แม่ไก่อารมณ์ดี เลี้ยงปล่อยธรรมชาติ ได้ไข่ไก่ออร์แกนิก เพิ่มมูลค่า

เกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียนสุจิต เมืองสุขเผยแพร่วันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2560

กว่า 50 ปี ของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ แม้ว่าจะเริ่มต้นจากฟาร์มไก่เนื้อ ขยับเติบโตเป็นธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม จากกรมปศุสัตว์ ทั้งยังเป็นไก่ไข่ออร์แกนิกที่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจฟาร์มไก่ นั่นเป็นตัวชี้ว่า “อุดมชัยฟาร์ม” ประสบความสำเร็จ

คุณธนเดช แสงวัฒนกุล เป็นทายาท รุ่นที่ 2 ที่สานต่อการทำงานในรูปแบบฟาร์มไก่ จากรุ่นคุณพ่อที่เริ่มต้นทำฟาร์มไก่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2503

คุณธนเดช แสงวัฒนกุล

“เราเริ่มจากการเลี้ยงไก่หลังบ้าน คุณพ่อสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ จึงหาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่มาโดยตลอด กระทั่งได้ร่วมอบรมการเลี้ยงไก่ ผนวกกับประสบการณ์ที่เลี้ยงหลังบ้านมา ทำให้ฟาร์มไก่ที่อยากทำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา”

ยุคที่ทำฟาร์มไก่เนื้อ ก็ทำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไปด้วย เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่จากประเทศญี่ปุ่น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะสามารถบริหารจัดการฟาร์มจนเป็นที่รู้จัก กระทั่งรับไก่ไข่จากเพื่อนในวงการฟาร์มไก่มาช่วยเลี้ยง ก็เริ่มมองเห็นช่องทางว่า การขายไข่ไก่มีความคล่องตัวสูง ตลาดไปได้ดี เพราะเป็นสินค้าบริโภคที่ซื้อง่ายขายคล่อง

คุณธนเดช เล่าย้อนให้ฟังว่า ไม่เฉพาะไก่เนื้อที่เริ่มเลี้ยง หมูก็เริ่มเลี้ยงไปพร้อมๆ กันด้วย แต่ด้วยวิกฤตทางเศรษฐกิจหลายอย่าง ทำให้ยกเลิกการเลี้ยงหมูไป และยกเลิกการเลี้ยงไก่เนื้อตามมา เหลือเพียงไก่ไข่อย่างเดียว

ระยะแรก การเลี้ยงไก่ไข่ของอุดมชัยฟาร์ม เลี้ยงกรงตับ ตามแบบฉบับการเลี้ยงของหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ แต่ด้วยแนวคิดที่แตกต่าง มองว่าการเลี้ยงไก่ไข่ด้วยการปล่อยอิสระภายในโรงเรือน จะทำให้ไก่มีสุขภาพดี ไข่ที่ได้ก็จะมีคุณภาพดีไปด้วย รวมถึงการบริหารจัดการภายในฟาร์มอื่นๆ ควรมองให้มีความแตกต่าง จึงศึกษาระบบการเลี้ยงไก่อินทรีย์และออร์แกนิกควบคู่ไปด้วย และนำเข้ามาปรับใช้ภายในฟาร์ม

“เมื่อก่อนเลี้ยงไก่ไข่มากถึง 600,000 ตัว การปรับมาให้เป็นออร์แกนิกก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายาม เพราะทุกขั้นตอนมีความละเอียด ต้องยึดหลักการทำฟาร์มออร์แกนิกทุกประการ แต่เราก็ทำได้ ทำให้ไก่ไข่ที่ได้เป็นไก่ไข่ออร์แกนิก และได้รับการยอมรับเรื่อยมา”

คุณธนเดช ยอมรับว่า การดูแลฟาร์มไก่ไข่ให้ได้ไก่ไข่ออร์แกนิกไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเข้าใจไก่ และมีเทคนิคในการบริหารจัดการฟาร์ม ซึ่งการเลี้ยงไก่ไข่ให้เป็นไก่ไข่ออร์แกนิก ต้องเริ่มตั้งแต่การเป็นลูกไก่ ต้องเลี้ยงให้เสมือนธรรมชาติการใช้ชีวิตของไก่จริงๆ เพื่อให้ไก่คุ้นชิน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามหลักการของการทำฟาร์มออร์แกนิก คุณธนเดช ก็ยอมรับว่า แท้จริงแล้วต้องเรียกว่า กึ่งออร์แกนิก เพราะสิ่งเดียวที่ไม่ได้มาตรฐานออร์แกนิกคือ อาหาร ที่ปัจจุบันวัตถุดิบที่ใช้สำหรับผลิตอาหารให้ไก่ไข่ที่เป็นออร์แกนิกหายาก

การทำฟาร์มออร์แกนิก ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะมีหลักการการทำฟาร์มออร์แกนิกอยู่แล้ว ปฏิบัติให้ได้ตามนั้นก็ถือว่า ออร์แกนิก แต่สำหรับเทคนิคที่บริหารจัดการฟาร์มแบบออร์แกนิก ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้เลี้ยงที่ควรเข้าใจธรรมชาติของไก่ให้มากที่สุด

สำหรับเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากอุดมชัยฟาร์ม มีดังนี้

เลี้ยงไก่ไม่กักขัง มีพื้นที่อิสระ คิดเป็นพื้นที่เลี้ยงไก่ 1 ตัว ต่อ 5 ตารางเมตร

การแต่ง (ตัด) ปากไก่ ควรแต่งจะงอยปากไก่ เมื่อไก่อายุ 10-20 วัน โดยใช้ความร้อนผ่านใบมีดแต่งจะงอยปากด้านบนออก 1 ใน 3 ของปาก เพราะหากปล่อยไว้จะงอยปากบนจะยาวขึ้น และทำให้การกินอาหารทำได้ยากลำบาก ไก่เครียด ส่งผลให้จิกหรือตีไก่ด้วยกันเอง รวมถึงปัญหาไก่แตกไซซ์ และหากจะตัดตอนไก่โตจะทำให้ไก่เจ็บ จึงควรทำตั้งแต่อายุยังน้อย

การให้วัคซีน แม้ว่ากรมปศุสัตว์จะแสดงเปอร์เซ็นต์การให้วัคซีนนิวคลาสเซิลและหลอดลมอักเสบ (ชนิดเชื้อเป็น) ว่าการป้ายจมูกไก่จะให้เปอร์เซ็นต์ไก่ได้รับวัคซีนมากที่สุด แต่เทคนิคการให้วัคซีนด้วยการป้ายจมูก สำหรับอุดมชัยฟาร์ม ถือว่ายังให้เปอร์เซ็นต์ไก่ได้รับวัคซีนน้อยกว่า การละลายน้ำให้ไก่กิน

เทคนิคการให้ไก่กินวัคซีนที่ละลายน้ำให้ได้ผล ควรละลายวัคซีนในน้ำช่วงเช้าตามจำนวนไก่ จากนั้นให้ไก่อดน้ำนาน 1-2 ชั่วโมง แล้วนำไปให้ไก่กิน ถ้าไก่กินน้ำหมดภายใน 1-2 ชั่วโมง แสดงว่าได้ผล ซึ่งที่ผ่านมา กว่า 10 ปี อุดมชัยฟาร์ม ไม่เคยประสบปัญหาเลย ส่วนการฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อ (ชนิดเชื้อตาย) ก็จำเป็นต้องทำตามข้อกำหนด แต่ทั้งนี้ก็เพื่อให้การสัมผัสไก่น้อยที่สุด ตามหลักออร์แกนิก

อาหารไก่ ใช้ข้าวโพด 60 เปอร์เซ็นต์ กากถั่วเหลือง 8-15 เปอร์เซ็นต์ ปลาป่น 7-15 เปอร์เซ็นต์ รำ 10-15 เปอร์เซ็นต์ เกลือแร่ และวิตามิน 1-2 เปอร์เซ็นต์

การให้อาหารไก่ ให้ในตอนเช้า เวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อทยอยเก็บไข่ได้ตั้งแต่ช่วงสายของวัน โดยช่วงสายจะเก็บไข่ได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ จะทยอยเก็บในช่วงบ่าย และในทุกวันให้อาหารไก่เพียงครั้งเดียว ไก่แต่ละตัวต้องการอาหารในปริมาณ 135-150 กรัม ต่อวัน เท่านั้น

พนักงานเรียงไข่ หลังคัดแยก ภายในห้องปรับอากาศ

คุณธนเดช ให้เทคนิคการดูไข่ไก่ที่มีคุณภาพว่า ไข่แดงควรเป็นสีเหลือง เพราะได้รับคาร์โบไฮเดรตที่ให้สารสีจากข้าวโพด ซึ่งเป็นสารสีเหลือง ถ้าพบว่าไข่แดงเป็นสีแดง ให้แน่ใจว่าเป็นสารเร่งสี ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ในทุกๆ วัน จะเก็บไข่ไก่ได้ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ของไก่ทั้งหมด

อุดมชัยฟาร์ม มีโรงเก็บวัตถุดิบอาหารสัตว์ และโรงผสมอาหารเอง สามารถเก็บวัตถุดิบได้มากถึง 5,000 ตัน

