“หมอนวดตาบอด” เพราะยังมีลมหายใจจึงต้องสู้ หาอาชีพที่อยู่ให้ได้…ด้วยตัวเอง!

ชี้ทางรวย

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2560

คนเราเกิดมา โชคชะตาคงกำหนดไว้ไม่เหมือนกัน หลายท่านร่างกายอาจไม่ครบเหมือนคนส่วนใหญ่ ตั้งแต่กำเนิดหรือมาเกิดเหตุไม่คาดคิดเอาเมื่อโตแล้ว แต่ไม่ว่าจะมีสภาพอย่างไร ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป

และถ้าเวลานี้ มีใครกำลังท้อแท้ รู้สึกอ่อนแอไร้ที่พึ่ง ขอให้ลองใช้เวลาไม่นาน อ่านเรื่องราวนับจากนี้ดูสักนิด

แล้วท่านอาจเปลี่ยนความคิด ก่อนจะ “พลิกขึ้นสู้” อีกครั้ง เหมือนกับ “พวกเขา” ก็เป็นได้

คุณสุวิสา ภูริทัต อายุ 53 ปี คนต้นเรื่องครั้งนี้ เปิดร้าน “นวดศิษย์คอลฟิลด์” ภายใต้การดูแลของสมาคมผู้พิการทางตา บางใหญ่ นนทบุรี ขนาด 1 คูหาติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ ตั้งอยู่ในย่านหมู่บ้านพระปิ่น 3 ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน

เริ่มต้นให้ฟัง ปัจจุบันรับราชการและมีร้านนวดแห่งนี้อยู่ในความดูแลโดยธุรกิจนวดนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจาการที่ คุณเรย์-ชาญยุทธ์ หนูพันธ์ อายุ 31 ปี น้องชายคนเล็กของเธอ มีเหตุอันต้องทำให้กลายเป็นคนตาบอด เมื่อตอนอายุได้ 26 ปี

หลังจากที่พาไปเข้ารับการฝึกทักษะหลังจากการมองไม่เห็น จากทางโรงพยาบาลศิริราชแล้ว ทำให้ทราบว่าผู้พิการทางสายตาหลายคน พากันไปฝึกวิชานวดและวิชาหมอดู จาก มูลนิธิคอลฟิลด์เพื่อคนตาบอด ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เธอเลยพาน้องชายไปเข้ารับการอบรมบ้าง เผื่อวันข้างหน้าจะได้มีอาชีพไว้เลี้ยงตัว

“คนตาบอดไม่มีใครอยากเป็นขอทาน แต่จะมีสักกี่อาชีพที่พวกเขาทำได้ด้วยตัวของตัวเอง อย่างคนตาบอดเป็นโอเปอเรเตอร์นั้น เขาต้องเรียนอักษรเบลล์มาตั้งแต่เล็กๆ ส่วนคนที่เพิ่งมาตาบอดตอนอายุมากแล้ว หางานทำได้ยากมาก เลยอยากสร้างโอกาสให้น้องๆพวกนี้” คุณสุวิสา บอกถึงความตั้งใจ

เมื่อคุณเรย์ น้องชาย ใช้เวลา 1 ปีจึงจบหลักสูตรการนวด จนได้ชื่อว่าเป็น “ศิษย์คอลฟิลด์” แล้ว คุณสุวิสา จึงรวบรวมบรรดาเพื่อนร่วมสำนักเดียวกันกับน้องชายมาได้ 5 คน

ก่อนตระเวนหาทำเลใกล้ชุมชน เพื่อขอเช่าอาคารทำเป็นร้านนวดในนาม สมาคมผู้พิการทางสายตา บางใหญ่ นนทบุรี กระทั่งมาเจอเจ้าของตึกใจดีที่หน้าหมู่บ้านพระปิ่น 3 จึงตัดสินใจลงทุนแบบไม่ลังเล

คุณสุวิสา บอกต่อว่า ร้านนวดแห่งนี้ มี 5 เตียงบริการ พอดีกับหมอนวดที่มีอยู่ และเพราะเป็นช่วงเริ่มต้นจึงไม่ได้ตกแต่งมากมายอะไร อีกทั้งยังได้เพื่อนของน้องชายที่เป็นช่างมาช่วย ทำให้ประหยัดงบไปได้มากโข

“เปิดแรกๆหมอนวดต้องกินไข่ เพราะไม่มีลูกค้าเลย อาจเพราะไม่ได้ประชาสัมพันธ์และไม่รู้จักใคร กระทั่งมาได้ลูกค้าคนแรก ชื่อป้าจอม อยู่ซอย 11 มานวดประจำ ก่อนช่วยบอกต่อจนมีลูกค้าอื่นค่อยๆตามมา” เจ้าของกิจการ เล่าน้ำเสียงแจ่มใส

เกี่ยวกับอุปสรรคปัญหาในการดำเนินกิจการ คุณสุวิสา ยิ้มน้อยๆก่อนเผยตรงๆ ลูกค้าอาจยังมีไม่มากพอกับศักยภาพของหมอนวด แต่คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าลูกค้าจะติด เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี อีกทั้งยังมีร้านนวดที่มีหมอนวดสายตาดีในละแวกเปิดอยู่หลายเจ้าทีเดียว

 

เมื่อถามถึงความตั้งใจที่วางไว้ในการทำร้านหมอนวดตาบอดนี้ คุณสุวิสา บอกทิ้งท้ายไว้น่าคิด อยากให้หมอนวดที่ผ่านงานจากร้านของเธอ สามารถไปเปิดร้านเป็นของตัวเองได้ เพราะต้องยอมรับคนตาบอดจะไปกู้เงินลงทุนจากที่ไหน เพราะมีข้อจำกัดเยอะ ไหนจะสลิปเงินเดือน ไหนจะเงินเดินบัญชีย้อนหลัง พวกเขาจะไปเอามาจากไหน คนตาดีๆจึงต้องมาช่วยสนับสนุน การทำร้านนี้ จะเรียกว่าธุรกิจก็ไม่เชิง แต่เป็นการให้โอกาส เป็นการเอื้ออาทรต่อกันเท่านั้นเอง

ส่วน คุณเรย์-ชาญยุทธ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันอายุ 31 ปี จบการศึกษาระดับปวส.แผนกช่างยนต์ ก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ พอตอนอายุ 26 ปี มองภาพแล้วเห็นจุดเล็กๆลอยไปมา เลยรีบไปหาหมอเพราะกลัวตาจะบอด สุดท้ายหมอลงความเห็นต้องผ่าออกจะได้เห็นดีกว่าเดิม เลยตัดสินใจผ่าตัด แต่ปรากฏผ่าแล้วกลับมองไม่เห็นเลย หมอก็หมดทางเยียวยา

“ครั้งแรกที่รู้ว่าตัวเองจะมองอะไรไม่เห็น มันท้อแท้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายต้องสลัดสิ่งที่ท้อแท้ออกไป และลุกขึ้นสู้ เพราะยังมีลมหายใจอยู่เราต้องสู้ นับจากนั้นก็สู้เรื่อยมา และหาอาชีพที่อยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง” เรย์ บอกอย่างนั้น

ร้าน “นวดศิษย์คอลฟิลด์” ภายใต้การดูแลของสมาคมผู้พิการทางตา บางใหญ่ นนทบุรี ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านพระปิ่น 3 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-20.00 น.

ท่านใดอยากไปอุดหนุน สอบถามรายละอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.089-622-2814 และ 090-416-4193

cr. : https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_50666

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชี้ทางรวย
สื่อนอกตีข่าวทั่วโลก! “เจ๊ไฝ” ไข่เจียวปู 800 สตรีทฟู้ดไทยแลนด์ขึ้นแท่น “มิชลินสตาร์”

ผู้เขียนข่าวสดออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2560 จากกรณี มิชลิน เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ ยังมีร้านอาหารริมทางได้รางวัล 1 ดาวมิชลินอยู่ 1 ร้านด้วย นั่นคือ ร้าน เจ๊ไฝ ที่เชฟเจ้าของร้านปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนและโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง AFP PHOTO / Lillian SUWANRUMPHA ล่าสุด สำนักข่าวระดับโลกอย่าง เอเอฟพี …

ชี้ทางรวย
กว่าจะมาเป็น PET MASTER บ้าน “หลังสุดท้าย” ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2560 ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย  PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น!  โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พอมันตายมักฝังในบริเวณบ้าน แต่ลองนึกถึงคนเลี้ยงกลุ่มอื่นซึ่งเขาอาจไม่มีพื้นที่ให้ฝัง การทิ้งร่างของสัตว์เลี้ยงลงถังขยะบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ …

ชี้ทางรวย
“เจ๊กตู้” สินค้าจิปาถะดีลิเวอรี่ สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์

ผู้เขียนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์เผยแพร่วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร   “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์ทรงเลือกซื้อ รัชกาลที่ ๙ เคยมีพระราชดำรัสเล่าพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ว่า …