo bánh canh)

ชาวเวียด เขามีวิธีกินที่หลากหลายกว่านั้น เช่น เสิร์ฟคู่กับปากหม้อ (มีไส้) ที่เรียกว่าบั๊นก้วน (Bánh cuốn) กินกับแป้งปากหม้อ (ไม่มีไส้) เรียกว่าบั๊นเอื้อก (Bánh ướt) ใส่เป็นไส้ขนมปังบาแก็ตที่เรียกว่าบั๊นหมี่ (Bánh mì) หรือใส่เป็นไส้แซนด์วิชของบั๊นหย่าย (Bánh giầy /bánh dầy / bánh dày) ซึ่งเป็นแป้งแผ่นกลมที่ทำจากข้าวเหนียว ใส่ในขนมจีนน้ำที่เรียกว่ากันบุ๊น (Canh Bún) บุ๊นหม็อก (Bún mọc) และขนมจีนเนื้อของชาวเมืองเว้ที่เรียกว่า บุ๊นบ่อเว้ (Bún bò Huế) และอีกสารพัดวิธีกินหมูยอ

คนไทยนั้นนอกจากนำมาแทะกินเล่นแล้วยังนิยมนำมาทอดจิ้มซอสศรีราชา หรือยำให้มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ดจี๊ดจ๊าด แล้วพัฒนาไปไกลกว่านั้นด้วยการใส่ในส้มตำ จะว่าไปแล้วคนไทยเรากินหมูยอกันมานานนมจนลืมไปว่าหมูยอนั้นมาจากต่างวัฒนธรรม ไม่ว่าไปเชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี และหนองคาย ล้วนมีของกินของฝากขึ้นชื่อนามว่าหมูยอ ก็เพราะว่าจังหวัดดังกล่าวมีชาวเวียดนามอาศัยอยู่มาก หลังๆ มานี้เราจึงได้ยินคำอวดอ้างสรรพคุณว่าเป็นหมูยอสูตรเวียดนาม

การทำหมูยอนั้นไม่ยากนัก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ชาวเวียดกินกันบ่อยๆ ส่วนมากจะทำกันเป็นแต่ที่ซื้อเอาก็มีมากซึ่งไม่ใช่ว่าทำไม่เป็น เพียงแต่ขี้เกียจหรือไม่มีเวลา ส่วนผสมหลักคือ เนื้อหมูบด หอมแดง กระเทียม แป้งมัน พริกไทย เกลือ น้ำตาล น้ำปลา และผงฟู นำไปปั่นรวมกันให้เนียนพร้อมกับน้ำเย็นจัดนวดให้เหนียว ห่อใส่ใบตองมัดด้วยเชือกแล้วนึ่งให้สุก นอกจากหมูยอนึ่งสุกแล้วในตลาดยังมีขายหมูยอสดที่ผสมและนวดแล้วให้นำกลับไปทำอาหารเองได้ ซึ่งหมูยอสดนี้เอาไปปั้นเสียบไม้ย่างเป็นหมูแหนมเนืองได้

หมูยอนั้นกล่าวได้ว่าเป็นอาหารเวียดนามซึ่งนอกจากมีที่มาจากชาวเวียดนามแล้ว สิ่งที่บอกได้ชัดเจนที่สุดคือ ชื่อ คำว่า “ยอ” นั้นมาจากคำว่า “หย่อ” (Giò) ที่ย่อจากหย่อหลัวะ (Giò lụa) ซึ่งเป็นชื่อที่คนทางเหนือเรียก ส่วนคนทางใต้จะเรียกว่า จ๋าหลัวะ (Chả lụa) โดยมากในเมืองไทยนิยมกินหมูยอเนื้อล้วน ส่วนในเวียดนามนั้นหมูยอยังแบ่งได้หลากหลายชนิดตามเครื่องที่ใส่ลงไปทั้งหนังหมู เรียกว่า หย่อหลัวะบี่ (Giò lụa bì) ใส่หูหมูและหัวหมู เรียกว่า หย่อถือ (Giò thủ) และยังมีหย่อบ่อ (Giò bò) ที่ทำมาจากเนื้อวัว

 ฉันเป็นคนคลั่งไคล้หมูยอ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าจะขนซื้อหมูยอสารพัดชนิดกลับมาจนน้ำหนักเกินทุกรอบ ใครมีโอกาสไปเวียดนาม ลองไปลิ้มชิมรสต้นตำรับแท้ๆ ดูนะคะ

 

 

cr. : https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_50307

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
สื่อนอกตีข่าวทั่วโลก! “เจ๊ไฝ” ไข่เจียวปู 800 สตรีทฟู้ดไทยแลนด์ขึ้นแท่น “มิชลินสตาร์”

ผู้เขียนข่าวสดออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2560 จากกรณี มิชลิน เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ ยังมีร้านอาหารริมทางได้รางวัล 1 ดาวมิชลินอยู่ 1 ร้านด้วย นั่นคือ ร้าน เจ๊ไฝ ที่เชฟเจ้าของร้านปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนและโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง AFP PHOTO / Lillian SUWANRUMPHA ล่าสุด สำนักข่าวระดับโลกอย่าง เอเอฟพี …

ชี้ทางรวย
กว่าจะมาเป็น PET MASTER บ้าน “หลังสุดท้าย” ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2560 ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย  PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น!  โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พอมันตายมักฝังในบริเวณบ้าน แต่ลองนึกถึงคนเลี้ยงกลุ่มอื่นซึ่งเขาอาจไม่มีพื้นที่ให้ฝัง การทิ้งร่างของสัตว์เลี้ยงลงถังขยะบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ …

ชี้ทางรวย
“เจ๊กตู้” สินค้าจิปาถะดีลิเวอรี่ สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร   “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์ทรงเลือกซื้อ รัชกาลที่ ๙ เคยมีพระราชดำรัสเล่าพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ว่า …