มีการใช้น้ำหมักชีวภาพแทนยาปฏิชีวนะและวิตามินผสมน้ำ น้ำหมักได้จากการหมักลูกยอ กระท้อน มะนาว และอื่นๆ ที่เป็นสมุนไพรที่หาได้จากท้องถิ่น เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน กะเพรา ใช้วิธีธรรมชาติสกัด เมื่อนำไปใช้ ให้ใช้ปริมาณ 1 ลิตร ต่อน้ำ 200 ลิตร วัดค่า pH ให้ได้ค่า pH3 แม้ว่าน้ำหมักชีวภาพจะมีแบคทีเรีย แต่ก็เป็นแบคทีเรียกลุ่มไบโอติก ที่ช่วยลดความเครียด เพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบการย่อยและดูดซึมอาหาร เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคให้กับแม่ไก่ อีกทั้งยังช่วยลดและดับกลิ่นภายในโรงเรือน ซึ่งน้ำหมักชีวภาพนี้นำไปให้ไก่กินในตอนเช้าของทุกวัน

บริเวณโรงเรือน ทำให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ ตั้งวางที่ให้น้ำไว้ริมโรงเรือน ป้องกันไม่ให้น้ำหกลงพื้นภายในโรงเรือน ซึ่งอาจจะทำให้น้ำปะปนไปกับมูลไก่ และเกิดเชื้อโรคภายในโรงเรือนได้

อายุไก่ไข่ ตามหลักวิชาการแล้ว สามารถให้ไข่นาน 70-80 สัปดาห์ แล้วควรปลดออก แต่สำหรับอุดมชัยฟาร์ม ไก่ไข่ที่นี่สามารถให้ไข่ได้นานกว่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา ไก่ไข่สามารถให้ไข่ได้นานถึง 110 สัปดาห์ แม้ว่าเปอร์เซ็นต์การให้ไข่จะลดน้อยลง แต่คุณภาพไข่ก็ไม่ได้ด้อยลงไปด้วย

หลังเก็บไข่ ไม่ต้องทำความสะอาด ต้มรับประทานได้ทันที

“หากอากาศร้อน ไก่จะกินอาหารน้อยลง กินน้ำมากขึ้น อาจทำให้ขนาดของไข่ไก่เล็กลง แต่ถ้าอากาศเย็นหรือหนาว ไก่จะกินอาหารได้ดี สุขภาพสมบูรณ์ ขนาดของไข่ไก่ก็จะใหญ่ตามไปด้วย นอกจากนี้ อุณหภูมิในการเก็บรักษาไข่ให้มีความสดก็จำเป็น ดังนั้น ห้องคัดแยกขนาดไข่และรถส่งไข่ จะปรับอุณหภูมิไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้มีความต่างกับสภาพอากาศปกติมากนัก”

ไข่ไก่ หลังเก็บมาแล้วจะนำเข้าไปห้องคัดไข่ ซึ่งเป็นห้องปรับอากาศ มีแรงงานควบคุมการคัดแยกไข่ด้วยเครื่องคัดขนาดไข่ จากนั้นบรรจุลงบรรจุภัณฑ์ แล้วนำไปส่งให้กับลูกค้า ระยะเวลาหลังจากเก็บไข่จากโรงเรือนมาวางจำหน่าย ไม่เกิน 2 วัน

ขนาดไข่ “อุดมชัยฟาร์ม” มี 3 ขนาด กำหนดไว้ตามนี้

น้ำหนักต่อฟอง ต่ำกว่า 50 กรัม จัดเป็น ไซซ์เล็ก

น้ำหนักต่อฟอง ระหว่าง 50-55 กรัม จัดเป็น ไซซ์กลาง

น้ำหนักต่อฟอง มากกว่า 55 กรัม จัดเป็น ไซซ์ใหญ่

สำหรับราคาจำหน่าย คุณธนเดช บอกว่า สภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาจำหน่ายไข่ไก่ออร์แกนิกนี้เลย เพราะสามารถกำหนดราคาเองได้ ซึ่งราคาไข่ไก่ต่อฟองจะสูงกว่าไข่ไก่ทั่วไปเท่าตัว และแม้จะมีข้อดีก็มีข้อเสีย ตรงที่วัตถุดิบในการผลิตอาหารออร์แกนิกยังมีน้อย และตลาดผู้บริโภคยังไม่กว้าง แม้ว่าผลผลิตที่ได้จะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคก็ตาม

ปัจจุบัน อุดมชัยฟาร์ม เหลือไก่ไข่ประมาณ 30,000 ตัว ลดจำนวนการเลี้ยงลงจากเดิมที่มีอยู่ 600,000 ตัว เพราะประสบปัญหาแรงงาน แต่จำนวนไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดในแต่ละวันก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ มากถึง 20,000 ฟอง ต่อวัน ภายใต้แบรนด์ “ปล่อยไก่ อุดมชัยฟาร์ม” ไข่ไก่ชีวภาพ จากแม่ไก่อารมณ์ดี Organic Free Range Egg

คุณธนเดช แสงวัฒนกุล ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการฟาร์มที่ดี เปิดโอกาสให้ผู้สนใจในการเลี้ยงไก่ด้วยระบบอินทรีย์ หรือออร์แกนิกเข้าถึง ซึ่งอุดมชัยฟาร์ม จัดเป็นฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ ตามโครงการพัฒนาปศุสัตว์อินทรีย์ กรมปศุสัตว์

ผู้สนใจ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ห.จ.ก. อุดมชัยฟาร์ม อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โทรศัพท์ (081) 319-5690 และ (086) 570-3070

cr. : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_53426

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรกรยุคใหม่
“ชาวนาแดนน้ำดำ”พลิกผืนนาทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาโกยรายได้เดือนละ5หมื่น

ที่มามติชนออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 56 ปีชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในอดีตได้ประกอบอาชีพทำนา โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว มีผลผลิตแบ่งขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและเหลืออุปโภคในครัวเรือนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนาลงเกือบ 2 ไร่เศษโดยนำที่นาส่วนหนึ่งมาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนา เนื่องจากเห็นว่าหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำที่นาบางส่วนมาปลูกมันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นอาหารเสริมให้หนูนา “หนูนาเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสานที่มักจะนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื้อให้รสชาติที่นุ่ม เหนียว ติดมัน นำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ผัดเผ็ด ลาบ ก้อย คั่ว แกง อ่อม หรือหมก บางคนยังเชื่อว่าถ้าได้เปิบหนูนาในฤดูหนาว ยังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย”นายชาญชัยกล่าวและว่านับวันหนูนาตามธรรมชาติจะหายากมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป หนูนาจึงขาดแคลน เมื่อปีที่ผ่านมาจึงได้ทดลองเลี้ยงหนูนาเพื่อจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวใหญ่จำหน่ายตัวละ 80 …

เกษตรกรยุคใหม่
“หมูหลุมดอนแร่” อร่อยแน่-ปลอดภัย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย

ผู้เขียนกฤช เหลือลมัยเผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 สมัยที่ยังทำงานโบราณคดีอยู่ ผมต้องไปที่เมืองโบราณบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง ราชบุรีบ่อยๆ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเขตโบราณสถานมานาน (เดี๋ยวนี้ก็น่าจะยังมีอยู่) และสิ่งก่อสร้างที่มักสร้างรุกล้ำ คร่อมทับโบราณสถานสมัยทวารวดีอายุพันกว่าปีที่มีอยู่มากมายในเมืองคูบัว ก็คือ “เล้าหมู” ครับ เพราะคนราชบุรีเลี้ยงหมูกันมาก ที่คูบัวเองก็เป็นแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง ประมาณการกันว่า จำนวนหมูที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีมากกว่า 2 ล้านตัว ทีเดียว แต่ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่า นอกจากหมูฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงกันเป็นระบบอุตสาหกรรมหลัก หรือหมูบ้านตัวดำๆ ที่สมัยก่อนเที่ยวได้วิ่งเพ่นพ่านในหมู่บ้านแล้ว ราชบุรียังมี “หมูหลุม” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงกสิกรรมอินทรีย์มานานแล้วด้วย “ทำมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ” คุณสุพจน์ สิงโตศรี แห่ง “ศูนย์สร้างสุขเกษตรชนบท” อดีตสัตวบาลผู้ผันตัวเองออกมาทำฟาร์มหมูหลุม และส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในเขตตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง จนมีเครือข่ายกว่า 200 ครัวเรือน เข้าร่วม กล่าวยิ้มๆ “ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ทั่วไปจะใช้แอมโมเนียมาก ผมเคยทำงานฉีดสีสเปรย์หมูป่วย ฉีดวัคซีนหมูมานาน 20 กว่าปี เป็นภูมิแพ้ไม่เคยหาย พอมาทำของตัวเองนี่หายเลยครับ คือหมูเนี่ย ธรรมชาติแต่เดิมเขาก็อยู่ของเขาได้แหละ แต่พอเลี้ยงรวมเป็นฟาร์มใหญ่ บนพื้นซีเมนต์ …

เกษตรกรยุคใหม่
3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

ที่มาเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์เผยแพร่วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2560 มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง ต้นมะละกอมี 3 ชนิด โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด   วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์ หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์ ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ …