ลุงสาย บางแพ เลี้ยงปลาบ่อดิน จับขายหลักแสน

เกษตรกรยุคใหม่

เผยแพร่วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2560

ลุงสาย หลวงทรัพย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดินแบบผสมผสาน อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 1 ตำบลดอนใหญ่ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ แต่ด้วยปัญหาแรงงาน และราคาข้าวที่ถูก ลุงสายจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีความเป็นอยู่จากชาวนา มาเป็นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาบ่อดิน

ลุงสาย หลวงทรัพย์

หลังจากเลิกทำนา ลุงสายตัดสินใจขายที่ดินส่วนหนึ่งไป ส่วนที่เหลือใช้ปลูกที่อยู่อาศัยและขุดบ่อใช้เลี้ยงปลาแบบผสมผสานบริเวณรอบๆ บ้าน ควบคู่กับการให้เช่าพื้นที่ทำบ่อเลี้ยงกุ้ง

“แรงจูงใจที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนอาชีพ ก็เนื่องจากต้นทุนการผลิตข้าวที่แพง อีกทั้งยังต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ทำคนเดียวก็ไม่ไหว จึงต้องเลิกและหันมาเพาะเลี้ยงปลาในบ่อดินแทน และด้วยสภาพพื้นที่บริเวณรอบๆ ชุมชนถูกเปลี่ยนเป็นสวนผลไม้เกือบทั้งหมด จะทำนาอยู่เจ้าเดียวก็เจอกับปัญหาของศัตรูธรรมชาติ โดยเฉพาะหนูที่เข้ามาทำลายกัดกินต้นข้าว สร้างความเสียหายทุกปี ทนทำอยู่ก็มีแต่จะขาดทุน จะเลี้ยงกุ้งก็ไม่รวย ที่สำคัญต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ถ้ามาเลี้ยงปลาซึ่งไม่ต้องลงทุนเยอะ เพียงครั้งเดียวก็สามารถเลี้ยงได้ตลอด เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจมาเลี้ยงปลาแบบผสมผสานในบ่อดินควบคู่กับการปลูกไม้ผลบริเวณริมบ่อเพาะเลี้ยง” ลุงสาย กล่าว

 

จากชาวนา สู่ชาวประมง ผสมผสานไม้ผลกินได้

ลุงสาย เริ่มต้นทดลองเลี้ยงปลาแบบผสมผสานในบ่อดิน เพียง 1 บ่อ เน้นปลานิลและปลาตะเพียนเป็นหลัก ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็ปล่อยให้เช่าทำเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง

“ผมเลี้ยงปลาควบคู่กับการให้เช่าที่ทำบ่อกุ้ง มานานกว่า 10 ปี แต่ก็ต้องหยุดให้เช่า เพราะการทำฟาร์มกุ้งส่งผลกระทบทำให้สภาพแวดล้อมบริเวณรอบๆ เปลี่ยน น้ำที่เคยใสสะอาดก็เริ่มเน่าเหม็น จะปล่อยให้เช่าต่อก็ไม่ไหว จึงหยุดให้เช่าและปรับเปลี่ยนบ่อเลี้ยงกุ้งมาเป็นบ่อเพาะเลี้ยงปลาเพิ่มอีก 3 บ่อ แต่ละบ่อที่ใช้เพาะเลี้ยงจะมีความกว้าง ความยาว ขึ้นอยู่กับพื้นที่ แต่โดยเฉลี่ยแต่ละบ่อกินเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ มีความลึกประมาณ 1 เมตร ลักษณะพื้นบ่อจะลาดเอียงด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้ง่ายต่อการจับปลา เพราะทุกครั้งที่จะทำการจับ ต้องสูบน้ำออกไปส่วนหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ปลาไหลไปรวมกันบริเวณพื้นที่ต่ำกว่า ทำให้ง่ายต่อการขึ้นปลา”

ปลาตะเพียน

นอกจากนี้ บริเวณรอบบ่อเพาะเลี้ยง ลุงสายไม่ปล่อยว่างเปล่า จะนำไม้ผล เช่น มะม่วง มะพร้าว กล้วย และผลไม้อื่นๆ มาปลูกไว้รอบบ่อ สร้างรายได้ หากเหลือลุงสายก็จะเก็บเอามาให้ปลากิน ส่วนบนผิวน้ำลุงสายจะปล่อยให้ผักบุ้งขึ้นเป็นอาหารของพืชได้อีกทางหนึ่ง

วิธีการและขั้นตอนการเลี้ยง ลุงสาย เล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นด้วยการเตรียมบ่อเพาะเลี้ยงให้พร้อม ปล่อยน้ำเข้าภายในบ่อให้มีระดับพอสมควร จากนั้นนำลูกปลาอายุประมาณ 1-2 เดือนลงปล่อย โดยอัตราการปล่อย ลุงสาย บอกว่า ขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อ แต่โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละบ่อจะอยู่ประมาณ 10,000 ตัว ไม่ควรปล่อยลงไปเยอะเพราะจะทำให้ลูกปลาไม่โต

ทุกๆ วันหลังจากปล่อยลูกปลาลงไปแล้ว ลุงสายจะคอยเดินสังเกตดูอัตราการรอดของลูกปลาในแต่ละบ่อ โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ลูกปลาจะตายเยอะที่สุด เพราะเป็นต้นฤดูฝน น้ำในบ่อจะเปลี่ยน ทำให้ปลาน็อก ซึ่งทางแก้ของลุงสายคือหยุดให้อาหาร จะช่วยทำให้ปลาท้องไม่อืด สามารถช่วยลดอัตราการตายของลูกปลาลงได้

ปลาตะเพียน

ปลานิล

สำหรับอาหารที่ให้ ในช่วง 1-3 เดือนแรกของการเพาะเลี้ยงจะให้เป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูป (อาหารปลาเล็ก) วันละ 1 ครั้ง (เช้า) และหลังจากช่วงเดือนที่ 3 จะเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูป (อาหารปลาใหญ่) เสริมด้วยมูลไก่ ซึ่งสามารถช่วยปรับสภาพน้ำในบ่อให้ไม่เน่าเสีย โดยรวมแล้ว ใช้ระยะเวลาเลี้ยงตั้งแต่อนุบาลถึงจับขายโดยเฉลี่ยแล้ว อยู่ที่ 8-9 เดือน

ตลาดรับชื้อ ลุงสาย บอกว่า จะจับไปส่งขายเองในตลาด จะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางที่เข้ามารับชื้อ เนื่องจากราคาจะไม่เป็นธรรม สู้จับไปขายเองไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาการตอบรับจากตลาดรับชื้อเป็นไปได้ด้วยดี มีทั้งกลุ่มผู้บริโภครายเล็กและรายใหญ่ แต่ละครั้งๆ ทำรายได้เกือบ 100,000 บาท

ท่านใดที่กำลังมองหาอาชีพ หรือประกอบอาชีพนี้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ชำนาญ หรือต้องการคำแนะนำ ลุงสาย พร้อมให้คำปรึกษา ท่านสามารถติดต่อไปได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 061-726-5611

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_53284

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …